มัธยม ๔  รุ่นปี  ๒๕๑๗

 

แล้วเราก็กลับมาพบกันอีก

             "แล้วเรากลับมาพบกันอีก" เป็นคำประกาศในงานที่ผมและเพื่อนๆ ครั้งเรียนที่โรงเรียนสิรินธร จ.สุรินทร์ เมื่อปี 2517 กำหนดขึ้น ในการหวนคืนมาพบปะกันอีกครั้ง ในวันเสาร์-อาทิตย์ที่เพิ่งผ่านไป

              เพื่อนร่วมรุ่น 50 ชีวิต เสียไปแล้ว 5 เฉลี่ยร้อยละ 10 ที่จากไปไม่ยอมหวนกลับคืน  ดังนั้นคนในวัย 50 เศษกลุ่มนี้จึงพากันมารวมตัวเกือบครบ พร้อมลูกๆ และคู่ชีวิต โดยคราวนี้พบกันที่หัวหิน ถิ่นทะเลใส

              แม้การเดินทางจะแสนวิบาก ต้องฝ่าพายุฝนและน้ำท่วมหนัก จนถนนกลายเป็นทะเลน้ำจืด  รถบัสก็พาเพื่อนผมทุกชีวิตเดินทางจากสุรินทร์ตั้งแต่ 06.00 น.ไปถึงหัวหินจนได้ในเวลาย่าง 21.00 น.เกือบ 15 ชั่วโมงเต็ม

              ความดีใจที่ได้พบหน้าเพื่อนพ้องที่จากกันนานแสนนาน ทำให้ความเหน็ดเหนื่อยหายไปมาก ความสนุกสนานเข้ามาแทนที่ได้ในเวลารวดเร็ว พร้อมตั้งปณิธานร่วมกันว่าจะพบกันให้ได้ทุกปี จนกว่าสมาชิกจะล้มหายตายจากไปจนหมด

               ผมนั่งนับนิ้วมือดู  พร้อมผงกศรีษะและหัวเราะหึๆ ว่า จะพบได้อีกกี่ปีหนอ หรือใครจะอยู่เป็นคนสุดท้ายในรุ่น ยังไงๆ ก็รอกันด้วย

               กล่าวไปแล้ว คนรุ่นผมที่มาพบกันครั้งนี้ นับได้ว่าเป็นรุ่นที่ชาวสุรินทร์ให้การยอมรับว่า เป็นรุ่นที่ประสบความสำเร็จในชีวิตค่อนข้างมาก นับตั้งแต่ หลายคนเป็นนักธุรกิจที่มั่งคั่งติดอันดับแรกๆ  ที่เป็นราชการก็มีตำแหน่งใหญ่โตเป็น ผอ.โรงพยาบาล ผอ.ราชทัณฑ์  รองผอ.เขตพื้นที่  สรรพสามิตจังหวัด นายปศุสัตว์ นายทหารอากาศ พยาบาล นักเทคนิคการแพทย์  อาจารย์  ครู  ที่เป็นนักการเมืองท้องถิ่น ระดับนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดและประธานสภาเทศบาล  มีผมเป็นอดีตนักการเมืองระดับชาติ(สมาชิกวุฒิสภา)  ปัจจุบันเป็น NGOเล็กๆ คนหนึ่ง 

                 เมื่อมาพบกัน

                 ความเป็นเพื่อน ทำให้หัวโขนทั้งหลายเหือดไปโดยอัตโนมัติ

                 ความเป็นเพื่อน ทำให้ห่วงใยอาทรต่อกันและต่อลูกๆ หลานๆ

                 ความเป็นเพื่อน ทำให้คิดและทำอะไรที่เป็นประโยชน์ เป็นกุศลร่วมกัน  

                 ความเป็นเพื่อน ทำให้เกิดช่องทางติตต่อกันอย่างรวดเร็วขึ้น

   ความเป็นเพื่อน ช่วยบอกให้รู้ว่า คนที่มีเพื่อนมาก   มีเพื่อนดี เป็นโชคดีของชีวิต........ใช่ไหมครับ