สุธีสุนทโร กลับเยือนบ้านทอนอำเภอเพ็ญจังหวัดอุดรอีกครั้งในรอบปี

มีความกตัญญู-1

โสภณ เปียสนิท

...........................    


            สุธี สุนทโร กลับเยือนบ้านทอน อำเภอเพ็ญ จังหวัดอุดร อีกครั้งในรอบปี นับเป็นครั้งที่ 3 ในปีนี้ เขารู้สึกแปลกใจว่า ความรู้สึกของตนเปลี่ยนไปมาก วัยเด็กหลังจบการศึกษาประถม4 พ่อแม่อยากให้เขาเรียนต่อที่กรุงเทพฯ เพราะพ่อเชื่ออย่างหนักแน่นว่า การศึกษาคือความก้าวหน้าของชีวิต เขาเองก็เชื่อตามพ่อแม่ แต่ในส่วนลึกอีกอย่างคือ เขาเห็นว่าชีวิตบ้านนอกคือความล้าหลัง งานหนัก น่าเบื่อหน่าย พ่อพาเขาไปหาหลวงพ่อที่วัดใกล้บ้าน ขอความเมตตาให้ท่านส่งไปอยู่วัดในกรุงเทพฯ เพื่อเรียนหนังสือ เขาจึงพ้นจากบ้านไร่ปลายนาไปอยู่วัดในเมืองกรุง เพื่อเรียนหนังสือ 10 ปี เขาจบปริญญาตรีตามที่พ่อแม่ญาติพี่น้องคาดหวัง อีก 2 ปีกว่า เขาจบปริญญาโท อีก 10 ปีต่อมาเพื่อการทำงานหาเงินในหลายบริษัท และเบื่อหน่ายสังคมเมือง

 

                วันนี้อยู่ในช่วงหน้าแล้ง นาของเขาราว 10 ไร่ เหลือตอซังข้าวชี้โด่เด่เหลืองซีดปักอยู่บนดินแยกแตกระแหง เพราะขาดน้ำ และขาดหัวใจของผู้เป็นเจ้าของ พ่อแม่ก็แก่ชราเกินกว่างานแสนหนักกลางท้องไร่ท้องนา เขารู้สึกเหมือนหนึ่งว่า ผืนดินแห่งนี้กำลังต่อว่าเขา ผู้ที่ทิ้งท้องนาไปเสียนานแสนนาน หลายปีแห่งการร่ำเรียน หลายปีแห่งการกร่ำงานในกรุง หลายปีแห่งการหาเงินด้วยการเป็นลูกจ้างบริษัท ทำให้เขาโหยหาอิสรภาพเสรีภาพแห่งชีวิต หลายปีที่ผ่านมาจึงเป็นปีแห่งการศึกษาหาความรู้ด้านเกษตรกรรม เกษตรธรรมชาติ เกษตรทฤษฏีใหม่ของพ่อหลวง เกษตรประณีต ไร่นาสวนผสม เศรษฐกิจพอเพียง และการพึ่งตนเอง

 

                อีกครั้งที่เขากลับไปเยี่ยมหลวงปู่ที่เมตตาส่งเขาไปเรียนในกรุง “อ้าว สุธี กลับมาบ้านเมื่อไร” หลวงปู่ป้องหน้ามองศิษย์รัก ใบหน้าเหี่ยวย่นของท่านมีรอยยิ้ม ดวงตาของท่านแจ่มใสเหมือนนิลวาว อาจเป็นเพราะสมาธิวิปัสสนาที่ท่านปฏิบัติอย่างจริงจังทำให้ท่านสุขภาพดีเยี่ยม “เมื่อวานครับหลวงปู่ ผมอยากกลับมาอยู่บ้าน หลวงปู่จะว่าอย่างไร”