๑๗ เรียนรู้สู่การเรียนรู้ : โรงเรียนชาวนาวัดดาว

     "ข้าวนี้มีบุญคุณแม่โพสพ พวกเราเคารพน้อมนบ ข้าวนั้นรับขวัญของแม่ ข้าวมาน้ำมา ปราณีทุกที่ ขอขอบคุณฟ้าดินที่ให้โอกาส

     แม่ธรรมชาติ แม่ธรณี บุญคุณแม่มี รวมทั้งพระแม่คงคา พวกเรารู้ซึ้งถึงในคุณค่า หากแม่กลับมา ปกป้องรักษาแม่ให้ยั่งยืน

     สายน้ำรินไหล สายฝนเย็นฉ่ำ ดินชุ่มดำ ปลาว่ายน้ำฉ่ำชื่น หล่อเลี้ยงผู้คน พืชพันธุ์อยู่กันกลมกลืน ทดแทนกลับคืน คืนพระคุณแม่เอย"

     บทเพลงข้างต้นนี้เป็นเสียงขับร้องของคุณสนั่น เวียงขำ นักเรียนชาวนาโรงเรียนชาวนาวัดดาว การรำพึงรำพันของคุณสนั่นผูกเข้ากับจังหวะที่เน้นและเร้าเข้าไปถึงจิตวิญญาณของนักเรียนชาวนา

     ในบางท่อนบางตอน พยายามสื่อให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ตำบลวัดดาว ดินเป็นอย่างไร น้ำเป็นอย่างไร แล้วชีวิตของผู้คนจะเป็นอย่างไร ซึ่งคงเป็นไปอย่างตรงกันข้ามกันในสภาพที่เห็นอย่างเช่นทุกวันนี้ จะด้วยเหตุนี้หรือจะด้วยเหตุใด ใจของนักเรียนชาวนาอยากจะย้อนฟื้นความหลังครั้งเก่าก่อน เมื่อครั้งยังมีธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์

     การพลิกฟื้นและการฟื้นฟูได้เริ่มต้นบนผืนนาข้าวของนักเรียนชาวนา ประกอบกับการเรียนรู้อย่างมีกระบวนการผ่านโรงเรียนชาวนา ซึ่งคุณอรุณ จันทีมา จะเล่าเรื่องราวของโรงเรียนชาวนาที่เกิดขึ้นในตำบลวัดดาว

     "โรงเรียนชาวนา นักเรียนเรียนกัน ๓ หลักสูตร คือ หลักสูตรที่ ๑ เป็นการศึกษาระบบนิเวศในแปลงนา หลักสูตรที่ ๒ การปรับปรุงบำรุงดินด้วยชีววิธี ซึ่งนักเรียนชาวนาค้นพบจุลินทรีที่มีประโยชน์ต่อการทำนา และหลักสูตรที่ ๓ ซึ่งนักเรียนชาวนากำลังเรียนกันอยู่คือ การพัฒนาปรับปรุงพันธุ์ข้าวสำหรับนาอินทรีย์ แต่นักเรียนชาวนายังเรียนควบคู่ทั้ง ๓ หลักสูตรร่วมกันไป

     กฎกติกาของนักเรียนชาวนา นักเรียนชาวนาทุกคนจะต้องมีแปลงสำหรับการทดลองของตนเอง อย่างน้อยคนละจำนวน ๒ ไร่ ไม่ให้ใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชและปุ๋ยเคมีในแปลงทดลองตลอดหลักสูตร

     โรงเรียนจะเปิดสัปดาห์ละ ๑ วันๆ ละ ๓ ชั่วโมง ทุกวันจันทร์ นักเรียนชาวนาห้ามขาดเรียนติดต่อกันเกิน ๒ ครั้ง แต่ถ้าสามารถหาตัวแทนภายในครอบครัวที่สามารถตัดสินใจได้มาเรียนแทน ก็จะถือว่าไม่ขาดเรียน ห้ามขาดเรียนเกิน ๕ ครั้ง หากขาดเรียนเกิน ๕ ครั้ง จะไม่ได้รับวุฒิบัตร นักเรียนชาวนาที่มาลงทะเบียนเรียนติดต่อกันอย่างน้อยเกิน ๑๐ ครั้ง จึงจะได้รับเสื้อนักเรียนชาวนา

     ขอขอบคุณคุณเดชา ศิริภัทร ที่ได้ให้นักเรียนชาวนา มาทบทวนการทำนาจากอดีตสู่ปัจจุบัน ซึ่งนักเรียนชาวนาพบว่า มีปัญหาเรื่องสารเคมี ปุ๋ยเคมีในการทำนา

     จากเวทีตั้งโจทย์ปัญหา – เรียนรู้ทุกข์จากชาวนาที่ผ่านมา ทำให้รู้ว่ามีข้าวชนิดอื่นปนมาในแปลงนา เช่น ข้าวแดง ข้าวดีด ( ข้าววัชพืช ) วัชพืช ข้าวที่ไม่ตรงตามความต้องการของตลาด เมล็ดบิดเบี้ยว เป็นท้องไข่ เมล็ดร้าว หักง่าย ไม่มีเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ตอบสนองต่อการทำนาแบบเกษตรอินทรีย์ ชาวนาส่วนใหญ่ยังติดอยู่กับการใช้สารเคมีกำจัดศัครูพืช ปุ๋ยเคมี เพราะสะดวกซื้อสะดวกใช้

     เรื่องการคัดพันธุ์ข้าวปลูก ซึ่งนักเรียนชาวนามีปัญหาต่างๆ ได้แก่ นักเรียนชาวนายังไม่รู้วิธีการคัดพันธุ์ข้าวปลูกที่ถูกต้อง นักเรียนชาวนายังไม่มีลานตากข้าวเป็นของตนเอง ในตอนนี้อาศัยถนนลาดยางเป็นลานตากข้าว

     เส้นทางการแก้โจทย์ปัญหา เดินทางไปศึกษาดูงานในแหล่งเรียนรู้ต่างๆ นำมาปรับปรุงประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับพื้นที่ ได้แก่ แหล่งเรียนรู้มูลนิธิข้าวขวัญ ได้ไปศึกษาการคัดพันธุ์จากข้าวกล้อง ดูแปลงตกกล้าซึ่งเพาะกล้าจากข้าวกล้อง ส่วนแหล่งเรียนรู้แหล่งอื่นๆที่เป็นกัลยาณมิตร ก็ได้ไปศึกษาดูงานที่กลุ่มแสงตะวัน จังหวัดพิจิตร เพื่อไปดูเรื่องการปรับปรุงบำรุงข้าวอินทรีย์ และการรวมกลุ่ม ไปศึกษาดูงานที่จังหวัดสุโขทัย ไปดูเรื่องการปรับปรุงบำรุงพันธุ์ คัดพันธุ์ข้าว เรื่องการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากข้าวอินทรีย์ และไปศึกษาดูงานที่ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติ เรื่องการพัฒนาปรับปรุงบำรุงดิน และการเพาะเลี้ยงจุลินทรี แล้วนำความรู้กลับมากำหนดเป้าหมายร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหา

     การคัดพันธุ์ข้าวให้เหมาะสมกับนาอินทรีย์ มีแปลงพันธุ์ข้าวหลักในชุมชน สามารถปรับปรุงพันธุ์ข้าวใหม่ได้ด้วยตนเอง ลดปัญหาเรื่องข้าววัชพืช การสร้างดินในแปลงนาให้มีชีวิต และไม่เผาฟาง การพัฒนาดินและจุลินทรีอย่างมีคุณภาพ”

     บทบาทคุณอำนวย จะออกแบบการเรียนรู้ภาคทฤษฎี สร้างความเชื่อมั่น สร้างแรงบันดาลใจ และกระตุ้นนักเรียนชาวนา คุณอำนวยจะต้องลงพื้นที่และติดตามงาน ร่วมคิดและร่วมลงมือปฏิบัติ เชื่อมประสานแหล่งการเรียนรู้

     บทบาทคุณกิจ นำความรู้ไปสู่การปฏิบัติ การทำงานร่วมกันเป็นกลุ่ม การปรึกษาหารือแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และหาทางออกร่วมกัน ทำไปเรียนรู้ไป เอื้อเฟื้อความรู้แก่ชุมชน

     การเรียนรู้เรื่องการคัดพันธุ์ข้าวกล้อง โดยเริ่มจากตั้งคำถามกับตัวของนักเรียนชาวนากันก่อนว่า ชอบกินข้าวลักษณะไหน นิ่ม แข็ง ข้าวอะไรที่ต้านทานโรคและแมลง ข้าวอะไรที่เหมาะสมกับพื้นที่ ข้าวอะไรที่โรงสีรับซื้อ เมื่อเลือกได้ตามความต้องการแล้ว จึงไปคัดเลือกรวงข้าวที่ใหญ่ ยาว ระแง้ถี่ หรือที่ดีที่สุดมา จากนั้นนำไปผึ่งแดดพอแห้ง จึงนำเมล็ดข้าวเปลือกมาเลือกเมล็ดที่ดีที่สุด แกะให้เป็นเมล็ดข้าวกล้อง แล้วนำมาคัดเลือกเมล็ดข้าวกล้องอีกครั้งหนึ่ง จึงคัดได้มาเป็นเมล็ดพันธุ์ เรื่องนี้ทุกคนต่างตื่นเต้นในวิธีการและให้ความสนใจเป็นอย่างมาก บรรยากาศในการเรียนจึงสนุก ได้เรียนรู้จากการปฏิบัติร่วมกัน

     ในการเตรียมเทือกตกกล้าข้าวพันธุ์หลัก นักเรียนชาวนาได้ร่วมแรงร่วมใจกันถอนกล้าต้นข้าว ซึ่งมี ๓ พันธุ์หลัก คือ พันธุ์ปทุมรังสี พันธุ์ปทุม ๖๐ และพันธุ์ชัยนาท

     ระหว่างการเจริญเติบโตของต้นข้าว ในแปลงนาปรากฏสิ่งมีชีวิตเกิดขึ้น เช่น สาหร่าย วุ้น จอก และแมลงตัวเล็กๆ ทั้งในน้ำและบนผิวน้ำ

     การดูแลรักษาเอาใจใส่ เนื่องจากเกิดปัญหาน้ำท่วม จึงต้องทำคันกั้นน้ำ แต่เมื่อข้าวเจริญเติบโต ก็ต้องป้องกันหนูด้วยผ้ายาง เพราะหนูหนีน้ำมาที่แปลง ซึ่งมีแต่แปลงเรียนรู้ของนักเรียนชาวนาเพียงแปลงเดียว

     กระบวนการเรียนรู้ของนักเรียนชาวนา ทุกวันจันทร์เปิดเรียน นักเรียนชาวนาจะลงตรวจแปลงพันธุ์ข้าวและทำกิจกรรมร่วมกัน เป็นกระบวนการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง นาเป็นครูและเป็นห้องเรียนที่สำคัญที่สุด

     หลังจากที่เปิดโรงเรียนชาวนา จึงเกิดการสร้างจิตสำนึกต่อแม่โพสพ ด้วยการฟื้นฟูพิธีกรรมทำขวัญแม่โพสพที่เป็นมิ่งขวัญของชาวนา ประเพณีพื้นบ้านก็ได้รับการฟื้นฟูเช่นกัน