คุณเห็นว่าเพราะความว่าง่ายจึงทำให้ชีวิตก้าวหน้า ผมเชื่อร้อยละร้อยเลย

เป็นคนว่าง่าย-3

โสภณ เปียสนิท

...........................    

 

                     “คุณเห็นว่าเพราะความว่าง่ายจึงทำให้ชีวิตก้าวหน้า” “ผมเชื่อร้อยละร้อยเลย” “คนว่าง่ายต้องมีลักษณะอย่างไร” เขานิ่งคิดนิดเดียว “ลักษณะคนว่าง่าย คือ ไม่กลบเกลื่อนเมื่อถูกว่ากล่าวตักเตือน ไม่ยอมนิ่งเฉยเมื่อถูกตักเตือน ไม่มีจิตเพ่งคุณเพ่งโทษผู้ว่ากล่าวสั่งสอน เอื้อเฟื้อต่อคำสอนและต่อผู้สอนเป็นอย่างดียิ่ง เคารพต่อคำสอนและผู้สอน มีความอ่อนน้อม มีความยินดี ไม่ดื้อรั้น ไม่ยินดีในการขัดคอ มีปกติรับโอวาทเอาไว้ดีเยี่ยม เป็นผู้อดทน” “กว่าจะเป็นคนว่าง่าย ต้องทำหลายข้อนะครับ” “จริงครับ ต้องค่อยๆ ฝึกไป”

                    “มีหลายแบบไหมครับ คนว่าง่ายที่ว่า” ผมถามเรื่อยๆ เขาตอบแบบไตร่ตรอง “คนว่าง่ายหลายแบบ ว่าง่ายเพราะเห็นแก่ได้ ว่าง่ายเพราะขาดความเชื่อมั่นในตอนเอง ว่าง่ายเพราะเห็นแก่ความดี” “ข้อสุดท้ายน่าจะถูกต้อง” “ครับถูกต้องที่สุด” “ในมุมที่ตรงกันข้าม สาเหตุที่ทำให้สอนยากมีหรือไม่” “มี ตามนิสัยเดิมที่สั่งสมกันมา เช่น มีความปรารถนาลามก ชอบยกตนข่มท่าน มีนิสัยมักโกรธ มีนิสัยผูกโกรธ มีความรังเกียจเหยียดหยามเพราะฤทธิ์โกรธ คิดต่อว่าต่อขาน คิดโต้แย้ง คิดตะเพิด คิดย้อน คิดกลบเกลื่อน คิดนอกเรื่อง คิดปิดบังซ่อนเงื่อน คิดลบหลู่ตีเสมอ คิดริษยาเห็นแก่ตัวจัด มีนิสัยโอ้อวด เป็นคนกระด้างมีมานะมาก เหล่านี้เห็นไหมครับว่า ไม่มีดีสักข้อ” “มองแง่ดีว่าเป็นคนช่างคิดได้หรือไม่” ผมถามแย้งให้เขาตอบ “คิดได้ แต่ว่าไม่ใช่แนวคิดที่ถูกต้อง คิดแล้วพาตัวเองลงต่ำ”

                     “การเป็นคนว่าง่าย คงต้องฝึกฝนหนัก” ผมมองว่าเรื่องว่าง่ายไม่ใช่ทำได้ง่ายๆ “เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยมีใครเขาสอนกัน ดังนั้นตัวใครตัวมัน ฝึกกันเอาเอง” “มีวิธีฝึกอย่างไรครับ” “ต้องขยันนึกถึงโทษของคนหัวดื้อ ฝึกความเคารพ ฝึกการปวารณา” ผมสนใจคำใหม่สะดุดหู “การปวารณาคืออะไรครับ” เขายิ้มให้กับความห่างวัดของผมเอง “คือการบอกให้คนอื่นเตือนตัวเองเมื่อผิดพลาด เป็นการลดทิฐิมานะ ละตัวกูของกู”