ผลการประกวด
ในวันที่ 25-26 กันยายน นี้ กรมการพัฒนาชุมชนจัดพิธีมอบรางวัลผู้ชนะเลิศ จากการประกวดเพลง "สร้างสุขให้ชุมชนบนความพอเพียง" ซึ่งประกาศผลไปเมื่อ 16 กันยายนที่ผ่านมา โดยใช้สถานที่ศูนย์เรียนรู้ชุมชนบ้านน้ำทรัพย์ และพาคณะได้เรียนรู้สัมผัสวิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง ณ.หมู่บ้านแห่งการเรียนรู้บ้านน้ำทรัพย์ โดยท่านกอบแก้ว จันทร์ดี รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน มาเป็นผู้มอบ
จะพยายามหาโอกาสไปเยือน ชุมชนบ้านน้ำทรัพย์ สักครั้ง รับรู้จากสื่อมานานแล้วว่า เยี่ยม
ขอบคุณครับ ครูหยุย ที่แวะเข้ามา
บ้านน้ำทรัพย์ยินดีต้อนรับ และเป็นเกียรติเป็นอย่างยิ่ง
ผู้ใหญ่ ชูชาติ วรรณขำ ประธานศูนย์การเรียนรู้ ICT ชุมชนบ้านน้ำทรัพย์ ร่วมทำ MOU.กับกระทรวง เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ภายใต้ข้อตกลง ICT " ชุมชนร่วมใจ จับมือก้าวไกลสู่สากล " ณ.ศูนย์ราชการ 23/9/53
สวัสดีครับผู้ใหญ่
ได้ทำงานร่วมกะบผู้ใหญ่หลายโครงการของชาวบ้าน ล่าสุดทำโครงการร่วมกับ สสส มีผู้ใหญ่ โชคชัย เป็นผู้ทรงคุณวุฒิให้
ชื่นชมผู้ใหญ่ทุกคนครับ
-ขอบคุณครับท่าน อาจารย์ ที่ตามมาดู แถมยังสมนำ้หน้าอีก
-ขอบคุณ วอญ่า-ผู้เฒ่า ที่ชื่นชม รู้สึกหายเหนื่อย ชื่นใจ แต่อนาคตของ คำว่า"ผู้ใหญ่-กำนัน" คงเหลือเป็น ตำนาน เพราะการเมืองที่บ้ากระจายอำนาจ แต่มากระจุกอยู่ที่เดียว (ท้องถิ่น)
สวัสดีครับผู้ใหญ่ ตำนานผู้ใหญ่ กำนันในอดีต เป็นบุคคลน่าเกรงขาม มีทั้ง ตบะ และบารมี รวมกันเป็นอำนาจ
ปัจจุบัน เงิน บวกธุรกิจ เป็นอำนาจ(สำหรับบางคนน่ะ)
ผู้ใหญ่ กำนันที่มีทั้งตบะและบารมีก็ยังมีอยู่น่ะ
การเมืองแนวรบทางทางด้านท้องถิ่นกำลังเปลี่ยน
ชาวบ้านก็เปลี่ยน
ชาวบ้านวันนี้ เขามีนโบยในการเลือกตั้งว่า
สามร้อยไม่ใส่
ห้าร้อยแบ่งปัน
หนึ่งพันลูกโดด
สองพันโกรธกันมาเป็นปีก็ใส่ให้...
มีให้เห็นแล้วที่ปักษ์ใต้ครับ
ครับท่าน .ตำนานที่ดียังมีอยู่ทั้งชาวบ้านและผู้นำ การเข้ามาดำรงตำแหน่งไม่ต้องใช้เงิน มันเป็นกำลังใจ+แรงบัลดาลใจ>ความทุ่มเท กำลังกาย ใจ เงิน อย่างเต็มที่ ผลงานอย่างที่เห็นปัจจุบัน การันตี
ผู้ใหญ่ คุยเก่งขึ้นหรือเปล่าเนี่ย (หมายถึงบันทึก)
น้ำทรัพย์เยี่ยมอยู่แล้วที่สำคัญยังไม่ได้สรุปงานประจำปีเลย
ต้องหาเวลาแล้วล่ะ
ลองดูเวลาน๊ะ หาเวลาคุยกันหน่อย
เมื่อปี พ.ศ. 2521 ได้มีโอกาส ไปออกค่ายอาสาพัฒนาชนบท ( ออกช่วงเดือน ตุลาคม 2521 )ได้สร้างโรงเรียนบ้านน้ำทรัพย์ ลักษณะโรงเรียนเป็นรูปหกเลี่ยมโดยจะมีลักษณะมีโดมอยู่ข้างบนโดมนี้เป็นห้องพักครูตอนนั้นได้ร่วมกับเพื่อนๆ ชมรมผู้บำเพ็ญประโยชน์วิทยาลัยเทคโนโลยี่และอาชีวศึกษา วิทยาเขตเทคนิคกรุงเทพ (ในขณะนั้น) นอกจากนั้นยังได้รับความร่วมมือกับทหารที่ ค่ายฝึกการรบพิเศษ แก่งกระจาน โดยผู้กองนิกร (พี่โต) ทุนที่สร้างโรงเรียนก็ได้รับจากลูกเสือชาวบ้าน จังหวัดสมุทรปราการ โดยพี่โตเป็นผู้ติดต่อให้ ในขณะนั้น บ้านน้ำทรัพย์ เป็นแหล่งชุมชนเล็กๆ ยังไม่เติบโตเหมือนทุกวันนี้ ตอนนั้นเท่าที่ทราบ ทราบมาว่า ถ้าได้สร้างโรงเรียนเสร็จ บ้านน้ำทรัพย์ จะได้ตั้งเป็นหมู่บ้าน และเท่าที่ทราบ ผู้ที่นั่งแท่น จะได้เป็นผู้ใหญ่คือ คุณน้าวี และคุณน้าวีผู้นี้ก็เป็นกำลังสำคัญคนหนึ่งในการสร้าง โรงเรียนบ้านน้ำทรัพย์ หลังจากการสร้างโรงเรียนเสร็จ ผู้ว่าราชการจังหวัด ฯ มาเป็นผู้รับมอบ ในตอนนั้น การเดินทางเข้าโรงเรียนลำบากมาก ท่านเลยต้องเดินทางมาโดย " เฮอร์ลิคอปเตอร์ " ผู้ว่าราชการจังหวัดที่เป็นผู้รับมอบโรงเรียนในขณะนั้น จาชื่อไม่ได้ครับ จำได้แต่ฉายาว่า “ ผู้ว่าจอมน้ำหมาก….
เออ...ตอนนั้น นักศึกษาที่ไปสร้างโรงเรียน ยังได้รับ รูปปั้นปูนปาสเตอร์ สมเด็จพุฒาจารย์โต จากวัดถ้าจำไม่ผิด น่าจะเป็นวัด " ตะเคียนงาม " พอมาอ่านประวัติ ของหมู่บ้านน้ำทรัพย์ ก็ค่อนข้างจะสงสัยว่า ทำไมเพิ่งมาตั้งเป็นหมู่บ้านเมื่อ พ.ศ. 2530
ผู้ใหญ่ ฯ อ่านเรื่องนี้อน่าเพิ่งเบื่อน่ะ ถ้าผู้ใหญ่ ฯ เป็นเด็กที่เตอบโตมาจากบ้านน้ำทรัพย์ตั้งแต่เล็ก คงจะพอจำได้ คิดว่าเป็รการเล่าเรื่องให้ฟังแล้วกัน เล่าต่อจากกระทู้ข้างบน
ข้อมูลจากที่นี่เลยครับ
http://bumpen-btc.pantown.com/ เลือก เล่าขานตำนานค่าย
จากข้อมูลตอนนั้น บ้านน้ำทรัพย์ อยู่ ต.แก่งกระจาน อ.ท่ายาง จ. เพชรบุรี ครับ
เออ….พอจะจำได้แล้วผู้ว่าราชการจังหวัดตอนนั้น น่าจะชื่อ “ ฉลอง วงษ์ษา “
ท่านที่อ่านเรื่องต่างๆที่เราได้เขียนเล่านี้ อย่าเบื่อน่ะ เพราะ วิญญาณชาวค่ายฯ ได้เข้าสิงเราแล้ว และคิดถึงเมื่อ 32 ปีที่แล้ว
การเดินทางในขณะนั้นลำบากมาก ถนนที่เข้ามายังไม่มี เป็นทางดิน ดังนั้น ถ้าฝนตก รถจะไม่สามารถเข้าได้ ขนาดรถบรรทุกของทหาร จาก ค่ายฝึกการรบพิเศษแก่งกระจานยังเข้าไม่ได้เลย ถ้าวันไหนฝนตกดังกล่าว พวกเราจึงต้องใช้ทางเรือ โดยจะไปซื้อขาวสาร อาหารสด ที่ตลาดท่ายาง มาปรุงเพื่อเลี้ยง นักศึกษาและทหารที่มาช่วยกันสร้างโรงเรียน ในขณะนั้นน้ำที่อยู่ในแก่ง ได้รับทราบจากชาวบ้านว่า น้ำ เพิ่งขึ้นมา ท่วมไร่ข้าวโพด ดังนั้นน้ำที่ใช้ ทางทหาร จะใช้เครื่องสูบมาใส่ถัง 200 ลิตร แล้วใช้สารส้มแกว่ง ให้น้ำใสขึ้น นอกจากนี้ เรายังขอความร่วมมือไม่ให้นักศึกษาผู้หญิง ลงอาบน้ำ กลางคืนในแก่งโดยเด็ดขาด เพราะเราได้เตรียมที่อาบน้ำไว้ให้ต่างหากแล้ว สาเหตุที่ห้ามก็เพราะว่า มี่จระเข้ ซึ่งเคยมีเข้ามาอยู่ห่างจากจุดที่สร้างโรงเรียนไม่มาก เราจึงกลัวอันตรายจะเกิดขึ้นทางทหารใช้ถัง 200 ลิตรวางเรียงกัน แล้วใช้ไม้กระดานวางพาด ออกไปเพื่อให้ไกลฝั่ง และต่อท่อไปสูบน้ำตรงปลายกระดานเพื่อที่จะได้น้ำมาใช้ได้สะอาดกว่าน้ำที่ใกล้ฝั่ง
น้ำที่สูบ ขึ้นมาใช้ ถึงแม้จะได้ใช้สารส้มแกว่งแล้ว แต่…ก็ยังมีกลิ่นอยู่ ก็เนื่องจากน้ำเริ่มจะไม่ดีแล้ว ก็เนื่องจาก ภายใต้น้ำเป็นไร่ข้าวโพดซึ่งเริมเน่าแล้ว
อาหารที่ชาวบ้านนำเป็นสินน้ำใจที่มอบให้กับเราในฐานะที่พวกเรามาสร้างโรงเรียนให้ลูกหลานเขาก็ไม่มีอะไรมาก แต่…ก็สูงค่าด้วยน้ำใจจากชาวบ้านเหล่านั้น ก็คือ ปลาในแก่ง (ของคาว ) ข้าวโพด ( หลังอาหาร) ซึ่งมีเกือบทุกวัน นี่แหละคือ น้ำใจอันบริสุทธ์ ที่ชาวบ้านมีให้ พวกเรา
ตอนนั้น ตอนกลางคืน ใช้เครื่องปั่นไฟฟ้า ก็จากทหารค่ายฝึกการรบพิเศษแก่งกระจาน นั่นแหละ จึงมีไฟฟ้าใช้กันบ้าง และตอนกลางคืน จะมีแมงกวาง มาเล่นไฟกันจำนวนมาก ก็เป็นอาหารอันโอชะสำหรับเพื่อนเราบางคนและพี่ๆทหารจับนำมาคั่วใส่เกลือ เคี้ยวกันอย่างเอร็ดอร่อย หนอยแน่ะ มองหน้าเราส่งให้ บอกว่า “ อร่อยน่ะไม่ลองบ้างหรือ….” อ้ายเราได้แต่…ส่ายหัว
อย่างที่เคยบอกเล่าแล้ว ว่า ถ้าวันไหน ฝนตก ( เนื่องจากไปออกค่ายกันในเดือนตุลาคม ซึ่งเป็น ฤดู ฝน) รถไม่สามารถเข้าได้ ดังนั้นมีอยู่วันหนึ่ง ฝนตกรถเข้าไม่ได้จึงต้องใช้ทางเรือ ตอนนั้น เพื่อนเราเป็นฝ่ายไปซื้อของที่ตลาดท่ายาง เมื่อกลับมาถึงเพื่อนเล่าให้ฟังว่า “ เห็นไหม ตรงจุดที่เป็นเกาะ และมีกระท่อมอยู่ น่ะ ตรงที่มี ขอนไม้แห้ง ลอยอยู่ ตอนเรือเข้ามาผ่านตรงนั้น ได้เห็น ลูกจระเข้ ตัวยาวประมาณ 30 – 40 cm. นอน อ้าปาก ตากแดด อยู่บนขอนไม้อยู่ “ เราได้แต่ รับฟังเฉยๆ พอโรงเรียนสร้างเสร็จ และวันมอบโรงเรียน ก่อนที่มอบ เราได้พายเรือออกเที่ยวในแก่งกับเพื่อนๆ เนื่องจากระหว่างที่สร้างโรงเรียนไม่มีเวลาออกไปไหนเลย ทำงานสร้างโรงเรียน ทั้งวันทุกวันตลอดเวลาที่ออกค่าย ฯ พอหลังจากโรงเรียนสร้างเสร็จและได้พายเรือเที่ยวในแก่งกัน ไปถึงจุดขอนไม้ที่เพื่อนเคยเล่า เพื่อนว่า พร้อมทั้งชี้มือให้ดู “ เฮ้ย…ขอนไม้นี้ไงที่วันนั้น G U เห็น ลูกจระเข้ ขึ้นมาอ้าปากนอนผึ่งแดด “ ….. เรานี้สันหลังเย็น
วาบ ยื่นหน้าออกไปดูนอกเรื่อ มองลงไปในน้ำ เพราะน้ำค่อนข้างใส เพราะคิดว่า มีลูกก็น่าจะมีแม่ แต่ ไม่เห็นอะไรนอกจากต้นข้าวโพดที่เริ่มเน่าแล้ว เลยบอกให้เพื่อนรีบพายเข้าฝั่งปลอดภัยกว่า
พูดถึงเรื่อง จระเข้ มีอยู่วันหนึ่ง เราได้ยินพี่ ๆหหารคุยกันพอจับใจความได้ ว่า มี จระข้ ตัวยาวประมาณ เมตรครึ่ง มาว่ายอยู่ในแก่งห่างจากบริเวณที่สร้างโรงเรียนไม่มาก” พอพี่เขา หันมาเห็นเรา หน้าพี่เขาเปลี่ยน สีไปเลย บอกกับเราว่า “ น้องไม่มีอะไรหรอก…. เราบอกว่า “ เรื่อง จระเข้ ผมทราบว่ามีตั้งแต่…มาวันแรกแล้ว ครับ “
มีเรื่องเล่าว่า ขณะที่ออกค่ายฯ เส้นทางถนนที่มาโรงเรียนซึ่งเป็นดินขณะนั้น มีอยู่วันหนึ่งมีชาวบ้านถูกหมีควายตะปบเกือบตาย
พูดถึงการสร้างโรงเรียน ในขณะนั้น โครงสร้างโรงเรียนสร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว จะเหลืออยู่ก็ การเทพื้นอาคาร คอนกรีตเสริมไม้ไผ่ ไม่ใช่เสริมเหล็ก การเทพื้นอาคาร เราใช้ไม้ไผ่ลำเท่านิ้วชี้โดยประมาณ มาขัดกันเป็นแผงเพื่อให้ปูนต์ซีเมนต์เกาะกับแผงไม้ไผ่เพื่อความคงทนแข็งแรง แต่..เราเป็นเพียงนักศึกษาประมาณ 30 คน และพี่ๆทหารอีกไม่กี่คน ทำงานมา นานหลายวันแล้ว ร่างกายแต่ละคนก็เริ่มเหนื่อยล้า เวลาก็กะชั้นชิดเข้ามาทุกวัน คือใกล้เปิดภาคเรียนแล้ว การสร้างโรงเรียนก็ต้องให้เสร็จตามกำหนด ทาง ผู้ใหญ่วี ( พวกเราตั้งให้กันเอง) ก็เลยประกาศให้ชุมชนบ้านน้ำทรัพย์มาร่วมมือกันช่วยเทปูนต์ การเทปูนต์พื้นอาคาร ก็สำเร็จโดยรวดเร็ว โดยได้รับความร่วมมือจากชาวบ้าน ไม่ใช่แต่ การเทปูนต์เท่านั้น งานไม้อื่นๆเช่นตัวอาคาร ก็ได้รับความร่วมมือจากชาวบ้านมาร่วมทำด้วย เช่นกัน
ตอนนั้นมีอยู่วันหนึ่งมีชาวบ้านนำของมาเลี้ยงพวกเราใส่หาบมาเป็นเด็กสาวในหมู่บ้านหาบของมา ก่อนหน้านั้นฝนตก เจ้าเพื่อนเราเห็นเข้าหวังดี วิ่งเข้าไปช่วยเด็กสาวหาบ อะไรเกิดขึ้นละครับ เนื่องจาก ดินแฉะหาบก็ไม่เคยหาบ ก็พวกเราเป็นเด็กเทบ (กรุงเทพ)นี่ครับ เพื่อนเราเลย เดิน เฉไปเฉมา ดีน่ะที่ไม่ล้ม เด็กสาว เลยว่า “ พี่ค่ะหนูหาบเองสะดวกกว่ามั้ง…. เลยส่งหาบให้เด็กสาวหาบต่อ ปรากฎว่า เด็กสาวหาบเดินตัวปลิวเลย ฮา …..
สวัสดีครับ ท่าน บัณฑิต ดีใจมากครับที่เจอชาวค่ายที่มีพระคุณกับชาวบ้านน้ำทรัพย์เป็นอย่างสูง ปลื้มใจ จริงๆ เพราะผมเอง อยู่ในเหตุการณ์สร้างโรงเรียนตลอด ตอนนั้น อายุ 14 คุณพ่อ ผู้ใหญ่ชื้นเป็นคนมอบที่ดินรวมกับนางไทย สร้างโรงเรียน นายสมพงษ์ เป็นคนเอารถไถปราบที่ บริเวณสร้างอาคารโดม (ตอนนี้อารคารยังอยู่ครับ แต่ใช้เป็นโรงอาหาร) ขอตอบข้อช้องใจเลยครับ
- ช่วงที่สร้างโรงเรียน บ้านน้ำทรัพย์ รวมอยู่กับหมู่บ้านลำตะเคียน และยังไม่ได้แยก อำเภอ หมู่บ้านตั้งทีหลังโรงเรียน ถูกต้องครับ
- ท่าน ผู้กอง นิกร (ยศ ก่อนเกษียน พลตรี) มีครอบครัว เป็นอาจารย์ อยู่เพชรบุรี ท่านเสียชีวิตเมื่อปี 52
- ตอนเทพื้นอาคาร จำได้เป็นช่วงกลางคืน นักศึกษา ทหาร ชาวบ้าน(มีสาวๆ ด้วย) ต่อแถวหิ้วกระป๋องปูน โยนส่งกันไป ส่งกันมา หล่นใส่เล็บเท้าหลุดไป หนึ่งเล็บ
มีโอกาส จะคืนสู่สักครั้ง ผมในฐานะตัวแทนหมู่บ้านพูดได้เลยว่า ยินดีต้อนรับ ครับผม ทั้งโดยส่วนตัว และคณะ
สวัสดีครับ ท่าน บัณฑิต ดีใจมากครับที่เจอชาวค่ายที่มีพระคุณกับชาวบ้านน้ำทรัพย์เป็นอย่างสูง ปลื้มใจ จริงๆ เพราะผมเอง อยู่ในเหตุการณ์สร้างโรงเรียนตลอด ตอนนั้น อายุ 14 คุณพ่อ ผู้ใหญ่ชื้นเป็นคนมอบที่ดินรวมกับนางไทย สร้างโรงเรียน นายสมพงษ์ เป็นคนเอารถไถปราบที่ บริเวณสร้างอาคารโดม (ตอนนี้อารคารยังอยู่ครับ แต่ใช้เป็นโรงอาหาร) ขอตอบข้อช้องใจเลยครับ
- ช่วงที่สร้างโรงเรียน บ้านน้ำทรัพย์ รวมอยู่กับหมู่บ้านลำตะเคียน และยังไม่ได้แยก อำเภอ หมู่บ้านตั้งทีหลังโรงเรียน ถูกต้องครับ
- ท่าน ผู้กอง นิกร (ยศ ก่อนเกษียน พลตรี) มีครอบครัว เป็นอาจารย์ อยู่เพชรบุรี ท่านเสียชีวิตเมื่อปี 52
- ตอนเทพื้นอาคาร จำได้เป็นช่วงกลางคืน นักศึกษา ทหาร ชาวบ้าน(มีสาวๆ ด้วย) ต่อแถวหิ้วกระป๋องปูน โยนส่งกันไป ส่งกันมา หล่นใส่เล็บเท้าหลุดไป หนึ่งเล็บ
มีโอกาส จะคืนสู่เหย้าสักครั้ง ผมในฐานะตัวแทนหมู่บ้านพูดได้เลยว่า ยินดีต้อนรับ ครับผม ทั้งโดยส่วนตัว และคณะ
แหม.....ผูใหญ่ เรียกผมเป็นท่านเลยน่ะ เขินแย่ ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัว ของ ผู้กองนิกร ผ่านทาง WEB. นี้ด้วยครับ
สำหรับ เรื่องที่จะคืนสู่ เหย้า ถ้ามีโอกาส คงได้ไปครับ
ขอบคุณครับ อุ้มบุญ ที่แวะมาเยี่ยมเยียน และให้กำลังใจ
จะทำต่อไป เพื่อชาวบ้าน และในหลวงของปวงชน ชาวไทย
ดีใจมากครับ ที่ทั้งโรงเรียน และบ้านน้ำทรัพย์ (หมู่บ้านน้ำทรัพย์)เจริญขึ้น อย่างผิดหูผิดตา กับเมือ 32 ปีที่แล้ว นี่ก็เพราะ หมู่บ้านได้ผู้นำที่เข้มแข็ง ตลอดมา ...
ขอบคุณครับ ก็อาศัยแรงสนับสนุนหลายๆฝ่าย ทั้งภาครัฐ และเอกชน รวมถึงกลุ่มของท่านที่เป็นรุ่นบุกเบิก และความตั้งใจร่วมแรงร่วมใจของชาวบ้านที่มีจุดมุ่งหมายเดียวกัน ตอนนี้หมู่บ้านน้ำทรัพย์ได้รับการคัดเลือกให้เป็นหมู่บ้านต้นแบบแห่งการเรียนรู้ ติดตามดูทีวีย้อนหลัง ช่อง NBT รายการละอองน้ำ เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2553 เวลา 13.00-13.30 ช่อง ทีวีไทย รายการชุมชนต้นแบบ วันที่6พฤศจิกายน 2553 เวลา 11-12.00น . และวันที่ 12 พฤศจิกายน เวลาเดียวกัน สวัสดีครับ
ขอบคุณท่านบัณฑิต และคุณอุ้มบุญ ที่ให้ความสนใจและสนับสนุนชุมชนบ้านนำทรัพย์ของเราหากมีโอกาศมาเยี่ยมหมู่บ้านเรานะค่ะถ้าเป็นไปได้มาช่วงหน้าหนาวนะค่ะมากางเตนท์ และขี่ม้าชมธรรมชาติ อาหารท่นี่ก็อร่อย จะมีนำพริกพื้นบ้าน แก่งป่าไก่บ้าน และ
ปลานิลทอดตัวใหญ่ ๆ
เป็นคนหนึ่งที่เกิดที่นี้และภูมิใจกับหมู่บ้านของต้นเองมากรวมถึงภูมิใจในตัวผู้นำหมู่บ้านมาก ๆ ดิฉันเป็นคนหนึ่งที่ได้เรียนโรงเรียนอาคารหกเหลี่ยมและไม่เคยลืมบ้านเกิดเลยทุกวันนี้ยังแนะนำหน่วยงานไปแจกของเด็กนักเรียนที่นั้น และมอบทุนการศึกษาพร้อมทั้งเลี้ยงอาหารเด็ก ๆ หลายคณะแล้ว เมื่อครั้งล้าสุดก็เป็นหน่วยงาน ทีโอที และ สำนักงานสหกรณ์จังหวัดเพชรบุรี แต่หากเป็นไปได้จะไปสนับสนุนศูนย์เรียนรู้ให้มีศักยภาพให้มากยิ่งขึ้นและเป็นกำลังใจให้ผู้ใหญ่ชูชาติและคณะผู้ช่วยทุก ๆ ท่าน สู้ ๆๆ