ประสบการณ์วันนี้ในเปียงยางได้เรียนรู้ชีวิตคนเกาหลีเหนืออีกมุมมองหนึ่ง..ซึ่งนับว่าได้เปิดโลกทรรศน์ให้กับตนเอง......

สวัสดี...เปียงยาง...ตอนที่ 2

เช้านี้ตื่นมาก็รีบเก็บบรรยากาศยามเช้าของเกาหลีเหนือ..อากาศวันนี้(8 ต.ค53.)หนาวมาก เลยออกไปเดินเล่นแถวหน้าโรงแรมหวังจะเก็บภาพยามเช้าของเมืองเปียงยาง..แต่ปรากฎว่า..ห้ามเดินห่างจากโรงแรมในรัศมี 10 เมตร..

      

 ที่ล๊อบบี้โรงแรมค่ะ จะเห็นป้าย 65ปีทุกมุมค่ะ

            

ถ่ายกับดอกคิมอิลซุงเลีย(สีม่วง)และดอกคิมจองอิลเลีย(สีแดง)

 

                      

 

           ในช่วงสายๆไปมอบของที่ระลึกให้กับChairman of The Korean Association of Social Scientists ประเทศไทยได้นำรูปแกะสลักเทียนพรรษาที่สวยงามมาก มามอบเป็นของที่ระลึก ซึ่งของขวัญที่ชาติต่างๆนำมามอบนี้จะไปตั้งอยู่ที่พิพิธภัณฑ์หอของขวัญเทือกเขาเมืองเมียวเฮียง

         หลังจากนั้นพวกเราก็ได้ชมตัวเองในหนังสือพิมพ์(เพราะอ่านภาษาเกาหลีไม่ออก)แต่คุณปัคก็ได้แปลให้ฟังว่าเป็นการลงข่าวถึงแขกชาติต่างๆที่รัฐบาลเชิญมาร่วมเฉลิมฉลองงาน65ปีพรรคแรงงานเกาหลี ให้ชาวเกาหลีได้รับทราบว่าได้เชิญใครมาบ้าง

                  

คนไทย 12 คนที่ได้รับเกียรติจากทางรัฐบาลเกาหลีเหนือค่ะ....

            ในช่วงสายทางKASS ได้พาไปเยี่ยมชมโรงงานผลิตไหมPyongyang Kim Jong Suk Silk Mill.เป็นโรงงานที่ใหญ่ใช้เครื่องจักรที่ทันสมัย เป็นโรงงานที่มารดาท่านผู้นำคิมจองอิลก่อตั้งขึ้น ภายในโรงงานกว้างขวาง แต่ที่สังเกตุเห็นพนักงานไม่สวมถุงมือและไม่ปิดจมูกทั้งๆที่กลิ่นในขั้นตอนที่จะเป็นเส้นใยจากตัวฝักดักแด้นั้นกลิ่นแรงมาก

       ใยไหมที่พนักงานกำลังพับนั้นก็ปลิวกระจายในอากาศ แต่พนักงานก็ไม่ปิดจมูกเช่นกัน..เส้นไหมที่ผลิตนั้นส่วนใหญ่ผลิตเพื่อที่จะส่งออก เช่นส่งไปขายที่ประเทศจีน,รัสเซีย เป็นต้น 

    

    

        ในความรู้สึกที่ดิฉันมีต่อ"โรงงาน"โดยทั่วๆไปนั้น มันคือตัวบ่อนทำลายมนุษยชาติ ทำลายวิถีชีวิต..

 

            ในช่วงบ่ายเริ่มต้นที่บ้านChigol Revolutionary Historical Site.

            

      ซึ่งเป็นบ้านของมารดาท่านประธานาธิบดี คิม อิลซุง เป็นบ้านแบบชาวนาโบราณหลังคามุงด้วยไม้เป็นลำยาวๆเล็กๆคล้ายๆไม้ลำปอบ้านเรา เรียงซ้อนกันเป็นแพ ตัวบ้านคล้ายๆทำจากดิน ปลูกเป็นสองหลังขนานกัน เรือนแถวขวามือเมื่อเดินเข้าไปเป็นเรือนพักซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ห้อง

   

ห้องแรกเป็นห้องทำครัว ต่อด้วยห้องหนังสือ และห้องที่มีหีบใส่ข้าวของเครื่องใช้,ใส่เสื้อผ้า ซึ่งวางหีบบนเตียงไม้ ผนังห้องจะมีภาพถ่ายของครอบครัว ส่วนเรือนที่อยู่ตรงกันข้ามจะเป็นเรือนที่เก็บอุปกรณ์ข้าวของเครื่องใช้ในการประกอบอาชีพ ทำการเกษตร ทำนา

 ปัจจุบันนี้บ้านหลังนี้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ไปแล้วค่ะ...

                หลังจากนั้นบ่ายสามโมงกว่าๆไปชมPerformance of Symphony Orchestra ...ที่อาคารหลังนี้แหละค่ะ

       

บรรยากาศขณะรอเข้าชมค่ะ...

    

        ท่านผู้ชมมีทั้งคนเกาหลีและต่างชาติ ราคาบัตรเข้าชมสำหรับคนเกาหลีนั้นเพียง 80 วอน ประมาณ 20 กว่าบาทไทย  พลเมืองของเขาสามารถชมวงดนตรีออร์เครสตร้าได้อย่างสบายๆ ไม่มีนายทุนมาปั่นราคาจนบัตรราคาสูงลิบลิ่วเหมือนระบบทุนนิยม (ทุนนิยมกำไรต้องมาก่อนอยู่แล้ว)....เวลา 2 ชั่วโมงได้สะกดคนดูได้อย่างน่าประทับใจ..เราคนไทยยังอินท์ไปกับเขาด้วย....เสียดายที่ไม่สามารถบันทึกภาพมาให้ชมได้...เพราะห้ามนำกล้องเข้าไปด้วย

            ตอนค่ำได้รับเชิญไปชมดอกไม้ไฟ(การแสดงพลุ)ในย่านใจกลางกรุงเปียงยาง..เป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลอง65 ปีของการก่อตั้งพรรคแรงงานเกาหลี   ตามถนนหนทางเห็นผู้คนเดินมาจากทั่วทุกสาระทิศแต่งกายสวยงามด้วยชุดโจโกริ(ชุดของสุภาพสตรี) เพื่อที่จะมาร่วมงานในคืนนี้..ภาพที่ได้เป็นภาพไหวมากเพราะแอบถ่ายจากบนรถเขาห้ามถ่ายภาพค่ะ... 

      มองเห็นเก้าอี้สีแดงลิบๆนั่นแหละค่ะเป็นที่ๆจะไปนั่งชมดอกไม้ไฟ(พลุ) แต่ก่อนเข้าร่วมงานมีการตรวจที่เข้มงวดมาก นอกจากเดินผ่านเครื่องเอ็กซเรย์แล้วยังมีทหารมาตรวจเป็นรายคน  ไม่อนุญาตให้นำสิ่งของใดๆเข้าไปนอกจากพาสปอร์ตและการ์ดเชิญเท่านั้น..

        

              การ์ดเชิญค่ะ....

         เป็นการตรวจที่เข้มมาก เมื่อตรวจเสร็จก็เดินลอดถนนไปโผล่อีกฝั่ง(เปียงยางไม่มีสะพานลอย มีแต่สะพานลอด)...

          ประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่งพลุจำนวนนับพันๆลูกได้ถูกจุดแสดงอย่างสวยงามอลังการ......

          ประสบการณ์วันนี้ในเปียงยางได้เรียนรู้ชีวิตคนเกาหลีเหนืออีกมุมมองหนึ่ง..ซึ่งนับว่าได้เปิดโลกทรรศน์ให้กับตนเอง......

          เป็นอีกคืนที่หลับไหลด้วยความเหนื่อยกาย..แต่ใจไม่เคยเหนื่อยเลย...แหละคืนนี้...คิดถึงลูกที่เมืองไทยมากๆ

 (บันทึกไว้เมื่อ8 ต.ค.53ที่เปียงยาง)

                              ด้วยจิตคารวะ

                                  มาตายี.