ไมเคิลจ้างหญิงชาวยิวคนหนึ่งมาเป็นต้นแบบแม่มาเรีย บังเอิญว่าภาพหินอ่อนที่แกะมีใบหน้าของแม่มาเรียสาวไปหน่อย

เกร็ดความรู้ระหว่างเดินทาง-6

โสภณ  เปียสนิท

.......................................

 

                บางกระแสกล่าวว่าไมเคิลจ้างหญิงชาวยิวคนหนึ่งมาเป็นต้นแบบแม่มาเรีย บังเอิญว่าภาพหินอ่อนที่แกะมีใบหน้าของแม่มาเรียสาวไปหน่อย จึงเกิดคำครหาว่า “แม่อายุน้อยกว่าลูก” งานที่ทำนับว่าค่อนข้างยาก ต้องร่างภาพขึ้นมาก่อน แล้วนำภาพพระเยซู และแม่มาเรียมาซ้อนกัน ต้องนำดินเหนี่ยวมาปั้นเป็นหุ่นไว้ก่อน เสร็จแล้วค่อยไปหาหินอ่อนด้วยตนเอง ระหว่างการแกะสลักเศษหินกระเด็นเข้าตาต้องพักรักษาตัวอยู่นาน พระคาร์ดินัลใจร้อนมักมาเร่งงานบ่อย ๆ จนบางครั้งถึงกับวิวาทะกัน แต่เขายังคงมุ่งมั่นทำงานทั้งกลางวันกลางคืน กลางคืนต้องนำเอาเทียนไขมาจุดแทนตะเกียง หลายครั้งที่ไมเคิลเบิกเงินล่วงหน้าส่งไปให้ทางบ้านเพื่อแก้ปัญหาความยากจน ตัวเขาเองจึงอยู่อย่างลำบากเหมือนขอทาน

                เมื่องานสำเร็จแล้ว เขาแอบจ้างคนนำหินสลักนั้นไปติดตั้งที่วัดตอนกลางคืน กลางวันเมื่อเปิดโบสถ์ ผู้คนมากมายเห็นความสวยงามของงานศิลป์อันยิ่งใหญ่ ทุกคนชมชอบฝีมือ ต่างคนต่างว่าเป็นฝีมือของช่างคนนั้นคนนี้ล้วนเป็นช่างมีชื่อในสมัยนั้น ไม่มีใครรู้ว่าเป็นงานของไมเคิล จึงแอบไปสลักชื่อไว้เป็นหลักฐาน และเป็นภาพเดียวที่มีการสลักชื่อของไมเคิล ภาพเสร็จแล้วผลงานมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง แต่ศิลปินยังอดอยากยากจนเหมือนเดิม

                ระหว่างนี้ทางมหาวิหารเมืองฟลอเร้นส์มีงานชิ้นใหญ่ ที่ต้องการให้ศิลปินชื่อดัง คือดาวินชีเป็นคนแกะสลักให้สมกับเป็นงานอลังการ แต่ดาวินชีไม่ยอมรับเพราะเห็นว่าเป็นงานของกรรมกร ไมเคิลจึงไปของานชิ้นนี้มาทำเอง แต่ทางวัดไม่ยอมเนื่องจากเห็นว่าฝีมือยังไม่ถึงขั้น

                ระหว่างนี้เพื่อนนักแกะคนหนึ่งทำงานแล้วทำไม่สำเร็จ จึงได้มาชักชวนให้ไมเคิลไปช่วย ไมเคิลได้ไปช่วยงานเพื่อนจนสำเร็จ และสวยงาม และเมื่อกรรมการโบสถ์เมืองฟลอเร้นส์ไม่สามารถเชิญดาวินชีมาทำงานชิ้นสำคัญนั้นได้ จึงได้ยอมให้ไมเคิลรับงานนี้ ถือได้ว่า เทพีแห่งโชคลาภมาอยู่กับไมเคิล ถึงขนาดเชิญเพื่อนพ้องมาฉลองล่วงหน้า ระยะแรกทำงานได้เงินเพียง 4 ฟอริน (ใครรู้ว่าเป็นเงินไทยเท่าไรบอกด้วยครับ) ต่อเดือน แต่เมื่อแกะสลักจนถึงคอภาพที่ออกมาสวยงามถูกใจคณะกรรมการจึงได้เพิ่มขึ้นถึงเดือนละ 400 ฟอริน