การสร้างปัญญาชนตามอุดมการณ์หรือปรัชญาจูเช่นั้น จะต้องติดอาวุธทางปัญญา โดยต้องมุ่งมั่นศึกษาเล่าเรียนอย่างจริงจัง สำนึกของทุกคนคือเกิดมาเพื่อสร้างประเทศ

มันยองแด(Mangyongdae)

                     บ่ายสองโมงครึ่งของวันนี้(9ต.ค.53)คณะเราได้มีโอกาสเดินทางไปที่Native Home of President Kim Il Sung and Historical Museum in Mangyongdae        มันยองแด(Mangyongdae)เป็นบ้านเกิดของท่านประธานาธิบดีคิมอิลซุง

     

         ซึ่งคำว่า”มันยองแด”หมายความว่า”ทิวทัศน์นับหมื่นจุดที่สวยงาม”Ten Thousand Beautiful Sceneries รอบๆบริเวณมีลำธารสายเล็กๆ มีสวนหย่อมมีดอกไม้โดยรอบสวยงามมาก เมื่อเดินตามทางเดินเล็กๆจะปรากฏบ้านหลังไม่ใหญ่มาก เป็นแบบบ้านชาวนาโบราณแบ่งเป็น 3 เรือน ซึ่งดูคล้ายๆกับบ้านมารดาของท่านประธานาธิบดีคิมอิลซุง

    

โดยมีเรือนพัก เรือนเก็บข้าวของเครื่องใช้ และเรือนครัว เมื่อเดินเข้าไปในเรือนพักจะเห็นว่าได้แบ่งออกเป็น 3 ห้องซึ่งมีของใช้ครบครัน มีภาพถ่ายของครอบครัวติดที่ผนังอีกด้วย

     

ส่วนเรือนที่อยู่ฝั่งตรงกันข้ามกับเรือนพักจะเป็นเรือนครัว ที่มีไหบิดเบี้ยวที่ใช้ดองกิมจิมีอายุร้อยกว่าปีตั้งอยู่ด้วย ถัดจากเรือนครัวเรือนที่ติดกันนั้นเป็นเรือนเก็บข้าวของเครื่องใช้ในการทำนา

          

                          

         มิสเตอร์ปาร์คหรือคุณผักของดิฉัน เล่าว่า ครอบครัวท่านประธานาธิบดีคิมอิลซุงนั้นเป็นครอบครัวชาวนา  แต่ในช่วงที่ญี่ปุ่นเข้ามาครอบครองเกาหลีนั้นท่านประธานาธิบดีคิมอิลซุงได้เข้าร่วมขบวนการกอบกู้เอกราชของชาติตั้งแต่ท่านอายุเพียงแค่ 13 ปีเท่านั้น  สามารถขับไล่ญี่ปุ่นออกจากประเทศได้ในปี1945ตอนนั้นท่านอายุเพียง 33 ปี เมื่อขับไล่ญี่ปุ่นออกไปได้ อเมริกาก็ได้เข้ามารุกรานและยึดครองแทนญี่ปุ่น ในระหว่างสงครามเกาหลีในปี 1951 เป็นช่วงการต่อสู้ที่ดุเดือดมาก อเมริกาได้ส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดถล่มเมืองหลวงเปียงยางถึง 1,431 เที่ยว โดยหย่อนระเบิดขนาดใหญ่มากเป็นจำนวน 428,700 ลูกขณะนั้นมีประชากรเพียง 4 แสนคน  นี่คือความทรงจำอันเจ็บปวดที่อยู่เบื้องหลังการสร้างชาติบนหลักการคิดพึ่งตนเอง พึ่งพลังมวลชน โดยการพัฒนาศักยภาพของประชาชนทุกคนให้มีคุณภาพเป็นมืออาชีพ และทุ่มพัฒนากำลังทหารให้รักชาติ และร่วมสร้างชาติใหม่

          

คณะชาวไทยกับมองโกเลียค่ะ..หน้าตาไม่แตกต่างใช่มั้ยคะ...

                   ความที่ครอบครัวท่านประธานาธิบดีคิมอิลซุง เป็นครอบครัวที่เสียสละเพื่อประเทศชาติ ทำให้ประชาชนชาวเกาหลีเหนือยกย่องและถือว่าท่านเป็นผู้นำที่สร้างชาติ วันที่คณะเราไปได้เห็นชาวเกาหลีหลายคนแต่งกายสวยงาม สุภาพสตรีแต่งชุดโกโจริ  มาวางดอกไม้เพื่อเป็นการรำลึกถึงท่านประธานาธิบดีคิมอิลซุงในช่วงเฉลิมฉลอง 65 ปีของพรรคแรงงานเกาหลี

      

ปัจจุบันนี้บ้านเกิดของท่านประธานาธิบดีคิมอิลซุง ถูกจัดให้เป็นพิพิธภัณฑ์ไปแล้ว

และนี่เป็นภาพจากหนังสือพิมพ์ที่ลงข่าวการที่คณะพวกเราไปที่มันยองแดค่ะ

               

                  หลังจากชมบ้านเกิดท่านประธานาธิบดีคิมอิลซุงเสร็จแล้ว คณะเราได้เดินทางไปยัง Taedonggang Combined Fruit Farm 

ทางเข้าค่ะ

       

       

  เป็นคอมมูนที่ปลูกแอปเปิ้ลขนาดใหญ่ มีบ้านพักของคนที่อาศัยในคอมมูนนี้เรียงรายเป็นทิวแถว

    

 รอบๆบริเวณที่จอดรถเต็มไปด้วยดอกคอสมอสออกดอกสีแดง ชมพู สีสันสวยงาม

    

นิวเจนเนอร์เรชั่นค่ะ...2ทายาทตระกูล...พูลลาภ..และท่านอาค่ะ

  เมื่อมองลงไปยังแปลงแอปเปิ้ลที่เบื้องล่างแล้ว จะเห็นต้นแอปเปิ้ลปลูกเรียงรายเป็นทิวแถวสุดลูกหูลูกตา 

        

     

        

มิสเตอร์.ปาร์ค  บอกว่าผลผลิตที่นี่ตกปีละ 700 ตันต่อปี   และยังมีโรงงานรองรับผลผลิต ซึ่งโรงงานแห่งนี้ตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกัน เพิ่งเปิดทำการเมื่อจูเช่ที่99 หรือปี ค.ศ.2010 นี่เอง

ที่หน้าโรงงานค่ะ...... 

        

                   คำว่า “จูเช่” นอกจากจะหมายถึงปรัชญา หรืออุดมการณ์ของท่านประธานาธิบดีคิมอิลซุงแล้ว ยังหมายถึง “ปี” ที่ทางเกาหลีเหนือใช้เหมือนกับ พ.ศ.ของบ้านเรา แต่ในเกาหลีเหนือเขาเรียกว่า”จูเช่”(Juche Era)โดยเริ่มจูเช่ปีที่ 1  ตั้งแต่ ค.ศ. 1912 ซึ่งเป็นปีเกิดของท่านประธานาธิบดีคิมอิลซุง ปัจจุบันนี้ ค.ศ.2010 ตรงกับจูเช่ที่ 99

        ด้านหน้าโรงงานจะมีทหารประชาชนเดินตรวจตราและเปลี่ยนเวรกันค่ะ ทหารที่เกาหลีมี 2 แบบคือทหารอาชีพ(ทหารรบ)และทหารประชาชนซึ่งมีหน้าที่ไปช่วยเหลือประชาชนตามคอมมูนต่างๆตามวาระและโอกาสเช่นทำนา ทำถนนฯลฯ 

  

                   ขากลับที่พักรถแล่นผ่านทุ่งนา..สองข้างทางตามคอมมูนต่างๆกำลังเก็บเกี่ยวข้าว ริมถนนทุกสายจะต้องมีต้นไม้ปลูกเรียงรายเป็นทิวแถว

  

 คุณผักบอกว่าหากอยากรู้ว่าถนนสายไหนสร้างมากี่ปีแล้ว ให้นับแถวของต้นไม้ดูก็ได้ ที่นี่เขาจะปลูกต้นไม้ปีละแถว เพื่อให้เป็นแนวเขตห้ามคอมมูนใดๆบุกรุก และเป็นร่มเงาให้กับคนเดินเท้าด้วย เข้าท่าดีนะคะ  หากเป็นบ้านเราต้นไม้ก็คงไม่เหลือแน่ ฉันเลยหายสงสัยแล้วล่ะว่าทำไมถนนบางสายมีต้นไม้5แถวบางสายมีต้นไม้3แถว

      

                วันนี้พวกเรากลับเข้าที่พักเร็วกว่าปกติเพราะคืนนี้จะต้องไปชมการแสดง"อารีรัง"อันยิ่งใหญ่   ระหว่างเดินทางกลับจากคอมมูนแอปเปิ้ล  เราได้เดินทางผ่านถนนสายกีฬา มิสเตอร์.ปาร์คหรือคุณผักของดิฉันได้เล่าให้ฟังว่า กีฬาประเภทต่างๆจะแยกเป็นอาคารยิมเนเซียมขนาดใหญ่ มีรูปที่ปั้นด้วยทองแดงเป็นรูปกีฬาแต่ละประเภทติด หรือบางอาคารก็ตั้งที่ด้านหน้าอาคาร

อาคารยิมเนเซียมแบตมินตันค่ะ....  

      

ในอาคารนั้นๆก็จะต้องมีอุปกรณ์กีฬาครบในทุกๆอาคาร คุณผักยังบอกว่าที่นี่เขาเน้นเรื่องของกีฬามากๆ ไม่ต่างจากประเทศจีน เขาฝึกฝนมาตั้งแต่เด็กๆ ซึ่งดิฉันมองรอบๆถนนสายนี้จะเห็นอาคารยิมเนเซียมมากกว่า 10 อาคารเรียงรายตามถนนแต่ละอาคารใหญ่โตมากๆ

                   การสร้างปัญญาชนตามอุดมการณ์หรือปรัชญาจูเช่นั้น จะต้องติดอาวุธทางปัญญา โดยต้องมุ่งมั่นศึกษาเล่าเรียนอย่างจริงจัง สำนึกของทุกคนคือเกิดมาเพื่อสร้างประเทศ  ดังนั้นประเทศของเขาจึงผลิตคนให้ตรงกับภาระงานและความต้องการของประเทศ และต้องให้เก่งจริงใช้การได้และเป็นเยี่ยมในวิชาชีพของตน.ทำให้นึกถึงบทกลอนบทหนึ่ง ท่านใดแต่งไว้ดิฉันจำไม่ได้แล้วค่ะ....

    เก่งอย่างไต้หวัน                ขยันอย่างเกาหลี

   สู้ไม่หนีอย่างอิสราเอล   เน้นทุกอย่างแบบไทย.

  บันทึกไว้เมื่อ 9 ต.ค.53.ที่เมืองเปียงยาง

                     ด้วยจิตคารวะ

                          มาตายี.