ไทยจะตกม้าตายเปิดเสรีการค้ากับญี่ปุ่น เพราะเราไม่รู้ภาษาและไม่ผ่านมาตรฐานญี่ปุ่น กลายเป็นเปิดการค้าเสรีฝ่ายเดียวการศึกษาญี่ปุ่นจะทะลักเข้าไทย ควรเน้นความร่วมมือไม่ใช่เพื่อการค้า

สกศ.ชี้เปิดเสรีการค้าไทย-ญี่ปุ่น ไทยเสียเปรียบ เหตุด้อยศักยภาพกว่า แนะออกกฎหมายคุ้มครองการศึกษา วิจัย สาธารณสุข และทรัพย์สินทางปัญญา เร่งปลุกจิตสำนึกรักชาติ-พอเพียง

เมื่อวันที่ 2 เมษายน ดร.สุทธิศรี วงษ์สมาน ผอ.สำนักนโยบายและแผนการศึกษา สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) กล่าวในการประชุมระดมความคิดเรื่อง (ร่าง)ยุทธศาสตร์การเตรียมความพร้อม เพื่อรองรับการเปิดเสรีการค้าและบริการด้านการศึกษาไทย-ญี่ปุ่นว่า สกศ.จัดทำร่างยุทธศาสตร์เสนอสกศ.และคณะรัฐมนตรี ซึ่งสาระสำคัญกรอบความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น หรือ เจเทปา (JTEPA) ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาเช่น ญี่ปุ่นให้ไทยเข้าไปบริการการศึกษาระดับอุดมศึกษาและการศึกษาผู้ใหญ่ ไทยให้ญี่ปุ่นมาตั้งกิจการถือหุ้นบริการการศึกษาระดับอุดมศึกษาน้อยกว่า 50%

ทั้งนี้ ผลจัดอันดับแข่งขันของสถาบันนานาชาติเพื่อการจัดการ ระบุความสามารถญี่ปุ่นอยู่อันดับ 17 ไทยอยู่อันดับ 32 โครงสร้างพื้นฐาน ญี่ปุ่นอันดับ 2 ไทยอันดับ 47 สมรรถนะการศึกษาญี่ปุ่นอันดับ 23 ไทยอันดับ 48 ไทยสู้ญี่ปุ่นไม่ได้ในทุกด้าน จึงไม่เท่าเทียมเรื่องผลประโยชน์ ยุทธศาสตร์ เจเทปา จะเร่งวิเคราะห์ผลได้ผลเสียเปิดเอฟทีเอ แต่ละประเทศเน้นสร้างความร่วมมือไทยกับญี่ปุ่น และสถาบันการศึกษาญี่ปุ่นที่จัดตั้งในไทยได้รับสิทธิไม่เกินกว่ามหาวิทยาลัยเอกชนไทย

นายกษิต ภิรมย์ อดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า ไทยจะตกม้าตายเปิดเสรีการค้ากับญี่ปุ่น เพราะเราไม่รู้ภาษาและไม่ผ่านมาตรฐานญี่ปุ่น กลายเป็นเปิดการค้าเสรีฝ่ายเดียวการศึกษาญี่ปุ่นจะทะลักเข้าไทย ควรเน้นความร่วมมือไม่ใช่เพื่อการค้า อยากให้ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทยและมหาวิทยาลัยทุกแห่งรวบรวมข้อตกลงที่ทำไว้กับญี่ปุ่นทั้งระดับมหาวิทยาลัย คณะ และบุคคลที่มีกว่า 100 ฉบับเสนอต่อสกศ.

ศ.น.พ.จรัส สุวรรณเวลา นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า เจเทปา ต้องเน้นความร่วมมือมากกว่าการค้า เพราะไทยยังมีปัญหาศักยภาพแข่งขัน ควรตั้งรับโดยศึกษาเปิดเสรีการค้าระหว่างญี่ปุ่น-สิงคโปร์ เกิดธุรกิจการศึกษาขึ้นจริงเท่าไร และตั้งคณะทำงานศึกษาคุณภาพการศึกษาว่าเด่นและด้อยด้านใดเป็นข้อมูลเจรจาและตกลงการเข้าถึงฐานข้อมูลให้ได้โอกาสมากกว่าประเทศที่ไม่ได้ทำข้อตกลง หาทางปกป้องการเข้าถึงฐานข้อมูลไทยโดยเฉพาะข้อมูลความมั่นคงประเทศ

ทั้งนี้ นักวิชาการมหาวิทยาลัยรัฐและมหาวิทยาลัยเอกชนที่ร่วมประชุมเสนอรัฐบาลป้องกันสมองไหล ออกกฎหมายคุ้มครองการศึกษา วิจัย สาธารณสุขและทรัพย์สินทางปัญญา ปลูกสำนึกรักชาติและพอเพียง ระวังแก้พ.ร.บ.อุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. 2546 ไม่ให้ไปแก้ให้ต่างด้าวถือครองที่ดินได้มากกว่า 1 ไร่ สงวนสาขาและหลักสูตรที่ให้คนไทยเปิดได้

โดย คม-ชัด-ลึก