พระพุทธมหานมินทร์ศากยมุนีศรีวิเศษชัยชาญ วัดม่วง จังหวัดอ่างทอง


”อ่างทอง น้องเอ๋ยถึงมองไม่กว้าง ถึงไม่มีทองดังอ้าง มีน้ำไหลหลั่งอยู่ทุกเวลา  ตะวันสีทองสาดท้องแม่เจ้าพระยา   

สาดแสงลงแหล่งคงคาเหมือนชวนหาน้องมาอ่างทอง...”

 

        แว่วเสียงเพลง คอยนางที่อ่างทอง  ของศิลปินหน้าหวานไชยา มิตรชัย ลิเกชื่อดังชาวจังหวัดอ่างทอง ที่แม่ยกหลายๆ คนรู้จักกันทั้งประเทศ หวนฟังครั้งใดหนุ่มจากบ้านไกลอย่างผมก็อดคิดถึงบ้านไม่ได้  ผมเป็นคนอ่างทองโดยกำเนิดเกิดที่นี่โตที่นี่  ผมภูมิใจนะเวลาใครถามว่าเป็นคนที่ไหน ผมมักจะบอกว่าผมไม่ใช่คนธรรมดานะ คนฟังก็มักจะถามต่อทันทีว่าทำไมล่ะ ก็เพราะผมเป็นคนวิเศษไง ยังงง ! ผมหมายถึง ผมเป็นคนวิเศษชัยชาญน่ะ 555

 

        เมืองอ่างทองเราเป็นเมืองที่ไม่ใหญ่นัก จัดได้ว่าเล็กอันดับ 6 ของประเทศ แต่ก็เป็นเมืองที่ประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ และสถานที่สำคัญปรากฏในนามว่า “แขวงเมืองวิเศษไชยชาญ”  อันมีมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาโน่นนะครับ  โดยเป็นส่วนหนึ่งของกรุงศรีอยุธยา เมืองอ่างทองมีความอุดมสมบูรณ์ไปด้วยพืชพันธุ์ธัญญาหาร ซึ่งได้รับการหล่อเลี้ยงจากแม่น้าถึง 2 สายด้วยกันคือ แม่น้าเจ้าพระยา แม่น้ำน้อย  และด้วยภูมิประเทศที่เป็นที่ราบลุ่ม มีลักษณะคล้ายแอ่งหรืออ่าง และความอุดมสมบูรณ์ ทุ่งนาเต็มไปด้วยรวงข้าวสีทองนี้เองจึงเป็นที่มาของคำว่าอ่างทอง

 

        เมืองอ่างทองเป็นเมืองเล็กๆ ที่หลายคนไม่ค่อยคุ้นเคย และอาจไม่ทราบถึงประวัติศาสตร์ความเป็นมา แต่เราเป็นเมืองเล็กๆ ที่มีของดีอยู่มากมายจนหลายคนนึกไม่ถึงเลยที่เดียว เมืองอ่างทองเป็นเมืองเดียวมั้งในประเทศที่ไม่มีห้างสรรพสินค้า  ไม่มีโรงหนัง น่าแปลกนะครับ สถานที่ท่องเที่ยวของเราจึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เน้นวัด และวิถีชีวิตเกษตรเป็นส่วนใหญ่ สะท้อนถึงความเป็นชาวพุทธ และสังคมเกษตรได้อย่างดีทีเดียว   และเป็นเหตุที่ผมใช้ชื่อบันทึกนี้ว่า สุดยอดแดนพุทธภูมิที่เมืองอ่างทอง  เพราะอะไรหรือครับ จะมีใครทราบไหมครับว่าที่เมืองอ่างทองเรานี้ มีพระพุทธรูปและวัดที่สำคัญอยู่มากมาย  มีความสำคัญทางพระพุทธศาสนาตั้งแต่ครั้งสุโขทัยเป็นต้นมา เช่น พระพุทธไสยาสน์วัดขุนอินทรประมูล  พระนอนที่ยาวที่สุดในประเทศไทย  พระพุทธไสยาสน์วัดป่าโมกวรวิหาร  พระพุทธไสยาสน์ที่มีพระพักต์งดงามที่สุดในประเทศไทย  ซึ่งพระพุทธไสยาสน์นี้สร้างมาแต่ครั้งกรุงสุโขทัย ธรรมเนียมคติความเชื่อการสร้างพระพุทธรูปขนาดใหญ่นี้ยังคงมีสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน เช่น พระศรีเมืองทอง  วัดต้นสน  พระมหาพุทธพิมพ์ วัดไชโยวรวิหาร พระพุทธไสยาสน์ วัดราชปักษี และอีกมากมายในเมืองอ่างทอง

 

 

        ในปีพ.ศ. 2534ก็ได้มีการสร้างพระพุทธรูป ซึ่งมีพระนามว่า “พระพุทธมหานมินทร์ศากยมุนีศรีวิเศษชัยชาญ”   มีหน้าตักกว้าง 62 ม. สูง 93 ม. ซึ่งมีขนาดที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่วัดม่วง ต.หัวตะพาน อ.วิเศษชัยชาญ  เรามาทำความรู้จักวัดนี้กันหน่อยนะครับ  เดิมทีวัดม่วงเป็นวัดร้าง สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย และร้างมาตั้งแต่เสียกรุงครั้งที่ 2ในปี พ.ศ.2310 รวมถึงอีกหลายๆ วัดในแขวงเมืองวิเศษไชยชาญในขณะนั้น จนกระทั่งปี พ.ศ. 2525 พระคูวิบูลอาจารคุณ หรือรู้จักกันในนามหลวงพ่อเกษม อาจารสุโภ  ได้มาปักกลดธุงดงค์เห็นว่าบริเวณนี้เคยเป็นวัดร้าง จึงน่าปฏิบัติธรรม ในปีพ.ศ. 2526  พระครูวิบูลอาจารคุณ ได้มีการเริ่มบูรณะและได้สร้างเสนาสนะต่าง ๆ ขึ้น โดยได้รับการบริจาค ทั้งเงินทำบุญ และทำบุญด้วยแรงงาน ร่วมกันดำเนินงานในการก่อสร้าง 

 

 

  พระวิบูลอาจารคุณ ร่วมกับประชาชนผู้มีจิตศรัทธาทั่วประเทศ ได้สมทบทุนสร้างพระพุทธรูปที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพื่อน้อมถวาย แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระนามว่า พระพุทธมหานมินทร์ศากยมุนีศรีวิเศษชัยชาญ  การก่อสร้างเป็นคานคอนกรีตเสริมเหล็กเป็นชั้นๆ เทียบกับตึกสูง 32 ชั้น ก่ออิฐถือปูนฉาบทาสีทอง ตลอดทั้งองค์ มีหน้าตักกกว้าง( หัวเข่าขวา-หัวเข่าซ้าย)กว้าง 62  เมตร  ความสูง(จากพื้นดิน-พระเกศา)สูง  93 เมตร เริ่มวางศิลาฤกษ์ในวันเสาร์ที่ 9 มีนาคม 2534  สร้างเสร็จสิ้น ในวันศุกร์ที่ 27 กรกฎาคม 2550 รวมเวลาในการก่อสร้างพระพุทธรูป 16 ปี มีมูลค่าในการก่อสร้างสูงถึง 106,000,000 บาท ( หนึ่งร้อยหกล้านบาท )

 

 

        เชื่อไหมครับผมเห็นการก่อสร้างพระองค์นี้ช่วงประมาณปี 2541 ผมขึ้นมัธยมปีที่ 1 ช่วงนั้นกำลังก่อสร้างได้ถึงพระอุระ มองจากที่โรงเรียนเห็นไงครับ ผมยังแอบคิดในใจว่าจะสร้างใหญ่ขนาดนี้แล้วจะเสร็จไหม แต่ก็มาวันนี้พระองค์นี้เสร็จสมบูรณ์แล้วครับ ด้วยแรงศรัทธาของชาวไทยและชาวต่างประเทศ สวยงามมากๆ มองเห็นได้แต่ไกลเลยครับ นักถ่ายภาพหลายๆ คนอดไม่ได้ที่จะต้องมาถ่ายรูปที่นี่ เป็นความภาคภูมิใจของคนเมืองอ่างทองจริงๆ ครับ ใครมาที่อ่างทองพลาดไม่ได้นะครับการกราบนมัสการพระพุทธมหานวมินทร์ศากยมุนีศรีวิเศษชัยชาญ  มาสัมผัสปลายพระหัตถ์แล้วขอพรในสิ่งที่วาดหวังกัน นอกจากองค์พระใหญ่แล้ว ในวัดนี้ก็มีสถานที่ท่องเที่ยวเชิงบุญอีกมากมายครับ อาทิเช่น พระอุโบสถล้อมรอบด้วยกลีบดอกบัวที่ใหญ่ที่สุดในโลก แดนนรก-สวรรค์ พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน หอแก้วที่ประดับด้วยกระจกทั้งหลัง พระพุทธรูปที่สร้างจากเงินแท้ใหญ่ที่สุดในโลก แล้วอีกมากมายครับ มาเที่ยวด้วยตัวเองดีกว่านะครับ สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น 555

 

        สำหรับการเดินทางมาวัดม่วงนั้นง่ายมากครับ อยู่ห่างจากตัวจังหวัดอ่างทอง ไปทางทิศตะวันตก ประมาณ 8 กิโลเมตร จาก กรุงเทพ ไปตามถนนสายเอเชีย แล้วเข้าตัวเมืองอ่างทอง ผ่านตลาดแล้วเลี้ยวขวา ผ่านหน้าเรือนจำ เจอทางแยกเลี้ยวซ้าย (ไปสุพรรณบุรี) ไปตามเส้นทางสาย โพธิ์พระยาท่าเรือ วัดจะอยู่ทางซ้ายมือ เห็นพระพุทธรูปแต่ไกล หากมาไม่ถูกถามใครก็ได้ครับในอ่างทองผมเชื่อว่ารู้จักหมด  หรือว่าถ้าไม่มีใครนำเที่ยวบอกผมก็ได้นะครับเดี๋ยวผมพาเที่ยวเมืองอ่างทองเอง วันนี้พาเที่ยววัดนี้ก่อนนะครับผมง่วงแล้วล่ะไปนอนก่อนดีกว่า เดี๋ยวพรุ่งนี้จะพาไปรู้จักกับเมืองสองพระนอนครับ....ฝันดีครับ