การเกิดมาเป็นคนอย่าหายใจทิ้งเปล่า..?

ในเช้าวันนี้มีงานหลายเรื่องหลากรสดีจัง  เริ่มจากเช้า ๆ ใน ม. ทักษิณมีกลุ่มนิสิตมาขอพบเพื่อให้ขยายกลุ่มเรียนเพิ่มจากที่เปิดให้ลงทะเบียนแล้วด้วยความต้องการของกลุ่มนิสิตทั้งชั้นมารวมกับที่มีอยู่แล้วเลยเปิดให้ลงทะเบียนและเรียนเป็นกลุ่มใหญ่ใช้ห้อง 200 คนพอได้...

ท่าน ศ. เดชา วราชุน กับยูมิ

และพบกลุ่มนิสิตที่ฝันว่าตกในรายวิชาที่เรียนเกรดยังไม่ออกเลยมาขอดูก่อนก็มีพอดีได้เวลาต้องไปเป็นกรรมการสอบเค้าโครงวิทยานิพนธ์ ป. โท สาขาวิชาไทยคดีศึกษา ของนางสาวปิยะนุช  จิตนวล 

 

เธอเป็นคุณครูอยู่ ร.ร. มอ. วิทยานุสรณ์ที่เมืองหาดใหญ่  เธอทำเรื่อง...ศึกษาพุทธลักษณะของพระพุทธรูปที่สร้างโดยช่างพื้นบ้านและประดิษฐานในอุโบสถของวัด  อำเภอเมือง  จังหวัดสงขลา...มี ศาสตราจารย์ เดชา  วราชุน เป็นประธานที่ปรึกษาและยูมิเป็นกรรมการ...

 

คุยกันก่อนเวลากับ ศ. เดชา ท่านให้มุมคิดทำนองนี้ว่า...สวัสดีครับท่านอาจารย์...ดูสุขภาพแข็งแรงจังนะ...ผมอายุหกสิบห้าปีแล้วละ...ผมไม่ดื่มสิ่งจะทำลายร่างกายและจิตใจ...ผมไม่แสวงหาเงิน  ผมเพียงพอแล้ว  คนหาเงินนะเครียดเพราะทยานอยาก  บีบรัดกายใจตนเอง...อยากได้อะไรลงมือทำเองเอง...ทำในสิ่งที่เป็นไปได้...ทำเองใช้เอง...ผมทำบ้านเองฉาบปูนทำฝาบ้าน...

กระเป๋าหนังนี่ท่าน อ. ก็ทำเอง

กระเป๋าหนังนี่ผมก็ทำเองลงมือเย็บเองร้อยไปทีละรูไม่เห็นยากอะไร...ผมทำหมวกเอง...

ผมทำกระเป๋าใส่ตางค์เอง...

อย่างนี้ก็ตนแลเป็นที่พึ่งของตนสิครับ...ก็ทำนองนั้นละ...ผมอยู่นิ่ง ๆ เงียบ ๆ ทุกอย่างมาหาผมเอง...ผมไม่ไปทะเลาะกับใคร...ผมได้ชื่อเสียงมาโดยผู้ประเมินไปถามเพื่อน ๆ ผมและเพื่อน ๆ ผมก็พูดแต่ด้านดีของผม  ผมเลยได้อะไรมาเยอะแยะ...ทั้งศาสตราจารย์และศิลปินแห่งชาติ...นี่เป็นเพราะทำความดีมีมาเองนะครับ...และทิ้งท้ายก่อนอำลา

ลูกศิษย์ปิยะนุช  และเพื่อนมาร่วมฟังการพิจารณาเค้าโครงงานวิจัยของเธอ...

การเกิดมาเป็นคนอย่าหายใจทิ้งเปล่า...คนเราควรแสวงหาความสุขใจในวันเวลาเดี๋ยวนี้...ไม่ควรโหยหาความสุขที่ผ่านมาและวันพรุ่งนี้อยู่เลย..ขอบพระคุณครับท่านอาจารย์ที่ได้มีเวลาอันสั้นได้นั่งคุยกัน...ตอนนี้ท่านศาสตราจารย์เดชา  วราชุนกำลังเหินฟ้าจากเมืองหาดใหญ่ไปยังเมืองกรุงแล้วละ...