"การใช้ชีวิตอย่างธรรมดาแต่มีคุณภาพคือการใช้ชีวิตที่ดี คุณค่าของชีวิตมิได้อยู่ที่ความเร็วหรือใครทำอะไรได้มากกว่า" จากหนังสือ "รอยเท้าเล็ก ๆ ของเราเอง" โดยวินทร์ เลียววาริณ
ธรรมชาติรอบตัวในวันนี้ ตอนเช้าอากาศเย็นสบาย ๆ ตอนสายแสงแดดแผดจ้า ดูเหมือนจะร้อนจัดตลอดทั้งวัน แต่พอกลางวันมีฟ้าครึ้ม ฝนตก ได้ยินเสียงเม็ดฝนสม่ำเสมอ ทำให้ความเงียบนั้นสงบยิ่งขึ้น และฟ้ามืดครึ้มอีกครั้งภายหลังจากฝนหยุดตก ตอนเย็นเช่นเวลานี้ฝนเริ่มลงเม็ดเปาะแปะอีกแล้ว แต่ทว่าอากาศยังอบอ้าวอยู่บ้าง
บรรยากาศค่อนข้างเงียบ เพื่อนบ้านมีภาระหน้าที่ไปส่งลูกหลานเรียนพิเศษ บางคนไปเรียนหนังสือที่มหาวิทยาลัยทั้งครอบครัว พ่อ แม่ ลูก เมื่อถึงเวลาได้ยินเสียงรถแต่ละคันแล่นตามกันผ่านหน้าบ้านออกไปสู่ถนนใหญ่
ฉันอยู่บ้านได้เรียนรู้ชีวิตเหมือนกัน ตื่นเช้าไปออกกำลังกาย กลับมาอ่านหนังสือพิมพ์ เข้าเน็ตทักทายเพื่อน ๆ และวันนี้ดูเหมือนจะท่องออกไปนอกโลกนานกว่าทุกครั้ง เพราะไปหลายเว็ป รวมทั้งบล็อกอื่น ๆ และกลับมาเขียนอนุทิน
ขณะที่อาบน้ำ ทานข้าว ทำความสะอาดบ้าน โดยไม่ต้องรีบเร่งกับเวลา ทำให้ได้เรียนรู้จากความรู้สึกว่า "วันเวลาที่ผ่านมานั้นหลงอยู่ตั้งมากมาย เมื่อรู้ตัวควรรีบเปลี่ยนความเป็นปัจจุบัน"
เมื่อวานมีโจทย์ที่ต้องเรียนรู้อยู่ ๒ อย่างจากคน ๒ คนคือ "คนแรก" ถามว่า "ใครเป็นนักเขียนในดวงใจ และหนังสือเล่มโปรดคือหนังสืออะไร" ส่วน "คนที่สอง" ไม่เชิงถามและผู้ถามไม่ต้องการคำตอบ แต่ต้องตอบโจทย์ ที่เขาบอกว่า "ลาออกแล้วอยู่บ้านคงเหงาแย่"
ถือโอกาสหยิบหนังสือจำนวน ๑ ในกลุ่มที่ชอบออกมาวาง "รอยเท้าเล็ก ๆ ของเราเอง" โดยวินทร์ เลียววาริณ ซึ่งเป็นนักเขียนคนหนึ่งในกลุ่มนักเขียนคนโปรดเหมือนกัน พร้อมกับกาแฟ ๑ ถ้วย หนังสือเล่มนี้อ่านจบไปแล้วครั้งหนึ่งนานหลายปี แต่คุณค่าที่ได้รับจากการอ่านต่างกัน อาจเป็นเพราะ ความแตกต่างเรื่องต้นทุนทางสติปัญญา ประสบการณ์ในการเรียนรู้ และสถานการณ์ที่ผ่านเข้ามาให้เราได้เรียนรู้พอแตกฉานขึ้นบ้าง
ดูเหมือนว่า "วันนี้โลกจะหมุนช้าลง" และเช่นเดียวกันจึงเห็นด้วยที่วินทร์ เลียววาริณบอกว่า "บางทีปรัชญาชีวิต มิได้อยู่ในตำราของจอมปราชญ์คนใดเลย หากอยู่ในชีวิตประจำวันเรานี่เอง"
ขอฝากถ้อยคำโดนใจจากคำโปรยของหนังสือเล่มนี้ "ทัศนคติที่ดีต่อชีวิต ทำให้ใครคนหนึ่งประสบความสำเร็จได้มากกว่าคนที่มองโลกในแง่ร้ายตลอดเวลา แต่ทัศนคติที่ดีต้องเกิดสมดุลทั้งทางกายและทางใจ"
คำถามของผู้ถาม "คนแรก" ได้ตอบไปแล้วเป็นการส่วนตัว แต่ต้องตอบโจทย์ของ "คนที่สอง" อยากจะบอกว่า...บ่ายนี้มีคำตอบคือ "การได้ใช้เวลาที่คุ้มค่า มีอิสระทางความคิดและการกระทำ และในความเงียบได้รู้ว่าที่ผ่านมาตัวเองได้อยู่กับความหลงมากมาย" และวันนี้ได้รู้สึกว่า "โลกหมุนช้าลง" เป็นคำตอบที่ตอบตัวเอง
บันทึกนี้เขียนขึ้นจากความรู้สึกและทัศนคติ (ส่วนตัว) ซึ่งเป็นเรื่องยาก ว่าใครจะมาคิดเหมือนกัน ชอบเหมือนกัน หรือมีสิ่งคล้ายกัน ในสิ่งที่เขียนขึ้นโดยคนธรรมดา มีชีวิตธรรมดา และเรียนรู้เรื่องธรรมดา

ในชีวิตประจำวันครูคิม มีปรัชญาอะไรบ้างค่ะ
พี่คิม อ่านเรื่องนี้เร็วมากๆ จบแล้วรึค่ะ รอคำตอบช่วงบ่ายอีกดีกว่า ชอบๆ อ่าน .. มุมมองพี่คิม และเห็นด้วย กับเรื่องทัศนคติ ต่อชีวิต ค่ะ เพราะเคยประสบด้วยตนเองมาแล้ว ;) ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะน้องไผ่ไม่มีกอ
สวัสดีค่ะ พี่ครูคิม
สวัสดีค่ะครูอิม......
ขอบคุณสำหรับบทความดี.......
แวะมาให้กำลังใจค่ะ
พี่ครูคิม มีความคิดและปรัชญามากมาย และก็เป็นคนอ่านหนังสือมากมาย มีหนังสือเป็นเพื่อน มีเน็ทเป็นมิตร คงไม่เหงาหรอกนะคะ
-สุไม่ค่อยว่างเพราะเลี้ยงหลาน เลยไม่ค่อยมีอะไรมานำเสนอ แม้จะมาเยี่ยมเพื่อน ต้องมาเปิดหน้าแรก ว่าใครเล่นคอมอยู่ จับจุดไม่ถูกเหมือนกัน คิดถึงทุกคน แต่ไม่รู้ว่าจะไปเยี่ยมใครก่อนดีคะ เลยมาหาพี่ครูคิมก่อน เพราะเห็นอยู่หน้าแรก คะ
ค่าของคนอยู่ที่ผลของงาน และการใช้ชีวิตประจำวันที่ดี คำตอบส่วนตัวของสุคะ
นำบันทึกมาเชื่อมต่อครับ ;)
"ไม้แข็ง กับ ไม้อ่อน" จาก "รองเท้าเล็ก ๆ ของเราเอง" ... (วินทร์ เลียววาริณ)
"ประโยชน์ของความไม่มี" จาก "รองเท้าเล็ก ๆ ของเราเอง" ... (วินทร์ เลียววาริณ)
สวัสดีค่ะพี่ครูคิม
คิดถึงพี่คิมคนธรรมดาที่ไม่ธรรมดา ขอบคุณปรัชญาดีๆนะคะ...รักษาสุขภาพด้วยนะคะ...คิดถึงค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณครูคิม
วันนี้โลกของคุณครูหมุนช้าลง
แต่วันเวลาของหนูตอนนี้มันเร็วจังเลยค่ะ
ขอให้คุณครูมีความสุขและสุขภาพแข็งแรงนะคะ
คิดถึงคุณครูคิมเสมอค่ะ
สวัสดีครับเกลอ ส่งบทเรียนไปให้น้องเอกแล้ว
ขอความกรุณาให้เกลอชวยดูให้ด้วย
พอเขียนจริงๆจังๆ กลับเขียนไม่ออกครับเกลอ
ปรัชญาของครูคิมก็คือ หากใครให้น้ำตาลฉัน
ฉันก็จะนำน้ำตาลไปทำขนมหวานให้เขาได้กินขนมที่อร่อยที่สุด
ครูคิมจะไม่เอาน้ำตาลไปทำกับข้าวในครัว เพื่อกินไปวันๆ
แต่จะนำน้ำตาลมาทำขนมที่อร่อยที่สุด เท่าที่ครูทำได้ให้เค้าได้กิน
สวัสดีค่ะน้องpoo
สวัสดีค่ะคุณฐานิศวร์
มีหลายคนออกจากระบบราชการกลับทำงานมากขึ้น คนเป็นครูกลับทำหน้าที่ครูที่ยิ่งใหญ่ ไม่ได้สอนเด็กแต่กลับสอนคนทั้งโลก
ผมเชื่อว่าพี่สาวคนนี้ไม่มีเหงา และไม่มีเวลาว่างอีกด้วย มีเวลาเป็นอิสระในการคิด กระทำสิ่งตนเองชอบและอยากทำ
เรียนพี่ครู
ที่นับถือ
ในความธรรมดาของพี่ครูคิม...คือ ส่วนหนึ่งที่มีค่าในสังคมครับ
สวัสดียามเช้าค่ะพี่ครูคิม
มาส่งความคิดถึงพร้อมรับข้อคิดดีๆยามเช้าค่ะ
ชีวิตที่เลือกได้ มีเวลาเป็นของตัวเอง ได้ทำหลายๆอย่างที่ตั้งใจไว้ อุ้มว่าเป็นความสุข เป็นสิ่งดีๆในชีวิตค่ะ
เช้านี้พี่คิมกำลังไปปั่นจักรยานอยู่หรือเปล่าค่ะ