เพิ่งจะกลับจากบางแสนค่ะ ไปอบรมบ่มนิสัยกันนิดหนึ่งหลังจากล้างลามานาน ก่อนไปลำบากใจมากเรื่องการเดินทาง เพราะหากไปรถโดยสารไม่รู้ต้องขึ้นลงกันที่ไหน คุณสามี พี่สาว พี่เขย เลยไปส่ง แต่ความจริงเราต้องไปส่งพี่สาวที่บ้านหลานสาวที่ระยองก่อน การเดินทางจึงสบายบนเส้นทางที่คุ้นเคย และลงท้ายด้วยอาหารทะเลชายหาดแม่รำพึงเช่นเคย ก่อนที่วันรุ่งขึ้น จะเดินทางกลับมายังชลบุรี
 
 
 
    เลือกที่พักที่แหลมแท่น เพราะชอบบรรยากาศของแหลมแท่น ที่มี เกาะ แก่ง หิน ไม่มีที่ให้เล่นน้ำ มีร้านอาหารที่ขึ้นชื่อมากมาย ที่พักที่เลือกชื่อ เอสเอส ความจริงอาจารย์ที่จัดการประชุมแนะนำ ราคา 1100 บาท ในมุมอับวิวทะเล หากเป็นวิวทะเล ราคาที่ 1500 บาท เป็นโรงแรมเล็กๆ 3 ชั้น ไม่มีลิฟท์ให้ใช้ มีสระว่ายน้ำในมุมเล็กๆสวยน่ารักพนักงานเป็นกันเองดี
 
 
     ร้านอาหารที่แหลมแท่น มีชื่อว่าเป็นร้านอร่อย อยู่หลายร้าน ก็แวะลิ้มรสอาหารทะเลเกือบครบทุกร้าน ไม่ว่าจะเป็น ครัวปะการัง ครัวกังวาน เปี๊ยกโภชนา และไม่ลืมอาหารบ้านเฮา "โคขุนโพนยางคำ" จนสำนึกขึ้นมาได้ว่า ไขมันในเลือดสูง ควรลดปริมาณอาหารทะเลได้แล้ว และกระเป๋าเริ่มเบาลงๆก็ให้นึกถึงชายสี่หมี่เกี๊ยว เขาหากินกันที่ไหน...ละ
  
     ร้านอาหารหากไม่นับร้านสะอาดที่ดูดี มีฐานะ แล้วยังมีเตียงผ้าใบ ตามริมทะเลเต็มหมด มีพ่อค้า แม่ค้า เดินชวนเชิญให้นั่งทานอาหารกันขวักไขว่ หากต้องการนั่งชิดริมทะเล ก็มีโต๊ะ มีเสื่อ ปูให้นั่ง ดูเหมือนจะเป็นวิถีชีวิตอีกแบบของผู้คนบนแหลมแท่น
 
 
     แหลมแท่นในยามนี้ พัฒนาไปมาก มีลานจอดรถที่กว้างขวาง วันศูกร์-เสาร์-อาทิตย์ ก็เปิดเป็นถนนคนเดินให้ผู้คนมาแลกเปลี่ยนจับจ่าย ซื้อขายกัน
  
      ไม่ว่าจะเป็นวันหยุดหรือธรรมดา แหลมแท่นก็ยังพลุกพล่านไปด้วยแขกผู้มาเยี่ยมเยือนอยู่ไม่ขาด คันเบ็ดฝรั่งหลายคัน วางซ้อนๆกันไป นานๆจะมีเสียงฮือฮา เพราะได้ปลาตัวใหญ่ คนก็จะไปรุมกันที
 
 
        จากบริเวณแหลมแท่น ด้านหลังจะเป็นภูเขาสูง ที่เรียกกันว่า เขาสามมุข ณ ที่แห่งนั้นจะเต็มไปด้วย ฝูงลิงที่คุ้นเคยกับผู้ไปเยือน เป็นที่มองเห็นบางแสนในมุมสูงที่สวยงาม
  
         แม้ว่า..บางแสนจะพยายามพัฒนาให้เป็นชายหาดที่สะอาดสะอ้าน แต่ยังคงมองเห็นขยะมากมายทั้งบนชายหาด ชายฝั่ง และลานต่างๆ คงต้องสร้างจิตสำนึกให้วิถีชีวิตชาวชุมชนแหลมแท่นกันอย่างหนักหน่วงต่อไป
 
 
แวะซื้ออาหารทะเลสดๆกลับมาบ้านที่อิสานที่ก็ไม่ได้หาได้ยากเหมือนเมื่อก่อน