กราบเท้า   คุณลุง  คุณป้าด้วยความเคารพรัก

               วันนี้หนูหน่อยจะเล่าเรื่องการไปประชุมสัมมนาเรื่องวิถีแห่งความสุขต่อนะคะ  ความเิดิมตอนที่แล้ว  กล่าวถึงแนวคิด  และมุมมองในเรื่อง "วิถีแห่งความสุข"  โดยนักคิด    และนักวิชาการคือ  รศ.ดร.กฤษดาวรรณ หงศ์ลดารมภ์   และคุณณัฐฬส  วังวิญญู

               ต่อจากนี้ไปจะขอเล่าเรื่อง "จิตวิทยาแห่งความสุข"  โดย ดร.กรรณิการ์  นลราชสุวัจน์  ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยา  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย     อาจารย์พูดถึงแนวคิดของนักจิตวิทยา มาสโลว์  ที่กล่าวถึงความต้องการขั้นพื้นฐานของมนุษย์ มี ๕ ขั้น  คือ

                        

                อาจารย์กล่าวว่าในยุคแรก ๆ นักจิตวิเคราะห์ มักจะมองข้อเสีย   และมองว่าสิ่งแวดล้อมเป็นผู้กำหนด      ในยุคปัจจุบันนักจิตวิทยามองเชิงบวกมองจุดแข็งของความเป็นมนุษย์  ไม่มองด้านที่ไม่ดี...  ในส่วนของความสุขจะมาได้อย่างไร  ให้ปฏิบัติดังนี้ค่ะ

                          ๑. ยอมรับตนเอง  มองมุมบวกทุกคนมีคุณค่า  ให้ความสำคัญกับตนเอง  ต้องยอมรับทั้งบวก และลบ มองและเรียนรู้ทุกประสบการณ์ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต  ไม่ว่าจะบวกหรือลบจะทำให้เรามีความสุข

                          ๒. ความสัมพันธ์กับผู้อื่น   พยายามทำให้คนที่อยู่ด้วยมีความสุข ต้องมีอัธยาศัยดี  น่าเชื่อถือ   และใส่ใจสวัสดิภาพของเพื่อนมนุษย์และสังคม

                          ๓. มีความสามารถในการรู้ซึ้งถึงจิตใจของเพื่อนมนุษย์  โดยเป็นผู้มีความเมตตา  ปรารถนาดีต่อเพื่อนมนุษย์

                          ๔. เข้าใจในการรู้จักให้และรู้จักรับ

                          ๕. ความเป็นตัวของตัวเอง  พึ่งพาตนเองได้  ตัดสินใจได้ มีอิสระในตัวเอง มีวินัย  กำกับและควบคุมตนเองได้

                          ๖. มีความสามารถจัดการกับสิ่งแวดล้อมไ้ด้

                          ๗. ไม่ว่าจะพบเจอสิ่งแวดล้อมอย่างไร  สามารถจัดการได้

                          ๘. มีเป้าหมายในชีวิตมีทิศทาง   มีศรัทธาและความเชื่อที่จะทำให้ไปสู่เป้าหมายได้

                           ๙. การพัฒนามีความงอกงามในตัวเอง   มนุษย์สามารถงอกงามได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด  เป็นชาที่ไม่ล้นถ้วย   ต้องมองเห็นการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง

                เป็นอย่างไรบ้างคะ  อ่านแล้วดูเหมือนไม่ยากนะคะ  แต่ถ้าทำได้ดังว่าต้องมีความสุขทุกคนแน่นอนค่ะ... ค่ำคืนนี้คุยแค่นี้ก่อนนะคะ   ขณะนี้ฝนเริ่มตกพรำ ๆ แล้วค่ะ บรรยากาศชวนนิทรารมณ์มากกว่านักเขียนบันทึกเป็นไหน ๆ นะคะ  พบกันใหม่ฉบับหน้านะคะ   ฉบับหน้าจะเข้มข้นกว่านี้มาก ๆ ขอบอกค่ะ....

                                                                    ด้วยความเคารพรัก

                                                                        หนูหน่อย



                   (ภาพจากอินเทอร์เน็ต)

...มีผู้ถามขงจื้อนักปราชญ์ชาวจีนว่า
"ตายแล้วไปไหน ?"
ขงจื้อตอบว่า "ก็เมื่อเราเป็น ๆ อยู่นี่เราก็ยังไม่รู้เลยว่าเรากำลังจะไปไหน 
ตายแล้วจะไปรู้ได้อย่างไร "

           จากหนังสือ ภาษิต - คำคม  วัดอุโมงค์  จังหวัดเชียงใหม่