๓๐ กันยายน ๒๕๕๓  เป็นวันสุดท้ายของการรับราชการ  ที่ได้รับราชการมาเป็นเวลา ๓๐ ปี  โดยได้ตัดสินใจที่จะเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด  นับตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป  ก็จะเปลี่ยนแปลงสถานภาพของตนเองเป็น “ข้าราชการบำนาญ” แต่การที่จะทำอะไรนั้นก็ขึ้นอยู่กับความต้องการและประโยชน์ของเรื่องที่ควรทำ

        ทั้งการสนทนาและการอ่านบทความต่าง ๆ จะพบว่า “มีผู้คิดแทน” คนเกษียณและคนออกก่อนเกษียณเป็นส่วนมาก ว่า “ควรทำแบบนั้น แบบนี้” และคิดแทนว่า “คงจะเหงา”  นับเป็นเรื่องดีสำหรับท่านที่ไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจ  หรือคิดไม่ออก  แต่สำหรับฉันไม่คิดวางแผนอะไรมากมายแต่ก็ตระหนักได้ว่า “ควรจะทำอะไรบ้าง

        ประการหลักคือ “ฉันจะสอนตัวเอง” เพราะที่ผ่านมาฉันถูกพ่อ แม่ ถูกครูอาจารย์สอน และในที่สุดฉันก็ได้มาสอนคนอื่นคือลูกศิษย์  แต่น้อยมากที่จะสอนตัวเอง  จึงขอถือโอกาสและเวลาที่เหลืออยู่ได้เรียนรู้และสอนตัวเองบ้าง

         แม้ว่าฉันจะสูญเสียความตั้งใจที่จะรับราชการจนครบเกษียณอายุ ๖๐ ปีตามกำหนด  แต่การตัดสินใจของฉันลาออกก่อนเกษียณก็ไม่ได้ทำให้ฉันเสียใจที่ทำตามความตั้งใจไม่ได้  เพราะเหตุผลง่าย ๆ คือ “การเลือกทางเดินที่ดีกว่าสำหรับชีวิต

         วันการจัดงาน “มุฑิตาจิต” ที่สำนักงานเขตพื้นที่ฯ เป็นเจ้าภาพที่จังหวัดสุโขทัยนั้น  ทุกคนต้องไปลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรม  เมื่อฉันเข้าไปสำรวจรายชื่อพบว่า  “ลำดับที่ ๓๗ นางนพวรรณ  พงษ์เจริญ  เออร์ลี่”  ความรู้สึกในขณะนั้นอายมาก  อยากจะมุดหรือแทรกแผ่นดินหนีให้ได้ ที่ไม่สามารถอยู่ให้ครบเกษียณได้ เดินหลบไปทำจิตใจให้ยอมรับความจริงพักใหญ่  แล้วจึงเดินออกมาพบกับเพื่อน ๆ ที่กำลังเริงร่าเฮฮา 

         วันต่อมาเป็นพิธีการ  รุ่นพี่ที่อยู่ครบเกษียณนั่งแถวหน้า  ส่วนรุ่นก่อนเกษียณนั่งแถวหลัง  ความรู้สึกตอนนั้น “รู้สึกภาคภูมิใจ  และชื่นชม ทุกท่านเป็นอย่างมาก อยากจะเข้าไปกราบแทบเท้าทุกท่าน  ที่มีความอดทน อุตสาหะอยู่จนครบเกษียณ

         “วันนี้”  เป็นวันที่ฉันอยากรู้ความรู้สึกของตัวเองมากที่สุด  ว่าจะรู้สึกอย่างไรกับการที่ต้องรับราชการเป็นวันสุดท้าย  ถามตัวเองบ่อย ๆ ทั้งวันได้ความรู้สึกว่า “เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับสิ่งที่อยากรู้” 

          บางคนเมื่อทราบเรื่องราวของฉันจึงตอบแทนฉันว่า “ลาออกแล้วก็สบาย  และมีความสุขดีเสียอีก”  ฉันตอบไม่ได้ว่าความสบายหรือความสุขที่ว่าหมายถึงอย่างไร  เพียงแต่เตือนตัวเองว่า “จะทุกข์หรือจะสุขก็รับได้ หรือทำอย่างไรไม่ให้มันทุกข์มากกว่าสุข

          ขออวยพรให้ข้าราชการทุกท่านที่เกษียณอายุราชการในวันนี้  จงมีสุขภาพแข็งแรง  อย่าได้มีโรคภัยไข้เจ็บเบียดเบียนและมีจิตใจสบาย  ขอให้คุณงามความดีที่ทุกท่านได้รับใช้ราชการมาจงคุ้มครองให้ท่านมีความสงบร่มเย็นตลอดไป  ด้วยจิตคารวะ