หลักสูตรการเรียนการสอนที่ไม่มีคุณภาพก็จะไม่สามารถคงอยู่ได้ แต่ในทางตรงกันข้ามหลักสูตรการเรียนการสอนที่มีคุณภาพเท่านั้นถึงจะอยู่ได้ด้วยตัวเอง"

           การปฏิรูปการศึกษาไทยได้ดำเนินมากว่า ๙ ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๒ โดยฝ่ายที่เกี่ยวข้องต่างพยายามพัฒนาและดำเนินการปฏิรูปการศึกษาไทยอย่างมาก ซึ่งการจะพัฒนาการศึกษาไทยให้ประสบความสำเร็จได้ในสภาพยุคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนี้ จำเป็นที่จะต้องมีการวางแผนและดำเนินการในเชิงรุกร่วมกัน การศึกษาเป็นเครื่องมือและกลไกในการพัฒนาประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้าได้พร้อมที่จะเผชิญกับสภาพการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต การให้ความสำคัญกับการคาดการณ์แนวโน้มในอนาคตทางด้านการศึกษาเพื่อนำมาใช้ประกอบการจัดการศึกษาไทยให้สอดคล้องกับสภาพการเปลี่ยนแปลง

               ข้าพเจ้าได้มีโอกาสเข้าร่วมฟังการสัมมนาโต๊ะกลมเรื่อง การปฏิรูปการศึกษารอบ ๒ ปฏิรูปอะไร อย่างไรณ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตที่ร่วมจัดกับหนังสือพิมพ์มติชน โดยมีรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการคนปัจจุบัน นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ได้ปาฐกถา และมีนักวิชาการและนักบริหารจากหลายหน่วยงานมาร่วมกันเสวนา ในการปฏิรูปรอบ ๒ รัฐบาลให้ความสำคัญในการปฏิรูป ๒ เรื่องหลักและถือเป็นหัวใจสำคัญของการปฏิรูปรอบ ๒ คือด้านคุณภาพและโอกาสที่จะต้องควบคู่กันไป หัวใจสำคัญของการพัฒนาคุณภาพคือ การพัฒนาครูให้มีคุณภาพที่เป็นปัจจัยนำไปสู่คุณภาพของนักเรียนควบคู่กับคุณธรรม จริยธรรม และภูมิใจในความเป็นไทย ส่วนเรื่องการสร้างโอกาสนั้นโดยมีนโยบายการศึกษาฟรี ๑๕ ปีอย่างมีคุณภาพ นอกจากนี้ข้าพเจ้าได้อ่านรายงานการวิจัยเรื่องผลกระทบโลกาภิวัตน์ต่อการจัดการศึกษาไทยใน 5 ปีข้างหน้า ซึ่งสามารถสรุปแนวโน้มด้านบวกดังนี้

            ๑. หลักสูตรใหม่เกิดขึ้นจำนวนมาก จากการเปลี่ยนแปลงและการแข่งขันในด้านเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม ทำให้คนในสังคมต้องการเพิ่มความรู้ ความสามารถให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง จึงหันมาสนใจศึกษาต่อในหลักสูตรที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจ ดังนั้นเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของคนในสังคม สถาบันการศึกษามุ่งพัฒนาหลักสูตรใหม่ ๆ อาทิ หลักสูตรที่บูรณาการระหว่างสองศาสตร์ขึ้นไป เช่น สาขาด้านศิลปะศาสตร์ และวิทยาการจัดการ สาขาช่างยนต์ การตลาดและการบัญชี หรือบางสถาบันการศึกษาเปิดหลักสูตรปริญญาโทในเชิงธุรกิจ และมีการร่วมมือกับมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ เป็นต้น

            ๒. หลักสูตรนานาชาติมีแนวโน้มได้รับความนิยมมากขึ้น เนื่องจากสภาพยุคโลกาภิวัตน์ที่มีการเชื่อมโยงด้านการค้าและการลงทุน ทำให้ตลาดแรงงานในอนาคตต้องการคนที่มีความสามารถด้านภาษาต่างประเทศ ส่งผลให้ความต้องการการศึกษาที่เป็นภาษาสากลมีมากขึ้น มีหลักสูตร EP (English Program) Bilingual เปิดสอนตามโรงเรียนต่าง ๆ หรือตามมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยเอกชนชั้นนำ หรือแม้แต่ภาษาจีน ภาษาญี่ปุ่น ฯลฯ ซึ่งมีส่วนกระตุ้นให้หลักสูตรการศึกษานานาชาติมีแนวโน้มได้รับความนิยมมากขึ้น แต่เนื่องจากหลักสูตรดังกล่าวมีค่าใช้จ่ายสูง ดังนั้นการเรียนในหลักสูตรนี้ยังคงจำกัดอยู่ในกลุ่มผู้เรียนที่มีฐานะดี

            ๓. การจัดการศึกษามีความเป็นสากลมากยิ่งขึ้น สภาพโลกาภิวัตน์ที่มีการเชื่อมโยงในทุกด้านร่วมกันทั่วโลก ส่งผลให้เกิดการเคลื่อนย้ายองค์ความรู้ กฎกติกา การดำเนินการด้านต่าง ๆ ทั้งการค้า การลงทุน การศึกษา เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมเชื่อมต่อถึงกัน ประกอบการเปิดเสรีทางการศึกษา ส่งผลให้เกิดการหลั่งไหลหลักสูตรการเรียนการสอน บุคลากรด้านการสอน หลักสูตรจากสถาบันการศึกษาต่างประเทศเข้าสู่ไทยอันมีผลทำให้เกิดการเปรียบเทียบและผลักดันให้สถาบันการศึกษาไทยต้องพัฒนาการจัดการศึกษาที่มีความเป็นสากลที่เป็นที่ยอมรับ อีกทั้งการเปิดเสรีทางการค้าและการลงทุนกับนานาประเทศของไทยได้ส่งผลให้เกิดความต้องการการศึกษาที่มีคุณภาพทัดเทียมในระดับสากล

            ๔. ความเหลื่อมล้ำด้านโอกาสทางการศึกษาลดลง เนื่องจากสภาพการเรียกร้องสิทธิมนุษยชนที่เป็นกระแสระดับโลกเกิดขึ้นควบคู่กับคลื่นประชาธิปไตยแผ่ขยายวงกว้างถึงไทย รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ส่งเสริมการเพิ่มสิทธิเสรีภาพแก่ประชาชน อีกทั้งสภาพการใช้เทคโนโลยีส่งเสริมการเรียนการสอน ทำให้ช่องทางการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเข้าถึงคนไทยอย่างกว้างขวาง อย่างไรก็ตาม อาจเป็นได้ว่าความเหลื่อมล้ำด้านโอกาสทางการศึกษาจะลดลงในกลุ่มสถาบันการศึกษาของรัฐ ส่วนการจัดการศึกษาโดยสถาบันการศึกษาเอกชน ผู้เรียนที่ครอบครัวมีรายได้น้อยอาจเข้ารับบริการทางการศึกษาได้ลดลง เนื่องจากค่าเล่าเรียนแพง

            ๕.โอกาสการรับบริการทางการศึกษาที่มีคุณภาพเพิ่มขึ้น เมื่อเปิดเสรีทางการศึกษาจะก่อเกิดการแข่งขันในการจัดการศึกษาทั้งจากสถาบันการศึกษาทั้งในและต่างประเทศมากขึ้น หากพิจารณาในแง่บวก การเปิดเสรีทางการศึกษาเป็นการสร้างโอกาสให้คนไทยได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ เนื่องด้วยสถาบันแต่ละแห่งจะแข่งขันด้านคุณภาพมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถาบันอุดมศึกษา คุณภาพการศึกษาจะเพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก เนื่องจากการเปิดเสรีทางการศึกษาที่เปิดโอกาสให้สถาบันอุดมศึกษาต่างชาติเข้ามาเปิดการเรียนการสอน จึงเป็นแรงกดดันให้สถาบันอุดมศึกษาไทยต้องพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้สูงขึ้น

             ๖. ความเจริญก้าวหน้าด้านเทคโนโลยี โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวกับด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และโทรคมนาคม ทำให้วิธีการได้มาหรือการแสวงหาความรู้ได้เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ในสมัยโบราณ นักศึกษาจะต้องไปแสงหาความรู้ ณ สำนักที่อาจารย์นั้นพำนักหรือทุกคนจะต้องไปยังมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง เช่น การเรียนในสาขาแพทย์ในต้นศตวรรษถนนทุกสายมุ่งไปสู่       มหาวิทยาลัยอ๊อกฟอร์ด ในปัจุบันเหตุการณ์เช่นนี้ไม่เกิดขึ้น ทั้งนี้วิธีการแสวงหาความรู้ที่แตกต่างกัน แนวโน้มในอนาคตอาจารย์จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนวิธีการสอนสู่วิวัฒนาการในโลกในยุคปัจจุบันและอนาคต

             นอกจากแนวโน้มด้านบวกที่ได้กล่าวข้างต้นแล้ว ในขณะเดียวกันก็ยังมีแนวโน้มด้านลบอีกด้วย ดังนี้

            ๑. การเพิ่มช่องว่างด้านคุณภาพในการจัดการศึกษา แม้ว่าสภาพการแข่งขันทางการศึกษาจะ เป็นแรงผลักให้สถาบันการศึกษาต่าง ๆ เร่งพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนการสอนมากขึ้น แต่เนื่องจากทรัพยากรตั้งต้นของแต่ละสถาบันการศึกษามีความแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นความรู้ ความสามารถและปริมาณของบุคลากรการศึกษา งบประมาณ เงินทุน เทคโนโลยี สถานที่ ความมีชื่อเสียง ฯลฯ ส่งผลให้โอกาสพัฒนาคุณภาพการศึกษาย่อมแตกต่างกันด้วย โดยเฉพาะสถาบันการศึกษาขนาดเล็ก หรือสถาบันการศึกษาที่ยังไม่มีความพร้อม มีทรัพยากรตั้งต้นไม่มาก ย่อมไม่มีศักยภาพเพียงพอในการพัฒนาคุณภาพมากนัก สถานศึกษาต้องมีการปรับตัวเพื่อให้สามารถอยู่รอดตลอดเวลา สถานศึกษาที่มีนักศึกษาเข้ามาเรียนหรือเป็นสถาบันทางการศึกษาที่ได้รับการยอมรับเท่านั้นที่สามารถอยู่รอดได้จึงต้องมีการตื่นตัวตลอดเวลา

            ๒. การผลิตบัณฑิตเกินความต้องการของตลาด เนื่องจากความต้องการศึกษาต่อในระดับ อุดมศึกษามีสูงขึ้น และการพัฒนาไปสู่การเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐที่ต้องหาเลี้ยงตนเอง มีอิสระในการบริหารและเปิดหลักสูตรเพื่อหาผู้เรียนเข้าเรียนให้ได้จำนวนมาก สิ่งเหล่านี้จะส่งผลกระทบระยะยาวคือ มีบัณฑิตจบเป็นจำนวนมากเข้าสู่ตลาดแรงงาน ไม่สามารถรองรับได้หมดโดยกลุ่มแรงงานระดับอุดมศึกษาที่ไม่มีคุณภาพหรือไม่จบสาขาที่ตลาดแรงงานต้องการ จะถูกผลักสู่แรงงานนอกระบบหรือหาทางออกโดยเรียนต่อระดับสูงขึ้น ซึ่งอาจก่อเกิดภาวะแรงงานระดับปริญญาโทและเอกไม่มีคุณภาพและล้นตลาด และการเปิดในหลักสูตรของสถาบันทางการศึกษาต่าง ๆ เพิ่มอย่างทวีคูณในระดับบัณฑิตศึกษาโดยเฉพาระดับปริญญาโท โดยดำเนินการที่ไม่ได้มาตรฐานและมีคุณภาพเท่าที่ควรจะเป็น ในขณะเดียวกันก็ไม่มีหน่วยงานใดที่มีหน้าที่ในการกำกับ ตรวจสอบ ติดตามหลักสูตดังกล่าวและเกิดภาวะการว่างงานเพิ่มมากขึ้น

            ๓. การสอนทักษะการคิดและทักษะทางอารมณ์ยังไม่มีคุณภาพ สภาพเศรษฐกิจที่มุ่งแข่งขันทำให้การจัดการศึกษามุ่งพัฒนาทางวิชาการเป็นสำคัญ ในขณะที่ระบบการศึกษาไทยยังไม่สามารถพัฒนาทักษะการคิดของผู้เรียนได้เท่าที่ควร เนื่องจากการเรียนการสอนยังมุ่งสอนให้ผู้เรียนคิดตามสิ่งที่ผู้สอนป้อนความรู้มากกว่าการคิดสิ่งใหม่ๆ ประกอบกับครูผู้สอนมีภาระงานมาก จนส่งผลต่อการพัฒนาบุคคลในด้านอื่น เช่น การพัฒนาเชิงสังคมรวมถึงการพัฒนาทักษะทางอารมณ์ นอกจากนี้การใช้เทคโนโลยีในกิจวัตรประจำวันหรือใช้ในการเรียนการสอนทำให้การปฏิสัมพันธ์ระหว่างครูกับศิษย์ลดลง ส่งผลให้ช่องทางอารมณ์และทักษะทางสังคมของผู้เรียนลดลง และเป็นบ่อให้เกิดพฤติกรรมที่ก้าวร้าว เป็นต้น

            . การสอนคุณธรรม จริยธรรมยังไม่มีคุณภาพ แนวคิดของทุนนิยมที่มุ่งแข่งขันได้แพร่ กระจายไปทั่วโลก ส่งผลให้ผู้คนต่างมุ่งแข่งขัน และพัฒนาความรู้ ความสามารถ เพื่อความก้าวหน้าในหน้าที่การงานและมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ประกอบกับสถาบันการศึกษาจำนวนมากมุ่งพัฒนาความรู้ทางวิชาการ และประเมินผลการเรียนที่ความสามารถทางวิชาการ จนอาจละเลยการพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณธรรม จริยธรรม นอกจากนี้การไม่ได้มีผู้สอนที่รู้เชี่ยวชาญด้านการสอนคุณธรรม จริยธรรมโดยตรงหรือมีคุณภาพย่อมส่งผลต่อคุณภาพการสอนของวิชาคุณธรรมจริยธรรมได้ จะพบว่ามีนิสิต นักศึกษาจำนวนมากที่ใช้ชีวิตฉันท์สามีภรรยาในสถาบันการศึกษา มีการทะเลาะเบาะแว้งกัน สู้รบฆ่าฟันต่างสถาบัน เป็นต้น

            ๕. การสอนภาษาต่างประเทศยังไม่มีคุณภาพ ยิ่งก้าวสู่โลกพรมแดนมากเท่าใด ผู้มีความรู้ด้านภาษาต่างประเทศ เช่น ภาษาอังกฤษ หรือภาษาจีนที่ผู้คนส่วนใหญ่ในโลกใช้ติดต่อสื่อสาร เจรจาต่อรอง การค้าการศึกษา ฯลฯ ย่อมมีความได้เปรียบทั้งในเรื่องการติดต่อสื่อสารและความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน อย่างไรก็ตามปัญหาที่พบคือ การสอนภาษาอังกฤษ และภาษาต่างประเทศของไทยยังไม่มีคุณภาพเท่าที่ควร เนื่องจากครูผู้สอนมีความสามารถด้านภาษาต่างประเทศค่อนข้างต่ำ โดยเฉพาะครูผู้สอนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ครูจำนวนมากไม่ได้จบเอกภาษาอังกฤษโดยตรง และการสอนภาษาอังกฤษส่วนใหญ่คือสอนเฉพาะในห้อง ไม่ได้ใช้ในชีวิตประจำวัน และมีแนวโน้มว่าในอีก ๕ ปีข้างหน้า การพัฒนาการสอนทักษะภาษาต่างประเทศโดยเฉพาะภาษาอังกฤษแม้ปัจจุบันจะตื่นตัวมากขึ้น แต่ยังไม่ก้าวหน้าไปมากเท่าที่ควร เพราะทรัพยากรด้านบุคลากรสอนภาษาต่างประเทศนี้ขาดแคลนมาก

             จะเห็นได้ว่าแนวโน้มของโลกาภิวัตน์ต่อการศึกษาไทยมีทั้งด้านบวกและด้านลบ ซึ่งหลีกเลี่ยงได้ยาก แต่การพัฒนาระบบการศึกษาไทยให้มีความพร้อมต่อสภาพโลกาภิวัตน์ได้นั้น จำเป็นต้องเตรียมพร้อมในเชิงรุกตั้งแต่วันนี้โดยรัฐควรเน้นการบริหารจัดการในส่วนที่ไทยได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยพัฒนาศักยภาพของบุคลากรภายในสถาบันการศึกษา สนับสนุนทุนวิจัยเพื่อพัฒนาการศึกษา และสร้างเครือข่ายภาคประชาชนเพื่อให้เกิดความร่วมมือในการพัฒนาการศึกษารองรับกระแสโลกาภิวัตน์ ซึ่งการศึกษาเป็นการแก้ปัญหาสังคมในระยะยาวและยั่งยืน

 

                               บรรณานุกรม

นานาทรรศนะ ปฏิรูปการศึกษารอบ ๒ ควรปฏิรูปอะไร-อย่างไร.  มติชนรายวัน (๑๗ มกราคม ๒๕๕๒). ๒๒

อดุลย์ วิริยเวชกุล.  ๒๕๔ ๑. สะท้อนแนวคิดการศึกษาไทย: ปัจจุบันและอนาคต.  กรุงเทพมหานคร:

                 บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล.