บางครั้งความตั้งใจจริงของผู้อำนวยการเรียนรู้ (Facilitators) จะกลายเป็นพลังเชิงลบต่อกระบวนการเรียนรู้ เพราะความตั้งใจสูงมาก อาจส่งผลให้เกิดความตึง รวมถึงความตีบตันของบรรยากาศ การมุ่งเข้าหาแต่การถอดบทเรียน มุ่งแต่ประเด็น กลับกลายเป็นว่า เราล้มเหลวในการทำกระบวนการเรียนรู้

ประสบการณ์การทำงานในช่วงหลังของผมที่ผ่านมามีทั้งเรื่องที่น่ายินดี และเรื่องอึดอัดขัดข้อง แต่ทั้งหมดก็เป็น “บทเรียน” ให้ผมได้เรียนรู้ พัฒนาตนเองต่อไป

การศึกษาในระดับสูง ทำให้ผมระมัดระวังในการสื่อสารมากขึ้น ทำให้ผมรู้สึกมากขึ้นว่า “ความรู้ไม่พอใช้” และความรู้สึกเช่นนี้เริ่มทวีมากขึ้นทุกขณะตามอัตราเร่งของการเปลี่ยนแปลงที่อยู่รายรอบตัวเอง จากที่เคยรู้สึกว่ารู้และเก่งกล้าพอที่เผชิญกับงานใหม่ๆ ที่ท้าทาย กลับกลายเป็นว่า เมื่อย้อนกลับไปดูงานเดิม เราทำงานโดยพลังกาย พลังใจที่ทุ่มเท แต่ยังขาดการใช้ มุมมอง(Views) และ วิธีคิด (Concepts)ที่จำเป็นและเพียงพอในการคิดงานใหม่ๆ เมื่อเป็นเช่นนี้ช่วงหลังๆผมต้องใช้เวลาอย่างมากในการตระเตรียมกระบวนการที่ละเอียดหรือที่อาจเรียกว่า “ประณีต”มากขึ้น เพื่อผลลัพธ์ไม่ว่าจะเป็นวิธีการ(Means) หรือ ผลลัพธ์สุดท้าย (End)

Large_img_7474

เมื่อตั้งต้นทำ กระบวนการเรียนรู้ นอกจากที่เราจะคิดว่า จะเสร็จสิ้นแล้วเราได้ผลงานความสำเร็จอย่างไร? แต่สิ่งที่ต้องคิดต่อและสำคัญที่สุดคือ แล้วจะเกิดความยั่งยืนอย่างไร? โดยเฉพาะการทำกระบวนการพัฒนาใดๆที่ถูกจำกัดด้วยเวลา ทรัพยากร หากคิดแบบนักเศรษฐศาสตร์ ก็ต้องคิดว่า จะให้คุ้มค่าได้อย่างไร?  

ผมมักตั้งคำถามเสมอๆกับเวทีการเรียนรู้ที่เข้าร่วมเรียนรู้หลายต่อหลายแห่ง ที่ได้รับเชิญ หรือที่เป็นผู้สังเกตการณ์ ผมมีคำถามว่า การจัดเวทีเรียนรู้แบบนี้ จะช่วยให้ผู้เข้าร่วมกระบวนการ (Participants)ได้เรียนรู้อะไร? และการเรียนรู้ในเวทีนั้นๆจะช่วยพัฒนาตัวเขาเองอย่างไร จะส่งพลังเชื่อมต่อไปยังสังคมได้อย่างไร?

Large_img_7534

การจัดกระบวนการเรียนรู้ จึงเป็น กระบวนการที่ต้องคิดอย่างประณีต และสอดคล้องกับจริต หรือธรรมชาติของผู้คนมากที่สุด ที่ผมเคยบอกบ่อยๆกับคนใกล้ชิดว่า เราสามารถทำกระบวนการเรียนรู้ได้อย่างไรที่สอดคล้องกับจังหวะลมหายใจที่มีความสุขของผู้คน เราอยากได้ฟังเสียงแห่งความสุข บรรยากาศผ่อนคลายในวงเรียนรู้ แม้ว่าผลลัพธ์ที่เราต้องการคือ “บทเรียน” แต่นั่นเป็นเพียงผลิตปลายทาง และเราต้องได้แน่ๆอยู่แล้ว ประเด็นที่ควรใส่ใจมากกว่าผลลัพธ์สุดท้ายผมคิดว่า “ความสุข”ในบรรยากาศการเรียนรู้ ที่เรา (หมายถึง Facilitators และผู้เข้าร่วม) ช่วยกันรังสรรค์ขึ้น

บางครั้งความตั้งใจจริงของผู้อำนวยการเรียนรู้ (Facilitators) จะกลายเป็นพลังเชิงลบต่อกระบวนการเรียนรู้ เพราะความตั้งใจสูงมาก อาจส่งผลให้เกิดความตึง รวมถึงความตีบตันของบรรยากาศ การมุ่งเข้าหาแต่การถอดบทเรียน มุ่งแต่ประเด็น กลับกลายเป็นว่า เราล้มเหลวในการทำกระบวนการเรียนรู้

“การมุ่งการจับประเด็นมากเกินไปทำให้เราพลาดอะไรบางอย่างเพราะเรื่องราวที่ปรากฏไม่ใช่เรื่องของประเด็นเท่านั้น และการจับประเด็นที่ดีคือ การไม่มุ่งมั่นที่จะจับประเด็น แต่เป็นการเปิดออกให้ประเด็นปรากฏขึ้นมาเอง”  (จากหนังสือ “สุนทรียสนทนา” โดยวิศิษฐ์ วังวิญญู) ประโยคยาวๆที่ผมยกมา ทำให้ผมได้เรียนรู้ว่า ความตั้งใจ แต่เพียงอย่างเดียวอาจไม่ใช่ปัจจัยความสำเร็จในการจัดกระบวนการเรียนรู้ แต่ความตั้งใจและใส่ใจต่างหากที่ควรตระหนัก

อาจจะดูเหมือนละเลยกรอบของงาน ละเลยวัตถุประสงค์ และ ตัวบททฤษฏี ที่เรารังสรรค์กระบวนการเรียนรู้แบบค่อยเป็นค่อยไป ดูเหมือนไม่ถูกใจนักทฤษฏีหรือนักจัดการสักเท่าไหร่ ที่ผมมักปล่อยเวลาให้เนิ่นช้า ทุกอย่างยังคงความไม่ชัดเจนเสมอๆในเวทีการเรียนรู้แบบธรรมชาติ ด้วยความเชื่อว่า ความเนิ่นช้าที่เป็นอยู่จะค่อยๆ ก่อรูปความคิดใหม่ๆที่ละเอียด ประณีตและทรงพลังในรูปของ “บทเรียนที่มีคุณภาพสูง” (High – Quality lesson learned)

 

 

จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร

๐๕/๑๐/๕๓

ศาลายา,มหิดล