ดูภาพแล้วค่อยๆติดตามอ่านนะคะ

มีเรื่องที่จะต้องนำมาขยายความต่อด้วยไม่คาดคิดมาก่อน   ว่าจะเจอเข้ากับความจริงที่แสนมหัศจรรย์.....

 

วันนั้นเป็นวันที่  28  กันยายน  2553  ที่ผ่านมา   ขณะที่ krugui  กำลังทำงานบ้านในช่วงสายๆ  ก็ได้ยินเสียงคนมาตะโกนอยู่หน้าบ้านว่า....มีใครอยู่ไหมคะๆๆ  ( คิดว่าเขาคงมองไม่เห็นออดที่ติดอยู่ตรงประตุ )  krugui  ก็คิดว่า...เอ!! ใครมาขายอะไรอีกล่ะ ( พวกเซลล์ที่ชอบมาเดินขายของตามบ้าน )  เลยถามไปว่า....ทำไมหรือคะ??   น้องเขาถามกลับมาว่า...บ้านนี้มีคนชื่อคุณ.........หรือเปล่า??

krugui  ใจหายวาบรีบตอบว่ามีค่ะ  เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า?? ( คิดว่ามีเรื่องเกี่ยวกับคุณ.........)  พอเขาบอกว่า...เก็บกระเป๋าตังค์ได้ที่ตรงสะพานจะเข้าหมู่บ้าน   แทนที่  krugui  จะพิจารณาให้ถี่ถ้วน  รีบวิ่งออกไปเปิดประตูให้เขาเข้ามา   ( มานึกได้ทีหลังว่า..เรานี่ประมาทไปหน่อย  ถ้าเกิดเขามาแบบมีแผนล่ะ      เสร็จแน่.....krugui  เอ๋ย  บังเอิญเป็นผู้หญิงทั้งคู่  ถ้าเป็นผู้ชายก็คงฉุกใจคิด  มั่งล่ะน่า  อิ   อิ  )

 

                  

                                           อาจารย์ยุพิน  พูนดี

ปรากฎว่าน้องทั้งสองคนก็เล่าให้ฟังว่าเขาขับรถกำลังจะข้ามสะพาน  บังเอิญเหลือบเห็นอะไรตุงๆอยู่ข้างๆสะพาน  เลยจอดเก็บมาดูเป็นกระเป๋าตังค์ที่มีทุกอย่างอยู่ในนั้นครบหมด  ไม่ว่าจะเงินสด  บัตรสารพัดบัตร   เลยทั้งโทรและถามหาเจ้าของโดยการตระเวณไปตามลายแทงขุมทรัพย์ ( น้องเขาว่าชอบเล่นเกมส์ลายแทงขุมทรัพย์  โดยอาศัยดูจากบัตรประชาชน)   ไปถามที่  อบต.แล้วอบต.ก็แนะนำให้ไปถามผู้ใหญ่บ้าน  พอดีไม่ใช่ชื่อของ krugui  เลยไม่มีใครรู้จักเพราะเป็นหมู่บ้านที่โรงเรียนที่ krugui เคยสอนครั้งสุดท้าย  ถ้าเป็นชื่อเราไฉนเลยจะไม่มีใครรู้....คุยซะหน่อย

 

               

                                 อาจารย์วชิรญา  เหลียวตระกูล

ผู้ใหญ่บ้านเลยบอกว่าให้เข้ามาดูในหมู่บ้านจัดสรรตรงนี้ๆๆๆ  เขาก็ขับรถเข้ามาแล้วก็มาเรียกอยู่หน้าบ้านฉะนี้แล.....แต่...คุณเอ๋ย.....พอkrugui  โทรไปหาคุณ.......แล้วถามว่ากระเป๋าตังค์ยังอยู่ดีไหม??  เขากำลังคุยธุระกับเพื่อนอยู่ถึงได้เอะใจ.....เฮ้ย!!!ไม่มี  หายไปไหนๆๆๆๆ   พอได้ฟังความจาก  krugui  เท่านั้นแหละคนในวงสนทนาถึงกับฮือฮากันใหญ่....ในสังคมสมัยนี้ยังมีคนแบบนี้อยู่อีกหรือ   เลยรีบบึ่งรถกลับมาบ้านแล้วก็ได้สนทนาปราศัยกันนานพอสมควร

จึงทราบว่าทั้งสองคนมาได้ทุนมาเรียนต่อปริญญาเอก  จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ  จังหวัดอยุธยา  เป็นอาจารย์สอนอยู่คณะเทคโนโลยีการเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตร  เหตุที่อาจารย์ไม่นำส่ง ตำรวจหรือฝากผู้ใหญ่บ้านไว้เพราะ....เคยมีประสบการณ์เกี่ยวกับกระเป๋าตังค์หายแล้วเข้าใจความรู้สึกของคนคนนั้นดี.....อยากทำบุญโดยการส่งมอบให้ถึงมือเจ้าของด้วยตนเอง.....พอจะมีเวลาเล่นเกมส์ลายแทงขุมทรัพย์  เลยใช้เวลาร่วมชั่วโมงตระเวณตามหาบ้านจนเจอ

 

  

      

 

ถึงแม้  krugui  จะตอบแทนน้ำใจเขายังไงๆเขาก็ไม่รับ  เขาบอกว่าอยากทำบุญจริงๆ  เอาไว้คราวหลังคงมีเรื่องมารบกวนบ้าง  ก็เลยจดชื่อที่อยู่และหอพักไว้   เมื่อเย็นวานนี้เลยนัดมาทานข้าวด้วยกัน  แล้วพูดคุยกันอย่างเปิดใจ             จากการได้พูดคุยกันทำให้รู้ว่า  อาจารย์มีน้ำใจงามทั้งสองคนมาจากพื้นฐาน ทางครอบครัวที่อบรมและสั่งสอนมาดี ( ฝากกราบขอบพระคุณคุณพ่อ         คุณแม่ของทั้งสองอาจารย์ด้วยค่ะ )  มาจากครอบครัวธรรมดาแต่ไม่ธรรมดา      ทางด้านคุณธรรรม   อาจารย์วชิรญา ( เก่ง ) เป็นคน  จังหวัดนครปฐม  ส่วนอาจารย์ยุพิน ( ต้อย )  เป็นคนจังหวัดนครราชสีมา          

 

 

   

 

จึงหวังว่าสถาบันที่มีอาจารย์สองท่านนี้สอนอยู่คงจะภาคภูมิใจที่มี

อาจารย์ดี   เป็นตัวอย่างที่ดีของลูกศิษย์  สามารถอบรมสั่งสอนและ

ผลิตคนที่มีคุณค่า     ออกมาสู่สังคมได้อย่างสมศักดิ์ศรี  ขอยกย่อง

และเชิดชูอีกครั้งกับ....

อาจารย์วชิรญา  เหลียวตระกูลและอาจารย์ยุพิน  พูนดี   พร้อมด้วย

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ  จังหวัดอยุธยา...