ช่วงปลายสัปดาห์มีงานใหญ่งานหนึ่งที่ได้รับความไว้วางใจจากสคส. ให้ไปเข้าร่วมใน"การประชุมปฏิบัติการทีมแกนนำนักจัดการความรู้ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน กลุ่มเป้าหมายโครงการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมการเพิ่มประสิทธิภาพขององค์กรสถานศึกษาด้วยการจัดการความรู้" ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ ๑๓ - ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๔๙  ณ โรงแรมบี พี แกรนด์ ทาวเวอร์ จังหวัดสงขลา 

ทีมแกนนำนักจัดการความรู้นี้ประกอบไปด้วย ตัวแทนจากสำนักงานเขตพื้นที่ (สพท.)  กลุ่มผู้บริหาร และกลุ่มครูของแต่ละโรงเรียน ทั้งจากสุราษฎร์ธานี ตรัง สงขลา และยะลา  รวมทั้งสิ้น ๖๐ คน  งานที่ได้รับมอบหมายในบ่ายวันแรกคือการเข้าสังเกตการณ์การประชุมกลุ่ม เพื่อสรุปการเรียนรู้ที่ได้รับจากช่วงของการฟังเสวนาเรื่อง การจัดการความรู้และการพัฒนาเครือข่ายการเรียนรู้ โดย ดร.สุวัฒน์  เงินฉ่ำ และผศ.ดร.เลขา  ปิยะอัจฉริยะ  คำถามที่ให้ไว้คือ ได้เรียนรู้อะไรบ้าง / มีกิจกรรม ลปรร.ในองค์กรหรือไม่  หากมี "ท่านดำเนินการอย่างไร" และ "ได้ผลอย่างไร" / มีปัจจัยสนับสนุนการจัดการความรู้ในองค์กรอะไรบ้าง  กลุ่มที่เข้าไปสังเกตุการณ์เป็นกลุ่มของสนท.สุราษฎร์ธานี เขต ๑  รร.เทพมิตรศึกษา และ รร.วัดบางใบไม้  ประกอบไปด้วยสมาชิก ๑๐ คน  กลุ่มนี้มีความน่ารักตรงที่ผู้อาวุโสจากสนท.ได้เสนอความเห็นว่า ในการจัดการความรู้ต้องเปลี่ยนวัฒนธรรมใหม่ ฉะนั้นจึงขอเสนอให้ผู้ที่อ่อนอาวุโสที่สุดเป็นประธานที่ประชุม ซึ่งน้องเล็กจากโรงเรียนเทพมิตรศึกษาก็รับคำ และปฏิบัติหน้าที่ประธานฯด้วยความเข้มแข็ง 

 ช่วงหลังอาหารเย็นเป็นการแบ่งกลุ่มโดยทางคณะผู้จัดได้คละสมาชิกให้มีความหลากหลาย เพื่อให้สมาชิกได้มีโอกาสได้รับประสบการณ์จากต่างเขตพื้นที่ เป็นการสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ข้ามจังหวัด  คราวนี้ได้มีโอกาสเข้าสังเกตการณ์กลุ่มผู้บริหารสถานศึกษาของ รร.บ้านควนเสม็ด  รร.บ้านแค  รร.เทพา  รร.บ้านควนนิมิตร  รร.สุราษฎร์ธานี  รร.บ้านทุ่งไพล  รร.บ้านกรงปินัง   และ รร.วัดบางใบไม้   เป้าหมายที่เป็นหัวปลาของกลุ่มคือ คือ "การเพิ่มศักยภาพของบุคลากรเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของนักเรียน" ทุกคนในวงผลัดกันนำเสนอเรื่องราวความของตัวเอง   คุณอำนวย และคุณกิจคนอื่นๆที่นั่งฟังอยู่ด้วยกันได้โอกาสซักถามกันอย่างเต็มที่  ส่วนคุณลิขิต ๑ นั้นก็จดเรื่องที่ฟังลงในกระดาษอย่างไม่คิดชีวิต โดยมีคุณลิขิต ๒ คอยจับประเด็นขุมความรู้ที่ได้มาจากเรื่องเล่าแต่ละเรื่องอย่างแม่นยำเมื่อ                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                    เมื่อต้องจบการประชุมเพราะเวลาหมดลง ทุกคนแม้จะดูเหนื่อยล้าแต่ก็เปี่ยมสุข

เช้าวันใหม่ ทุกกลุ่มดูกระปรี้กระเปร่าที่ได้ออกมานำเสนอเรื่องเล่าของความสำเร็จที่ได้รับคัดสรรมาแล้วว่าเป็นยอด เมื่อการนำเสนอดำเนินไปได้ครึ่งทางอาจารย์วิจารณ์ก็เดินทางมาถึงห้องประชุม เรื่องเล่าฯหยุดพักลงชั่วคราว เพื่อให้การ"สอนแบบไม่สอน"ของอาจารย์ได้ดำเนินไปตามรายการที่วางไว้  เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๒.๓๐ น. เป็นเวลาที่ผู้เข้าสัมมนาจะได้พบกับประสบการณ์ที่แตกต่างไปจากที่เคยพบมาเมื่อวานนี้ อาจารย์เริ่มต้นจากการฉายเรื่องการจัดการความรู้ของโรงพยาบาลบ้านตากให้ได้รับชมกัน จากนั้นให้ดิฉันนำทุกท่านเข้าสู่กระบวนการของการจัดการความรู้  ที่มีปลายทางคือการดึงองค์ความรู้ และขั้นตอนของการจัดการความรู้ที่พบจากวีดิทัศน์ออกมา ส่วนจะจัดการด้วยวิธีใดนั้นเป็นสิทธิ์ที่ดิฉันจะคิดได้โดยอิสระ (แต่ต้องคิดให้เสร็จและพร้อมที่จะปฏิบัติการภายในเวลา ๒๐ นาที !)

  อาจารย์เริ่มสอนงานดิฉันโดยไม่สอน แต่ให้คิดไปบนเงื่อนไขและข้อจำกัดที่มีอยู่ ( ทำให้นึกไปถึงแนวปฏิบัติของโรงเรียนเพลินพัฒนาที่พยายามให้ผู้บริหารทุกระดับปฏิบัติต่อครู เหมือนกับที่ผู้บริหารอยากจะให้ครูปฏิบัติต่อนักเรียนของตน) ด้วยความที่เคยเป็นครู ทันที่ที่ได้รับโจทย์มาดิฉันจึงนึกถึงภาพของกระบวนการเรียนรู้ ที่จะเกิดขึ้นในห้องเป็นอันดับแรก  ลำดับต่อมาก็คิดว่ากิจกรรมการเรียนรู้ในลักษณะใดที่จะช่วยให้ผู้เรียนสามารถดึงเอาความรู้ที่มีอยู่ในตัวออกมาได้ ที่สำคัญกว่านั้น ความรู้ที่เกิดขึ้นนี้ยังจะต้องเชื่อมโยงเข้ากับความรู้ของผู้อื่นได้ หากมีความคิดใหม่ๆเพิ่มเข้ามาในภายหลังก็ต้องสามารถปรับปรุงใหม่ได้โดยไม่เสียกระบวน และจะต้องสามารถแสดงให้เห็นถึงส่วนของความคิดที่มีอยู่เดิม กับส่วนของความคิดใหม่ที่ได้รับเพิ่มมาจากการได้ลปรร.กับผู้อื่นได้ด้วย ... เมื่อคิดได้ดังนี้แล้วก็ลงมือออกแบบกระบวนการเรียนรู้ที่จะเกิดขึ้นทันที !!