

หากไม่หยุดทำร้ายแม่น้ำลูกหลานคงลำบากกว่าวันนี้แน่
ขยะเพียงคนละชิ้น ทิ้งลงน้ำ
เร่งคุกคามพระแม่ ให้เน่าเสีย
หยุดเสียเถิดเลิกทิ้ง ทุกสิ่งเคลีย
เพื่อลูกเมียมีน้ำใช้ ไว้สืบเอย
งดทิ้งขยะและสิ่งปฏิกูลและน้ำเสีย ลงแม่น้ำลำคลอง
เป็นบทกลอนคำสอนที่ได้จากการจัดการความรู้เพื่อสนับสนุนประเด็นยุทธศาตร์ เพื่อการดูแลทรัพยากรธรรมชาติและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ประเด็นการจัดการน้ำเสียชุมชนระดับครัวเรือน ซึ่งได้รับการสนับสนุนด้วยดีจาก กลุ่มงานสิ่งแวดล้อมจังหวัดสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดชัยนาท โทร 056 41013, 056 413040
ส่วนหนึ่งของคำกล่าวอย่างท้อแท้กำการเฝ้าระวังการเน่าเสียของแม่น้ำลำคลองว่า แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำน้อย และแม่น้ำท่าจีน กำลังเสื่อมโทรมลงเนื่องจากเรามีส่วนในการทิ้งน้ำเสียจากชุมชน บ้านเรือน น้ำเสียจากฟาร์ม โรงงาน สถานประกอบการ และน้ำเสียจากการเกษตร ลงสู่แม่น้ำลำคลอง จนเกินกว่าแม่น้ำจะรองรับได้
ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องช่วยกันรักษา ฟื้นฟูแม่น้ำ ทั้ง 3 สายนี้ ด้วยวิธีการง่ายๆ เช่น ติดตั้งถังดักไขมัน ใช้ส้วมที่มีระบบบ่อกรองกับบ้านเรือนริมแม่น้ำ ใช้นำหมักอินทรีย์บำบัดน้ำเสียในครัวเรือน ร่วมกับการไม่ทิ้งขยะและสิ่งปฏิกูลลงแม่น้ำ เป็นต้น
ถังดักไขมัน


ถังดักไขมันใช้สำหรับ บำบัดน้ำเสียจากการล้างจานของบ้านพักอาศัย ห้องอาหารหรือภัตตาคาร เนื่องจาก น้ำเสียดังกล่าวจะมีน้ำมันและไขมันปนอยู่มาก หากไม่กำจัดออกจะทำให้ท่อระบายน้ำอุดตัน และทำให้น้ำเน่าเสีย
การทำงานออกเป็น 3 ขั้นตอน คือ
1. แยกเศษอาหารด้วยตะแกรงดักเศษอาหาร
2. แยกไขมันออกจากน้ำ โดยอาศัยแรงโน้มถ่วง
3. ระบายน้ำทิ้ง และนำไขมันไปกำจัด
การดูแลรักษาถังดักไขมัน
- ทิ้งเศษอาหารในตะกร้าดักเศษอาหาร ทุกวัน
- ตักหรือระบายไขมันที่ลอยอยู่ออกทางท่อระบายไขมัน ทุก 7-10 วัน
- ควรล้างถังดักไขมันทุก 4-5 เดือน โดยการถอดวาล์วที่ก้นถังออก
น้ำหมักอินทรีย์บำบัดน้ำเสีย
- ราดลงโถส้วม ทุก 2 สัปดาห์ ครั้งละ 500 ซีซี ช่วยย่อยสลายกากอุจจาระ ทำให้ส้วมไม่มีกลิ่นและเต็มช้าลง
- ผสมน้ำในอัตราส่วน 1:1 ใช้ล้างห้องน้ำ แทนน้ำยาขัดห้องน้ำ ช่วยดับกลิ่น และลดค่าใช้จ่าย
- ราดลงท่อระบายน้ำ รางระบายน้ำ และอ่างล้างจาน ช่วยบำบัดน้ำเสีย และลดกลิ่นเหม็น
- ผสมน้ำในอัตราส่วน 1:5 (น้ำ 5 ส่วน) ใช้ฉีดพ่นป้องกันกลิ่นเหม็นและแมลงวันได้
ส้วมริมน้ำ

ขนาดของส้วมริมน้ำ

หมายเหตุ ปริมาตรบ่อกรอง ตามความเหมาะสม หรือใช้
ประมาณ 1.5-2.0 เท่า ของปริมาตรตัวกลาง
