ผู้ใหญ่ ฯ อ่านเรื่องนี้อน่าเพิ่งเบื่อน่ะ ถ้าผู้ใหญ่ ฯ เป็นเด็กที่เตอบโตมาจากบ้านน้ำทรัพย์ตั้งแต่เล็ก คงจะพอจำได้ คิดว่าเป็รการเล่าเรื่องให้ฟังแล้วกัน เล่าต่อจากกระทู้ข้างบน

ข้อมูลจากที่นี่เลยครับ

http://bumpen-btc.pantown.com/ เลือก เล่าขานตำนานค่าย

จากข้อมูลตอนนั้น บ้านน้ำทรัพย์ อยู่ ต.แก่งกระจาน อ.ท่ายาง จ. เพชรบุรี ครับ

เออ….พอจะจำได้แล้วผู้ว่าราชการจังหวัดตอนนั้น น่าจะชื่อ “ ฉลอง วงษ์ษา “

ท่านที่อ่านเรื่องต่างๆที่เราได้เขียนเล่านี้ อย่าเบื่อน่ะ เพราะ วิญญาณชาวค่ายฯ ได้เข้าสิงเราแล้ว และคิดถึงเมื่อ 32 ปีที่แล้ว

การเดินทางในขณะนั้นลำบากมาก ถนนที่เข้ามายังไม่มี เป็นทางดิน ดังนั้น ถ้าฝนตก รถจะไม่สามารถเข้าได้ ขนาดรถบรรทุกของทหาร จาก ค่ายฝึกการรบพิเศษแก่งกระจานยังเข้าไม่ได้เลย ถ้าวันไหนฝนตกดังกล่าว พวกเราจึงต้องใช้ทางเรือ โดยจะไปซื้อขาวสาร อาหารสด ที่ตลาดท่ายาง มาปรุงเพื่อเลี้ยง นักศึกษาและทหารที่มาช่วยกันสร้างโรงเรียน ในขณะนั้นน้ำที่อยู่ในแก่ง ได้รับทราบจากชาวบ้านว่า น้ำ เพิ่งขึ้นมา ท่วมไร่ข้าวโพด ดังนั้นน้ำที่ใช้ ทางทหาร จะใช้เครื่องสูบมาใส่ถัง 200 ลิตร แล้วใช้สารส้มแกว่ง ให้น้ำใสขึ้น นอกจากนี้ เรายังขอความร่วมมือไม่ให้นักศึกษาผู้หญิง ลงอาบน้ำ กลางคืนในแก่งโดยเด็ดขาด เพราะเราได้เตรียมที่อาบน้ำไว้ให้ต่างหากแล้ว สาเหตุที่ห้ามก็เพราะว่า มี่จระเข้ ซึ่งเคยมีเข้ามาอยู่ห่างจากจุดที่สร้างโรงเรียนไม่มาก เราจึงกลัวอันตรายจะเกิดขึ้นทางทหารใช้ถัง 200 ลิตรวางเรียงกัน แล้วใช้ไม้กระดานวางพาด ออกไปเพื่อให้ไกลฝั่ง และต่อท่อไปสูบน้ำตรงปลายกระดานเพื่อที่จะได้น้ำมาใช้ได้สะอาดกว่าน้ำที่ใกล้ฝั่ง

น้ำที่สูบ ขึ้นมาใช้ ถึงแม้จะได้ใช้สารส้มแกว่งแล้ว แต่…ก็ยังมีกลิ่นอยู่ ก็เนื่องจากน้ำเริ่มจะไม่ดีแล้ว ก็เนื่องจาก ภายใต้น้ำเป็นไร่ข้าวโพดซึ่งเริมเน่าแล้ว

อาหารที่ชาวบ้านนำเป็นสินน้ำใจที่มอบให้กับเราในฐานะที่พวกเรามาสร้างโรงเรียนให้ลูกหลานเขาก็ไม่มีอะไรมาก แต่…ก็สูงค่าด้วยน้ำใจจากชาวบ้านเหล่านั้น ก็คือ ปลาในแก่ง (ของคาว ) ข้าวโพด ( หลังอาหาร) ซึ่งมีเกือบทุกวัน นี่แหละคือ น้ำใจอันบริสุทธ์ ที่ชาวบ้านมีให้ พวกเรา

ตอนนั้น ตอนกลางคืน ใช้เครื่องปั่นไฟฟ้า ก็จากทหารค่ายฝึกการรบพิเศษแก่งกระจาน นั่นแหละ จึงมีไฟฟ้าใช้กันบ้าง และตอนกลางคืน จะมีแมงกวาง มาเล่นไฟกันจำนวนมาก ก็เป็นอาหารอันโอชะสำหรับเพื่อนเราบางคนและพี่ๆทหารจับนำมาคั่วใส่เกลือ เคี้ยวกันอย่างเอร็ดอร่อย หนอยแน่ะ มองหน้าเราส่งให้ บอกว่า “ อร่อยน่ะไม่ลองบ้างหรือ….” อ้ายเราได้แต่…ส่ายหัว

อย่างที่เคยบอกเล่าแล้ว ว่า ถ้าวันไหน ฝนตก ( เนื่องจากไปออกค่ายกันในเดือนตุลาคม ซึ่งเป็น ฤดู ฝน) รถไม่สามารถเข้าได้ ดังนั้นมีอยู่วันหนึ่ง ฝนตกรถเข้าไม่ได้จึงต้องใช้ทางเรือ ตอนนั้น เพื่อนเราเป็นฝ่ายไปซื้อของที่ตลาดท่ายาง เมื่อกลับมาถึงเพื่อนเล่าให้ฟังว่า “ เห็นไหม ตรงจุดที่เป็นเกาะ และมีกระท่อมอยู่ น่ะ ตรงที่มี ขอนไม้แห้ง ลอยอยู่ ตอนเรือเข้ามาผ่านตรงนั้น ได้เห็น ลูกจระเข้ ตัวยาวประมาณ 30 – 40 cm. นอน อ้าปาก ตากแดด อยู่บนขอนไม้อยู่ “ เราได้แต่ รับฟังเฉยๆ พอโรงเรียนสร้างเสร็จ และวันมอบโรงเรียน ก่อนที่มอบ เราได้พายเรือออกเที่ยวในแก่งกับเพื่อนๆ เนื่องจากระหว่างที่สร้างโรงเรียนไม่มีเวลาออกไปไหนเลย ทำงานสร้างโรงเรียน ทั้งวันทุกวันตลอดเวลาที่ออกค่าย ฯ พอหลังจากโรงเรียนสร้างเสร็จและได้พายเรือเที่ยวในแก่งกัน ไปถึงจุดขอนไม้ที่เพื่อนเคยเล่า เพื่อนว่า พร้อมทั้งชี้มือให้ดู “ เฮ้ย…ขอนไม้นี้ไงที่วันนั้น G U เห็น ลูกจระเข้ ขึ้นมาอ้าปากนอนผึ่งแดด “ ….. เรานี้สันหลังเย็น

วาบ ยื่นหน้าออกไปดูนอกเรื่อ มองลงไปในน้ำ เพราะน้ำค่อนข้างใส เพราะคิดว่า มีลูกก็น่าจะมีแม่ แต่ ไม่เห็นอะไรนอกจากต้นข้าวโพดที่เริ่มเน่าแล้ว เลยบอกให้เพื่อนรีบพายเข้าฝั่งปลอดภัยกว่า

พูดถึงเรื่อง จระเข้ มีอยู่วันหนึ่ง เราได้ยินพี่ ๆหหารคุยกันพอจับใจความได้ ว่า มี จระข้ ตัวยาวประมาณ เมตรครึ่ง มาว่ายอยู่ในแก่งห่างจากบริเวณที่สร้างโรงเรียนไม่มาก” พอพี่เขา หันมาเห็นเรา หน้าพี่เขาเปลี่ยน สีไปเลย บอกกับเราว่า “ น้องไม่มีอะไรหรอก…. เราบอกว่า “ เรื่อง จระเข้ ผมทราบว่ามีตั้งแต่…มาวันแรกแล้ว ครับ “

มีเรื่องเล่าว่า ขณะที่ออกค่ายฯ เส้นทางถนนที่มาโรงเรียนซึ่งเป็นดินขณะนั้น มีอยู่วันหนึ่งมีชาวบ้านถูกหมีควายตะปบเกือบตาย

พูดถึงการสร้างโรงเรียน ในขณะนั้น โครงสร้างโรงเรียนสร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว จะเหลืออยู่ก็ การเทพื้นอาคาร คอนกรีตเสริมไม้ไผ่ ไม่ใช่เสริมเหล็ก การเทพื้นอาคาร เราใช้ไม้ไผ่ลำเท่านิ้วชี้โดยประมาณ มาขัดกันเป็นแผงเพื่อให้ปูนต์ซีเมนต์เกาะกับแผงไม้ไผ่เพื่อความคงทนแข็งแรง แต่..เราเป็นเพียงนักศึกษาประมาณ 30 คน และพี่ๆทหารอีกไม่กี่คน ทำงานมา นานหลายวันแล้ว ร่างกายแต่ละคนก็เริ่มเหนื่อยล้า เวลาก็กะชั้นชิดเข้ามาทุกวัน คือใกล้เปิดภาคเรียนแล้ว การสร้างโรงเรียนก็ต้องให้เสร็จตามกำหนด ทาง ผู้ใหญ่วี ( พวกเราตั้งให้กันเอง) ก็เลยประกาศให้ชุมชนบ้านน้ำทรัพย์มาร่วมมือกันช่วยเทปูนต์ การเทปูนต์พื้นอาคาร ก็สำเร็จโดยรวดเร็ว โดยได้รับความร่วมมือจากชาวบ้าน ไม่ใช่แต่ การเทปูนต์เท่านั้น งานไม้อื่นๆเช่นตัวอาคาร ก็ได้รับความร่วมมือจากชาวบ้านมาร่วมทำด้วย เช่นกัน

ตอนนั้นมีอยู่วันหนึ่งมีชาวบ้านนำของมาเลี้ยงพวกเราใส่หาบมาเป็นเด็กสาวในหมู่บ้านหาบของมา ก่อนหน้านั้นฝนตก เจ้าเพื่อนเราเห็นเข้าหวังดี วิ่งเข้าไปช่วยเด็กสาวหาบ อะไรเกิดขึ้นละครับ เนื่องจาก ดินแฉะหาบก็ไม่เคยหาบ ก็พวกเราเป็นเด็กเทบ (กรุงเทพ)นี่ครับ เพื่อนเราเลย เดิน เฉไปเฉมา ดีน่ะที่ไม่ล้ม เด็กสาว เลยว่า “ พี่ค่ะหนูหาบเองสะดวกกว่ามั้ง…. เลยส่งหาบให้เด็กสาวหาบต่อ ปรากฎว่า เด็กสาวหาบเดินตัวปลิวเลย ฮา …..