ในภาวะน้ำท่วมประมาณครึ่งประเทศอันเป็นผลพวงจากภาวะโลกร้อนอย่างนี้ การเร่งช่วยบรรเทาทุกข์ของผู้ประสบภัยนับว่าเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง แม้ว่าจะเป็นการดับทุกข์ที่ปลายเหตุก็ตาม (ยังมีเรื่องให้ดีใจค่ะ ที่คนไทยช่วยเหลือกันอย่างเต็มกำลัง)

ทุกข์นั้น เราแก้ไม่ได้ แต่เราแก้ไขปัญหาอันเป็นสาเหตุของทุกข์ได้ เมื่อหมดปัญหา ก็หมดทุกข์ แต่ดูเหมือนปัญหานี้จะใหญ่เกินกว่าที่ใคร หรือชุมชนใด จะเป็นฝ่ายแก้ฝ่ายเดียว หากเป็นปัญหาของคนทั้งโลก (บางท่านว่าปัญหานี้ไม่สามารถแก้ไขได้ เราทำได้เพียงชะลอวิกฤติออกไป)

หากตัณหามนุษย์ (เช่นราคะในความสะดวกสบายจนโลภในการเสพทรัพยากร, ความโลภในการสะสมทรัพย์ในทางที่ผิดจนลักลอบทำลายทรัพยากรธรรมชาติ) อันเป็นสาเหตุหลักที่ก่อให้เกิดปัญหาภาวะโลกร้อนไม่ถูกลด และการไม่มีความพยายามที่จะช่วยกันแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง เราก็คงต้องแก้ปัญหาที่ปลายเหตุด้วยการบรรเทาทุกข์กันอย่างนี้ตลอดไป

ท่านพุทธทาสเคยบรรยายไว้ว่าการดับทุกข์นั้นมี 2 ลักษณะคือที่ปลายเหตุ และที่ต้นเหตุ โดยท่านเรียกการดับทุกข์ที่ปลายเหตุว่า ดับทุกข์อย่างหมา

ตามที่คัดลอกมานี้ค่ะ

นี้เรียกว่า ควบคุมกระแสแห่งชีวิต ให้มันเป็นไปแต่ในทางที่ไม่เป็นทุกข์ ... ไม่เป็นทุกข์ มี ๒ เรื่อง คือเรื่องความทุกข์กับความไม่มีทุกข์ มี ๒ เรื่องเท่านั้น ทำให้ไม่มีความดับ ดับทุกข์ ก็เรียกว่าทำไม่ให้เกิดความทุกข์ อย่าไปรบกับความทุกข์ ป่วยการ ทำอย่าให้มันเกิดความทุกข์ ตัดต้นเหตุของมันเสีย

พระพุทธเจ้าท่านใช้คำว่าดับทุกข์ แต่พอถามว่า อะไรๆทำอย่างไร พระพุทธเจ้าท่านกลับตอบว่า ดับตัณหา ไม่ใช่ดับทุกข์

ดับทุกข์ คือไปดับที่เหตุของความทุกข์ อย่าไปสู้กับฝ่ายกิเลส อย่าไปสู้กับความทุกข์ ไปจัดการกับต้นเหตุแห่งความทุกข์

เหมือนจะดับไฟ ดับไฟนี่ อย่าไปดับที่ไฟ มันจะไหม้เอา ดับที่ต้นเหตุของไฟ เช่น เอาน้ำไปสาดที่เชื้อเพลิง ก็ไม่ทำให้เกดไฟ ไฟเกิดไม่ได้ นี้เรียกว่าดับทุกข์ ต้องดับที่ต้นเหตุแห่งความทุกข์ ถ้าไปดับที่ปลายเหตุ มันก็เลอะเทอะ แล้วก็ไม่สำเร็จ แล้วมันก็จะโง่เป็นหมา พูดคำหยาบหน่อยนะ แต่ว่าพูดอย่างนี้มันเข้าใจได้ดี ... มันโง่เป็นหมา คือหมามันจะไปดับที่ปลายเหตุ

คุณลองเอาไม้แหย่หมาซี แหย่หมา หมามันจะกัดที่ปลายไม้ แต่ถ้าคุณไปแหย่เสือหรือราชสีห์นี่ มันไม่กัดที่ปลายไม้ มันจะกระโจนเข้าหาคนที่ถือไม้ ราชสีห์หรือเสือ มันจะไปจัดการที่ต้นเหตุ โง่เป็นหมามันก็ไปจัดการที่ปลายเหตุ ... ที่ปลายเหตุ ไม่มีจุดจบ

ฉะนั้น เราจึงต้องจัดการที่ต้นเหตุ อย่าไปจัดการที่ปลายเหตุ อย่าไปจัดการกับผล ไปจัดการที่ต้นเหตุดีกว่า มันจะควบคุมชีวิตให้เป็นไปอย่างถูกต้อง จงจัดการที่ต้นเหตุแห่งความไม่ถูกต้องอย่างที่กล่าวมาแล้ว ควบคุมธาตุตามธรรมชาติ ควบคุมอายตนะ ควบคุมเบญจขันธ์ ควบคุมปฏิจจสมุปบาท ควบคุมความทุกข์ ให้ถูกต้องตามลำดับ ก็เรียกว่า ประสบความสำเร็จในการควบคุมกระแสแห่งชีวิต กระแสแห่งชีวิตได้รับการควบคุมอย่างถูกต้องแล้ว มันก็ไหลไปสู่พระนิพพาน มิฉะนั้นมันจะไหลไปสู่ความทุกข์เมื่อควบคุมมันไม่ถูกต้อง

พุทธทาสภิกขุ กระแสชีวิต ธรรมสภา กรุงเทพ พ.ศ.2545 (หน้า 124 126)

อะไรที่ทำได้เพื่อโลกของเรา ช่วยกันทำนะคะ

ช่วยกันลดเหตุกันคนละนิด

ดีกว่าคิดว่าเราคนเดียวจะทำอะไรได้ไม่ทำอะไร... จนทำให้ต้องรอรับผลเพียงอย่างเดียวค่ะ