6-11-53
เดือนตค.นี้ดิฉันไปอยู่วัดเมื่อวันเสาร์ที่9 -และกลับจันทร์ 11 ตค.53ค่ะ
หลวงพ่อชมว่าดิฉันดีขึ้น ดิฉันรายงานว่าพยายาม บริกรรมพุทโธรู้กายพุทโธรู้ใจเพื่อให้หลงน้อยลง
สามีดิฉันสัญญากับหลวงพ่อว่าจะมีวิริยะมากขึ้นและถามท่านก่อนกลับในวันจันทร์เช้าว่าทำไมท่านเทศน์เรื่องการแผ่เมตตาทั้ง2วัน ท่านทราบว่ามีคนโกรธกันมาก ท่านอยากให้ลูกศิษย์มีเมตตาต่อทุกคนรวมทั้งคนที่เกลียดเราด้วยโดยเริ่มจากคนใกล้ตัว
การอยู่วัดครั้งนี้ได้เจอ ดร. ไมท์อาจารย์ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งเป็น เพื่อนครูบาป๋องมาดูกายใจด้วย หลวงพ่อท่านบอกว่าดร. อย่าแผ่เมตตามาก เดี๋ยวผู้หญิงสนใจมากไป
อาจารย์เล่าว่าเงินเดือนน้อย ไม่ค่อยพอใช้ แต่ชอบสอนมาก ที่ญี่ปุ่นให้เป็นอาจารย์หลังเรียนจบ อาจารย์เลือกกลับมาเมืองไทย
ดิฉันเลยผิดศีลข้อ 4 คือแนะนำว่า หาเมียรวยก็แล้วกันนะอาจารย์ จะได้ไม่ต้องหางานพิเศษทำ ( แอบคุยก่อนหลวงพ่อเทศน์ )
มาครั้งนี้เราเดินจงกรมที่หน้าศาลามาก เพราะรู้สึกว่าลมเย็นและยุงน้อยค่ะ
หลวงพ่อสอนเรื่องแผ่เมตตาค่อนข้างละเอียดแต่ดิฉันไม่ได้จดมาค่ะ
เท่าที่จำได้ไม่ใช่ท่องบทแผ่เมตตาอย่างเดียว ต้องทำจิตให้เกิดความรู้สึกที่หวังดีมีเมตตา ออกจากใจเราจริงๆค่ะ