GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

เมื่อแรกเกิด....จน.......

ให้รู้จักการเรียนที่จะอยู่ร่วมกันเป็นสังคม ให้รู้จักเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคม รู้จักการยับยั้งชั่งใจ ไม่ กระทำสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ของสังคม เพื่อให้ตัวเองอยู่ได้ และเพื่อให้เป็นที่ยอมรับในสังคม หากแต่สังคมทุกวันนี้ที่ทวีความซับซ้อน เพราะความต้องการของสังคมนั้นบอกว่า เราควรจะมี เพื่อให้เราได้รับความสุข ความภาคภูมิใจ และมีหน้ามีตา เพื่อได้รับการยอมรับว่า เป็นผู้มีฐานะ ประสบความสำเร็จในทางโลก แบบที่คำพระท่านว่า ลาภ ยศ สรรเสริญ จนบางครั้งเราลืมไปเรื่องการใส่ใจ วิธีการ ที่จะได้มา เป็นผลกระทบที่เรากระทำต่อผู้อื่น บางครั้งเราลืมทำตัวเราเองให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่เด็กน้อย ที่กำลังขีดเขียนผืนผ้าชีวิตของเขาไว้

เมื่อแรกเกิด เราก็ต้องมีสัญชาติญาณในการเอาตัวรอด และอยากที่ได้รับความอบอุ่นจากครอบครัว เคยมีคนพูดคำนี้ว่า เด็กเปรียบเสมือนผ้าขาว ที่มีแต่ความสะอาด บริสุทธิ์ สดใส เด็กสามารถแสดงอารมณ์ออกมาตามสัญชาตญาณที่ธรรมชาติสร้างขึ้นมา ชอบที่จะให้ผู้ปกครอง และคนรอบข้างที่คอยโอบอุ้มเค้าไว้ เพราะเด็กได้รับรู้ถึงความอบอุ่น และความปลอดภัยได้

 

          มีข้อแตกต่างระหว่างความเป็นเด็ก และความเป็นผู้ใหญ่เกิดขึ้น  เราทุกคนล้วนได้รับการศึกษาจากครอบครัว เป็นสิ่งแรก เมื่อเราเกิดมา ได้รับการเลี้ยงดูจากคุณพ่อ และคุณแม่  ส่วนสถาบันการศึกษา เป็นบ้านหลังที่ 2 ที่คอยให้ความรู้ ทั้งด้านทฤษฎี และวิธีปฏิบัติในรูปแบบของการศึกษาในชั้นเรียนเป็นส่วนมาก หรือสำหรับคนที่ด้อยโอกาส จะได้รับการศึกษาจากสังคม จากประสบการณ์ตรงในชีวิตของแต่ละคน  เป็นแรงสนับสนุน ที่จะให้เค้าหัดทำ ลองคิด ในสิ่งต่างๆ ด้วยตัวของเค้าเอง บางครั้งก็ถูกบ้าง บางครั้งก็ผิดบ้าง แต่ทุกอย่างต้องมีการเรียนรู้มาตั้งแต่ต้น

 

          ให้รู้จักการเรียนที่จะอยู่ร่วมกันเป็นสังคม ให้รู้จักเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคม รู้จักการยับยั้งชั่งใจ ไม่ กระทำสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ของสังคม เพื่อให้ตัวเองอยู่ได้ และเพื่อให้เป็นที่ยอมรับในสังคม หากแต่สังคมทุกวันนี้ที่ทวีความซับซ้อน เพราะความต้องการของสังคมนั้นบอกว่า เราควรจะมี เพื่อให้เราได้รับความสุข ความภาคภูมิใจ และมีหน้ามีตา เพื่อได้รับการยอมรับว่า เป็นผู้มีฐานะ ประสบความสำเร็จในทางโลก แบบที่คำพระท่านว่า ลาภ ยศ สรรเสริญ จนบางครั้งเราลืมไปเรื่องการใส่ใจ วิธีการ ที่จะได้มา เป็นผลกระทบที่เรากระทำต่อผู้อื่น บางครั้งเราลืมทำตัวเราเองให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่เด็กน้อย ที่กำลังขีดเขียนผืนผ้าชีวิตของเขาไว้

            ประเทศเรายกย่องคนที่ประสพความสำเร็จโดยเฉพาะ เราตีค่าความสำเร็จไปที่วัตถุเป็นส่วนใหญ่ ผื่นผ้าสีขาวที่ถูกระบายสีทุกวัน วันละนิดละน้อยจากสื่อในรูปแบบต่างๆ  ที่ใช้ กระบวนการขยายผลโดยนำเอาหลักการตลาดตะวันตกมาสร้างกระแสบริโภคนิยมเพื่อการค้าอย่างเดียว ซึ่งจะเห็นได้ว่ากระแสดังกล่าวนี้ ประสบความสำเร็จมากเสียจนมีคนเห็นดีเห็นงามนำไปใช้กันในทุกแวดวง ทำให้เราเองจะได้เห็น พรรคการเมืองที่นำเอาระบบเอเจนซี่โฆษณามาใช้ เราจะได้เห็นวัดที่นำเอาระบบขายตรงมาใช้โดยไร้ซึ่งความละอาย ไม่รวมถึงสถาบันอื่นๆ ที่หลงลืมที่จะมองจุดหมายที่แท้จริงของตน

  เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว จึงไม่แปลกเลยที่ประเทศเราจะมีเด็กนักเรียนยกพวกเข้าตีกันเหมือนกับว่าเป็นทัพไทยกับทัพพม่ากลับชาติมาเกิด เขาเหล่านั้นไม่เคยยั้งคิดแม้สักนิดว่าสิ่งที่เขาทำนั้นมันส่งผลต่อสิ่งใดบ้าง ไม่แม้จะสนใจต่อชีวิตอนาคต นอกจากนี้ เราที่บอกตัวเองว่าเป็นเมืองพุทธ แต่กลับมีปัญหาการล่วงละเมิดทางเพศกับเด็กไม่เว้นแต่ละวัน จนเดี๋ยวนี้เลยเถิดไปจนถึงการกระทำระหว่างเด็กต่อเด็กด้วยกัน ผ้าขาวผืนนั้นไม่ได้ขาวอย่างที่เราเคยเข้าใจเสียแล้ว จะโทษใครได้บ้างเพราะถ้าหากพวกเขาได้รับสีที่สวยงามตั้งแต่ต้นก็คงไม่มีสภาพเป็นอย่างนี้

เราจะเห็นได้ว่าตลอดชีวิตการเติบโตของเขา 24 ชั่วโมงของทุกวันมีสิ่งต่างๆ เข้ามามากมายจนขนาดผู้ใหญ่เองยังตั้งตัวรับแทบไม่ติด ...เรามีหนังทีวี หนังโรง ที่อธิบายถึงความชั่วของคนมากกว่าคนดี ไม่ว่าจะเป็นหนังปล้น หนังที่ยกอาชญากรมาเป็นตัวเอกของเรื่อง หนังที่ยกเอาคดีสะเทือนขวัญผิดธรรมชาติมาสร้าง แต่ในขณะที่หนังอย่างพระพุทธเจ้ากลับถูกมองว่าไม่ประสบความสำเร็จ เรามีช่องทางเปิดให้เด็กจะไปเสียผู้เสียคนเยอะมากกว่าช่องทางที่จะเปิดแกมบังคับให้เขาไปในทางที่สร้างสรรค์ ทุกวันนี้เครื่องดนตรี ยังเป็นสิ่งฟุ่มเฟือย เด็กที่ศูนย์วัฒนธรรมที่ผมดูแลยังต้องสร้างเครื่องดนตรีเอาเอง
            
ในขณะที่สังคมมีแต่ภาพของคนที่ได้ดิบได้ดี แม้ทุกคนจะรู้อยู่แก่ใจว่าทรัพย์สินอันมั่งคั่งที่คนพวกนั้นได้มา ไม่ว่าจะพวกล้มบนฟูก หรือพวกสร้างอิทธิพลจากอำนาจหน้าที่ นั้นมาจากที่ใด เรากลับยกมือไหว้พวกเขาเหล่านั้นเองและทำให้ดอกบัวในมือเราเสื่อมความหมายไปอย่างน่าสลด  

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 39569
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 1
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (1)

     เร็ว ๆ นี้จะมีคนทำดุษฎีนิพนธ์เกี่ยวกับเรื่องการใช้ความรุนแรงของวัยรุ่น วัยเรียน ที่จะเป็นประโยชน์มาก หากเคลียร์แล้วคงจะได้นำเสนอออกมาครับ