Synchronicity : โอกาสแวบเดียว
และแล้ว ก็มาถึง "หัวใจสำคัญ" ของ หนังสือรหัสอภิมนุษย์ ครับ อยู่ที่
Synchronicity : โอกาสแวบเดียว

Synchronicity ซี ซี จุง ให้นิยามว่า "เป็นการประจวบเหมาะของเหตุการณ์ที่มีความหมายตั้งแต่ 2 เหตุการณ์ จึ้นไป ซึ่งมีอะไรที่มากกว่าเรื่องของความน่าจะเป็น"
ผู้เขียน โจเซฟ จาวอร์สกี เขียนว่า
"ผมคิดถึงเรื่องที่ทั้ง เดวิด โบห์ม และ เมวิสปรากฏตัวเข้ามาในวิถีชีวิตทันทีที่ผมตัดสินใจลาออกจากบริษัทและเดืนตามเส้นทางแห่งความฝัน
ตอนนั้นผมแปลกใจในความประจวบเหมาะของเรื่องที่เกิดขึ้น แต่เมื่อคิดถึงมัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องที่เดวิด โบห์ม สอน ผมบอกตัวเองว่า "ทำไมต้องแปลกใจด้วยล่ะ"
นี่แหละ คือ สิ่งที่ควรเกิดขึ้นในโลกที่เชื่อมโยงถึงกันโดยแก่นแท้ของมัน แต่ผม ได้รับการปลูกฝังให้มองโลกในลักษณะแยกส่วน มองว่าองค์ประกอบสรรพสิ่งที่แยกออกจากกันเป็นส่วนๆ ดังนั้น ผมจึงดิ้นรนหาสาเหตุแห่งการเชื่อมโยงสรรพสิ่งเข้าด้วยกัน สำหรับผม มันเป็นเรื่องยากที่จะมองโลกว่าเป็นหน่วยเดียวที่มีความเชื่อมโยงกันแทนที่จะเป็นเรื่องวัตถุ"
อาร์เธอร์ โคสท์เลอร์ เปรียบเทียบความคิดเรื่องความเป็นหนึ่งเดียวภายใต้ความหลากหลาย กับ ความเห็นอกเห็นใจสรรพสิ่ง ความไหลลื่นที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน การมีลมหายใจเดียวกันและสรรพสิ่งต่างอยู่ด้วยความเห็นอกเห็นใจกัน ความเชื่อที่ว่าสรรพสิ่งในจักรวาลล้วนประสานเชื่อมโยงไว้ด้วยกัน ยังสอดคล้องกับคำสอยของเต๋า พุทธ ปรัชญาของโพลตินัส และ ปรัชญาต่างๆในยุคศิลปะเฟื่องฟู
อาร์เธอร์ โคสท์เลอร์ สรุปว่า โทรจิต การหยั่งรู้ ญาณ ทักษะ และ Synchronicity เป็นเพียงปรากฏการณ์ภายใต้สภาวะที่ต่างกันของหลักสากลเดียวกัน นั่นคือ แนวโน้มของการบูรณาการผ่านการสื่อทั้งที่ทราบและไม่ทราบสาเหตุ
ยาวหน่อยครับ ผมขออนุญาตสรุปได้ดังนี้ ครับ
1. ในชีวิตเรา บางครั้ง มีเรื่องดีๆที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดฝัน และ ไม่คิดว่าจะเป็นไปได้
2. สิ่งที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดฝัน เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นโดยเหตุการณ์สองเหตุการณ์มาประจวบเหมาะกันพอดี
3. สิ่งที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดฝัน ถ้าคิดกันง่ายๆ ก็คิดว่าเป็นเรื่องของการ "บังเอิญ" เสียมากกว่า นั่นเป็นการคิดแบบ "แยกส่วน"
4. เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันที่เกิดขึ้น ถ้ามองอย่างองค์รวมก็เป็น เรื่องของ Synchronicity ที่ไม่ใช่เรื่องของความบังเอิญ แต่เป็นเรื่องของกระแสชีวิตที่ส่งผลต่อกันและกัน (อธิบายยากครับ)
ท่านผู้อ่าน มีเหตุการณ์ดีๆ ที่ไม่คาดฝัน เกิดขึ้นบ้างไหมครับ แบบSynchronicity เล่าให้ฟังหน่อย ว่าเป็นอย่างไร เกิดเพราะอะไร คิดว่าบังเอิญหรือเปล่า (ทั้งๆที่ดูเหมือนบังเอิญ)
เรียนท่านอาจารย์ที่นับถือ
ก็มีตอนที่เจ้าเดลหายไปแล้วกลับมาตอนที่เรียกชื่อใส่หม้อค่ะ
เรื่องนี้ ผมเคยอ่านแล้วครับ ผมว่าไม่ใช่เรื่องบังเอิญนะครับ แต่เป็นกระแสที่ส่งถึงกันอย่างประจวบเหมาะและพอดี
ขอบคุณครับ
สวัสดีค่ะ
คล้ายๆจะบังเอิญนะครับ แต่ว่ามันเป็นกระแสชีวิตที่ส่งผลต่อกัน
ขอบคุณครับ
ท่านผู้อ่าน มีเหตุการณ์ดีๆ ที่ไม่คาดฝัน เกิดขึ้นบ้างไหมครับ แบบSynchronicity เล่าให้ฟังหน่อย............
เรียนจบแล้ว...เรียนจบอย่างไม่คาดฝัน..เรียนมา 10 ปี พอดี...ค่ะอิๆๆ
เล่มนี้เคยอ่านนานแล้ว..แต่หนังสือหายไปยังไม่ได้ซื้อใหม่
เห็นรูปเล่มน่าจะจัดพิมพ์ใหม่
ชอบมากเล่มหนึ่งครับ
เอ่อ..ท่านรองคะ มันจะเกี่ยวกับการตกบันไดพลอยโจนด้วยหรือเปล่าคะ เพราะครูปูเจอประเภทนี้ค่อนข้างบ่อย ประมาณว่า มีแรงผลักดัน(จากใครหรืออะไร)ที่ไม่ได้ตั้งใจ แต่เราดันตามมันไป และกลายเป็นผลดีต่อเราซะงั้นค่ะ หรือว่าฟลุคคะ
ท่านรองครับ เหมือนศาสนาพุทธ สอนเรื่อง อิทัปปัจจยตา สรรพสิ่งทั้งหลายต่อเนื่องกัน ครับ ขอบคุณมากครับ
ในชีวิตจริงต้องพยายามมากๆ จึงจะได้มาค่ะ แต่ รักข้ามขอบฟ้า นี้บังเอิญจริงๆนะคะ;)
เรียนจบแบบไม่คาดฝัน คงไม่ใช่เรื่องบังเอิญนะครับ
ขอบคุณครับ
เล่มนี้ 2545 นานแล้วครับ
ขอบคุณครับ
ตัวอย่างของครูปู "ชัดเจน" มากครับ
* มันจะเกี่ยวกับการตกบันไดพลอยโจนด้วยหรือเปล่าคะ
(ชัวร์เลยครับ)
* เพราะครูปูเจอประเภทนี้ค่อนข้างบ่อย ประมาณว่า มีแรงผลักดัน(จากใครหรืออะไร)ที่ไม่ได้ตั้งใจ แต่เราดันตามมันไป และกลายเป็นผลดีต่อเราซะงั้นค่ะ
(นี่แหละครับ ชัดเจนมาก Synchronicity)
* หรือว่าฟลุคคะ
ถ้าคิดว่าฟลุค มองแบบแยกส่วนครับ เรื่องนี้ไม่ใช่ฟลุค ไม่ใช่บังเอิญ มันเป็นกระแสของชีวิตที่ส่งผลถึงกันอย่างต่อเนื่องนะครับ
ขอบคุณมากครับ
Synchronicity มาจาก อิทัปปัจจยตา สรรพสิ่งทั้งหลายต่อเนื่องกัน
ชัดเจนครับ
ขอบคุณครับ
ในชีวิตจริงต้องพยายามมากๆ จึงจะได้มา
เป็นเช่นนั้นจริงๆครับ
ขอบคุณครับ
ขอบพระคุณครับท่านอาจารย์ ผมจะหามาอ่านครับ..น่าทึ่งมากๆ
เล่มนี้ อ่านแล้ว "น่าทึ่ง" จริงๆ ครับ
ขอบคุณครับ
เรียนจบแบบไม่คาดฝัน คงไม่ใช่เรื่องบังเอิญนะครับ
ขอบคุณครับ
************************************************
คงไม่ใช่เรื่องบังเอิญนะครับ...ตอบว่า...ไม่ใช่หรอกค่ะ...แต่ครูอ้อยเล็กพูดให้ดูเป็นเรื่องง่ายๆและไม่แก่เกินเรียนกับการเรียนระยะเวลา 10 ปี ของเส้นทางการเรียน...ที่แวะทำโน่นทำนี่...จนไม่ถึงจุดหมายปลายทางตามระยะเวลาที่กำหนด แต่เมื่อเรามองตรงไปเราเห็นจุดหมายอยู่ที่หลักกิโลเมตรที่ 100 แต่เรามายืนอยู่ตรงหลักกิโลเมตรที่ 90 แล้ว เลยมีใจสู้ว่าไหนๆก็ไหนๆแล้ว..ไปต่ออีกหน่อย เพราะเจ้าของทางให้โอกาสแล้วอย่าละทิ้งเสีย โอกาสไม่ได้มีมาให้ง่ายๆหรอก เลยกัดฟันไปต่อ ทั้งๆที่เท้าทั้ง 2 ข้าง ระบมเต็มที..แต่เมื่อถึงจุดหมายได้นั่งพักอย่างชื่นใจ เท้าทั้ง 2 ข้างที่ระบมกลับหายสนิทและยิ้มให้กับครูอ้อยเล็กอย่างเบิกบานค่ะ...ดีใจๆๆๆๆ
* ทั้งๆที่เท้าทั้ง 2 ข้าง ระบมเต็มที..แต่เมื่อถึงจุดหมายได้นั่งพักอย่างชื่นใจ
* เท้าทั้ง 2 ข้างที่ระบมกลับหายสนิทและยิ้มให้กับครูอ้อยเล็กอย่างเบิกบานค่ะ...ดีใจๆๆๆๆ
ครูอ้อยเล็กครับ ขอชื่นชมจากใจจริงครับ
ขอบคุณค่ะ....
ขอบคุณเช่นกันครับ สำหรับสิ่งดีๆที่นำมาฝาก