เมื่อวาน (16 ก.ค.49) ผมได้รับโทรศัพท์  จากท่านเกษตรอำเภอพระพรหม  ช่วง 15 นาฬิกาเศษ  ว่า วันจันทร์ (17 ก.ค.49) ให้เดินทางไปที่ทำงานเร็วกว่าปกติหน่อย  เพราะท่านนายอำเภอพระพรหม  จะขอพบปะพูดคุยกับทีมงานของเกษตรและปลัดอำเภอทุกคน  เวลา 08.00 น.
                  ผมเดินทางถึงสำนักงานเกษตร (ตั้งอยู่บนอาคารที่ว่าอำเภอพระพรหม)  จัดเอกสารสักพักหลายท่านก็เดินทางมาถึง  และเจ้าหน้าที่ปกครองก็ได้มาบอกว่าท่านนายอำเภอมาแล้ว  พวกเราก็เดินเข้าห้องประชุม   วันนี้อากาศดูสดใสเพราะเจ้าหน้าที่ทุกคนใส่เสื้อเหลืองครับ   ดูบรรยายกาศในห้องประชุมสว่างเพราะโทนสีอร่ามเลยครับ

                  วันนี้เป็นการประชุมพิเศษ มีทีมงานสำนักงานเกษตร และปลัดอำเภอทุกคน ท่านนายอำเภอเริ่มการประชุม ด้วยหน้าตายิ้มแย้ม  (น้อง ๆ เจ้าหน้าที่ปกครองก็นำกาแฟ ขนม  ให้พวกเราได้ทานเป็นอาหารเช้า)ท่านบอกว่ารบกวนกันตั้งแต่เช้าก็เพราะต้องมาพูดคุยเรื่องด่วน  เราเหลือเวลาการทำงานในโครงการ/กิจกรรม ที่ใช้งบประมาณอยู่ไม่กี่วันก็จะสิ้นปีงบประมาณ  จึงต้องพูดคุยให้เข้าใจและแบ่งหน้าที่ช่วยกันทำงาน   เพราะไม่เช่นนั้นจะทำไม่ทัน  และจะมีผลกระทบกับราษฎร  โดยเฉพาะโครงการพระพรหมเกษตรอินทรีย์ขณะนี้วัสดุอุปกรณ์ที่สนับสนุนกลุ่มเกษตรอินทรีย์ได้จัดส่งให้กลุ่มต่าง ๆ  แล้ว จำเป็นต้องมีเจ้าหน้าที่เป็นที่ปรึกษา  และโครงการ  "การแก้ปัญหาความยากจน"  ซึ่งอำเภอมีโครงการโรงเรียนแก้จน  ให้เกษตรกรมาสมัครทางโรงเรียนมีงานให้ทำได้เรียนรู้อาชีพและมีรายได้ด้วย 


                  ท่านนายอำเภอได้เปิดโอกาสให้ทุกคนร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยน  ท่านเกษตรอำเภอพระพรหม  ก็พูดคุยเรื่องโครงการพระพรหมเกษตรอินทรีย์
                   ผมยกมือต่อจากท่านเกษตรอำเภอ  โดยผมบอกในที่ประชุมว่าสิ่งที่ผมจะพูดไม่ใช่ปัญหาแต่ขอนำเสนอข้อมูลสถานการณ์การทำงานในระยะเวลานี้  เพื่อเป็นข้อคิดและร่วมกันพิจารณา  โดยผมนำเสนอว่าการดำเนินงานแก้ปัญหาความยากจนนั้น มีหลายหน่วยงานที่ดำเนินการกันอยู่  โดยมีทั้งโครงการจังหวัด(CEO) ซึ่งมี กศน. เป็นกองเลขาเชื่อมการบูรณาการกับหน่วยงานในพื้นที่อยู่และจัดทำแผนลงพื้นที่แล้ว    สนง.พัฒนาชุมชนก็ดำเนินการกับผู้ตกเกณฑ์ จปฐ.   
เกษตรและสหกรณ์ ก็สั่งการมายัง สนง.เกษตรอำเภอ หลายหน่วยงานที่ดำเนินการก็ประสานขอความร่วมมือเพื่อให้ช่วยเป็นวิทยากรพร้อม   มีคำสั่ง   แต่ก็ไม่สามารถให้ความมือได้เต็มที่เพราะแต่ละหน่วยงานก็มีงานของตนเอง   จึงเสนอมาในที่ประชุมเพื่อได้พิจารณาหาทางออก
เนื่องจากเป้าหมายก็ลงไปในหมู่บ้านเหมือนกันทั้งนั้น  


                  ท่านนายอำเภอก็รับฟังด้วยความตั้งใจนะครับ เมื่อผมขอบคุณตอนที่จบคำพูด   ปลัดอาวุโสก็ชี้แจงรายละเอียดความเป็นมาของโครงการแก้จน(CEO)ของจังหวัดเสริมต่อ  และ ท่านนายอำเภอบอกว่าในวันเดียวกันท่านต้องไปเปิดงานตั้งหลายงานแทบไม่ต้องทำอะไรสถานการณ์เป็นจริงอย่างที่ผมนำเสนอ   ก็คิดอยู่เหมือนกันว่าก็เรื่องเดียวกันแต่แยกกันทำเพราะเราไม่ได้มาคุยกัน  ฉนั้นต่อไปทุกวันจันทร์ภาคบ่าย  ขอเสนอให้หัวหน้าส่วนทุกส่วนมาพบกันเพื่อหารือในการทำงาน   จริง ๆ แล้วในวันนี้ท่านบอกว่าท่านคิดเร็วไป  น่าจะให้สาธารณสุข  และพัฒนาชุมชน มาร่วมด้วยแต่ไม่ทันแล้ว   ท่านบอกว่าเมื่อหัวหน้าส่วนราชการเจอกันทุกวันจันทร์แล้ว  เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ก็ควรจะหาเวลามาเจอกันเพื่อได้หารือในการบูรณาการการทำงาน  ซึ่งที่ประชุมได้พิจารณาลงมติว่า  วันจันทร์สัปดาห์ที่ 3 ของทุกเดือน  เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่มาพูดคุยแลกเปลี่ยนกันครับการประชุมเราพูดคุยกันหลายเรื่องบรรยากาศไม่เครียดครับเพราะดูความคิดจะเหมือนๆ กันคือหาทางออกในการทำงานให้สำเร็จ เพราะปริมาณงานนั้นมากจริง ๆ  การประชุมจบลงด้วยความสบายใจทุกคนก็ดูร่าเริงยิ้มแย้ม(แกล้งหยอกล้อฝากงานให้คนอื่นทำ)
                วันนี้ผมคิดว่า  กระบวนการ KM ได้เกิดขึ้นแล้วในองค์กรใหญ่ระดับอำเภอ   ผมเจอท่านเอื้อแล้ว(นายอำเภอพระพรหม) และเอื้ออย่างดีด้วยครับ  ถือเป็นความโชคดีของผม(ซึ่งจริง ๆ วางแผนหาจังหวะไว้ในใจแล้วก่อนเข้าประชุม)  ผมเจอวงคุณอำนวย (หัวหน้าส่วนราชการอำเภอ)  เจอทีมงานคุณกิจ(เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่) และคงเป็นคุณอำนวยในโอกาสต่อไปเมื่ออยู่ในพื้นที่การบูรณาการ