ตอนนี้ผู้เขียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสนนะครับ ขอเขียนต่อจากบันทึกนี้
คำถามจากการวงเสวนา
ผู้ใหญ่ชูชาติ วรรณขำ จะมองหมู่บ้านน้ำทรัพย์ในมุมไหน พัฒนาการของหมู่บ้าน
-การพัฒนาไปข้างหน้าไม่อยู่ในความคิดอย่างไร สูงสุดก็การเป็นกำนัน ต้องการแยกตำบลออกมาเป็นอีกส่วนหนึ่ง การผลักดันแยกตำบลไม่เกิด ต้องยก อบต. เป็นเทศบาล จุดมุ่งหมาย ช่วยเหลือชาวบ้าน แก้ปัญหาของชาวบ้านน้ำทรัพย์ คือวางทิศทางของหมู่บ้านอยากให้ชาวบ้านมีที่ที่อยู่ตลอดไป และเรื่องแหล่งน้ำ มีที่อยู่โดยไม่ขาย มีที่โดยไม่ต้องเสียพื้นที่ไปและได้พื้นที่สีเขียวกลับคืนมา
ผอ.ขวัญใจ : ถามว่าผู้ใหญ่ชูชาติ วรรณขำ เคยท้อแท้ไหม เคยท้อแท้เรื่องยาเสพติด บางสิ่งบางอย่างมีเสียงสะท้อนออกมา เรื่องมุ่งหมายถึงชีวิต ที่รับรองว่าข้อมูลไม่รั่ว แต่รั่ว ทั้งเรื่องป่าไม้ และเรื่อง ผู้มีอิทธิพล
ผู้ใหญ่ชูชาติ วรรณขำ:ปี พ.ศ. 2548 มีตำรวจ พ.ต.ท. สมยศ ฉิมพาลี แจ้งข่าวว่าจะมีคนมาทำร้าย เรียกไปคุยโดยการเปิดใจ
ปี พ.ศ. 2549 – 2551 โดยร้องเรียนเรื่องเอกสารสิทธิ์ที่ดิน ที่อยู่ในเขตป่าสงวน โดยจับกุมผู้บุกรุกที่ดิน
ในที่ประชุมมีผู้ถามว่า:ท้อแท้ทำอย่างไร ไม่รายงานเป็นลายลักษณ์อักษร มีกำลังใจจากชาวบ้าน ไม่รายงานและชาวบ้านให้กำลังใจ
ลุงบุญส่ง ให้กำลังใจ ผู้ใหญ่ชูชาติ วรรณขำ ทำเพื่อชาวบ้านไม่ทำเพื่อส่วนตัว
ลุงบุญส่งบอกว่า: อยู่ไปเถอะ

นายวรวิทย์ กิตติคุณศิริ : ได้มอง คิดบวก ชีวิตบวก ถ้าเจอปัญหาเราต้องคิดเชิงบวก คนเราถ้าคิดอะไร บางคนเคยบวชมาก่อน เป็นผู้นำ ตัวกระตุ้นอะไรที่ทำให้เกิดทำอย่างนี้
ผู้ใหญ่ชูชาติ วรรณขำ :
1.เห็นความลำบาก อยากแก้ไข และตัดคำว่าต้องทำได้และมีความตั้งใจสูงอยู่แบบพร้อมหน้าพร้อมตา ได้ประสานงาน ช่วยพ่อตลอด มีความจริงจัง จริงใจ ถ้าเป็นแล้วไม่ทำ ก็ไม่ต้องเป็น ถ้าเป็นแล้วต้องทำ เป็นเพื่อบรรลุสิ่งที่ตั้งไว้ สิ่งที่ทำให้ประสบความสำเร็จ คือชาวบ้าน เพราะทำคนเดียวไม่ได้ โดยการเลือกหรือกำหนด
2. พระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพรบรมราชินีนาถ มีชาวบ้านช่วยกันทำและได้เข้าเฝ้าในหลวง และพระราชินีนาถ
3.ได้เป็นหมู่บ้านเฉลิมพระเกียรติ
4.ได้เป็นหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง ทำความดีต่อในหลวง ก็เท่าที่เขาทำอยู่
ผู้ใหญ่ชูชาติ วรรณขำ:กล่าวว่าต้องมี
1.หลักการ วิชาการ
2.งบประมาณ
3.มีต้นแบบ เช่นการทำบัญชีครัวเรือน เป็นสุดยอดของต้นแบบ
4.แรงสนับสนุนเชิงนโยบาย สนับสนุนจากเบื้องบน ตัวกำหนดในการออกนโยบายของคนอยู่ในป่ามีการจัดงบประมาณลงมา

ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านน้ำทรัพย์(เสื้อลาย)มาอบรมเรื่องมะนาว คนเสื้อเขียว คุณสามารถ(หมอมะนาว)
ผู้เขียนพาไปกินสเต็กเป็นที่ติดใจของชาวบ้าน ต่อไปอาจมีสเต็กปลาบ้านน้ำทรัพย์ก็ได้ ฮ่าๆ
ผอ.สุนันทา การะเวก : เราต้องมีข้อมูลชัดเจนของงาน ก็จะประสบความสำเร็จ ซึ่งเป็นต้นแบบ กศน. ร่วมกันในเรื่องการจัดกระบวนการเรียนรู้ ทำอย่างไร ถ้าจะมีข้อมูลหลากหลาย งบประมาณ ส่วนหนึ่งช่วยเข้ามาส่งเสริม เช่น บัญชีการทำงานของครู กศน. เป็นลักษณะแบบนี้ก็จะดี เราพยายามที่จะเก็บเกี่ยวความรู้ต่าง ๆ เหล่านี้
ผู้เขียนเองนั้นเห็นความตั้งใจของชุมชนและความพยายามของชุมชนที่จะแก้ปัญหาด้วยตนเอง ผู้เขียนชอบความคิดเห็นของพี่ยุวนุชหรือคุณนายดอกเตอร์ที่บอกว่า
สนับสนุนค่ะว่าคำตอบอยู่ที่หมู่บ้าน ต้องค้นหาทุนหลากหลายที่มีอยู่ในชุมชนของตัวเองให้เจอ คนนอกเป็นเพียงสิ่งสนับสนุน หรือช่วยเหนี่ยวนำให้เขาได้ค้นพบ เห็นปัญหา อยากแก้ และแก้ที่ตนเองก่อน

ผู้เขียนขอบคุณทุกๆๆท่านมากครับ ที่เข้ามาอ่าน เหลือกระบวนการผลการถอดบทเรียน ของแต่ละกลุ่ม ในวันที่ 4 สิงหาคม 2553 และเรื่องภูมิปัญญาในท้องถิ่นอีกครับ รออ่านนะครับ…
นำอาหารมาเสริมแรง ครับ
เรียน ท่าน แอ๊ด พอไหว ครับ ปลายอาทิตย์ ไป หัวหิน ครับ
สวัสดีค่ะ
อ.ขจิต มีหุ้นร้านเสต็กร้านนี้แน่ ๆ เลย อิอิ
สวัสดีค่ะท่านพี่ขาหญ่าย
ชอบแนวคิดนี้ ถ้ามีที่ดิน ทำให้เป็นสีเขียว ก็จะไม่มีวันอดตาย ;)
ขอบคุณน้องปู จริงๆๆด้วย ถ้ามีดิน มีน้ำ ปลูกผัก ปลูกผลไม้ไม่อดตายครับ ฝนทางใต้ตกไหมครับ
พี่ใหญ่ขออัญเชิญพระบรมราโชวาท มาเป็นกำลังใจแก่ผู้ใหญ่ชูชาติ และทุกคนในชุมชมบ้านน้ำทรัพย์ค่ะ...
การที่ชุมชนต่างๆ จะเจริญขึ้นได้นั้น โชคดีไปสำหรับชุมชน ที่มี ผู้นำ ที่วิสัยทัศน์ เสียสละ และมองการไกล เอาผลประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง รักและหวงแหนท้องถิ่นตน อย่างเช่นผู้ใหญ่ ชูชาติ วรรณขำ พยายามหาข้อจุดด้อย เพื่อทำให้เป็นจุดเด่น
-การที่ต้องแยกหมู่บ้านออก เพื่อเป็นการกระจายอำนาจช่วยกันดูแล เวลางบประมาณมาถึง ก็จะได้ช่วยเหลือแบบพอดี ไม่ขาด เช่นบ้านพี่สุ ตอนที่มีเงิน กองทุนเงินล้านเข้ามา พากันแยกออกเป็นหมู่บ้านเพิ่มออกไปอีก ตามจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น เพื่อให้ได้เงินอุดหนุน มาเพิ่มเติม กระจายส่วนได้ให้พอดี
-และแยกกำนัน ออกมาเป็นเทศบาล เพราะการเป็นเทศบาล ก็จะมีรายได้มาอุดหนุนหรือเพิ่มเติมขึ้นอีก ทางบ้านพี่สุ หลายหมู่บ้าน ก็เปลี่ยนมาเป็นเทศบาลกันเกือบหมด เพราะจะได้รับงบช่วยเหลือเต็มที่ ในฐานะยกเป็นเทศบาล
-การเป็นผู้นำ ผู้ใหญ่ชูชาติ วรรณขำ คงท้อบ้างหละ มันก็มีฝ่ายค้านเหมือนกัน
-ผู้นำที่ดี ไม่ต้องห่วงหรอกคะ ชาวบ้านคงจะสนับสนุนเต็มที่ ทำดี เลือกครั้งใหม่ได้เป็นอีกคะ ไต่เต้า ไปเป็นนายก อบต. หรือนายกเทศมนตรีเทศบาลไปเลย
-ลุงบุญส่ง คนขยันผู้ไม่คิดนอนตอนกลางวัน เป็นใครน้า ถึงมาให้กำลังใจ ผู้ใหญ่ชูชาติ ให้อยู่ต่อไปเถอะ ก็ต้องให้อยู่หละคะ เป็นคนดี และตอนนี้ ผู้ใหญ่บ้านมีสิทธิเป็นผู้ใหญ่บ้านจนอายุ 60 ปี และมีเงินเดือน ๆละ 8 พันบาท ใครได้เป็นแล้วจงเป็นให้นานๆๆ เพราะเงินเดือนมากขึ้น ถ้าไม่ดี ชาวบ้านมีสิทธิไล่ส่ง หรือไล่ออกได้คะ นับเป็นปรากฏการณ์ ผู้นำท้องถิ่น ที่จะคึกคักยิ่งขึ้น จากตำแหน่งนี้คะ
-พาผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านน้ำทรัพย์ไปกินสะเต๊ก กับหมอมะนาว ด้วยใช่ไหมคะ
-การมีส่วนร่วม ของชาวบ้าน ส่วนกลางรัฐ ผู้นำชุมชน ระดมความคิด หาปัญหา มีเรื่องอะไร ใครจะเป็นผู้มาช่วย อยู่ในแผนงานใด เร่งด่วนหรือไม่ เป็นไปได้ไหม ถ้าคิดจะทำ ทำแล้วปัญหาอะไรจะตามมา ที่สำคัญต้องการพัฒนาด่วนหรือไม่ แล้วบางครั้งต้องมาบูรณาการ และบางครั้งอาจจะยืดหยุ่น ถ้าจำเป็นต้องเปลี่ยนแผน ทุกอย่างเพื่อความยั่งยืน และประหยัดเช่นมีการขายผลิตภัณฑ์ในหมู่บ้านตนเอง จะสู้กับสินค้าราคาถูกได้ไหม เขาเข้ามาขายประจำ และคุณภาพดีไหม ส่งขึ้นห้างได้ไหม
-พี่สุว่า แผนงานที่หลวงวางมาให้ทำชุมชนเศรษฐกิจพอเพียง อะไรอีกมากมาย เกือบทุกหมู่บ้าน แม้แต่ทางบ้านพี่สุก็เป็นเหมือนหมู่บ้านน้ำทรัพย์นี่แหละ แต่สินค้าบางอย่างก็ล้มเหลว เพราะชาวบ้านไปซื้อที่ร้านค้า หรือตลาดนัดเหมือนเดิม ไม่มีสินค้าที่จูงใจ ให้เป็นโอท็อป ต่อเนื่องได้
-พี่สุมาเทียบใส่หมู่บ้านพี่สุ เปรียบเทียบกัน ก็ไม่ต่างกัน ในรูปแบบที่หลวงสั่งมา คะ แต่จะยั่งยืนหรือไม่ สำคัญ สำคัญที่ผู้นำ ต้องทันเกมส์คะ นำมาบูรณาการคะ
-พี่สุก็มีเรื่องเขียนมากมายอีกแหละ เพราะเขาให้เป็นผู้จัดการกระบวนกวน อยู่พักหนึ่ง เกี่ยวกับหมู่บ้านนี่แหละ พี่สุก็มีเรื่องไปแบบนี้ เก็บไว้ ในบันทึก แต่ไม่นำมาเขียนเพราะมันเป็นอดีตแล้วคะ
-แต่มาอ่าน เรื่องของน้องขจิต ก็ได้ข้อคิดนะคะ ได้แต่คิดคะ
-ที่นี่เขาเลี้ยงม้ากันหรือคะ ทำไมเขาไม่นำมาทำเรื่องเป็นจุดเด่น มีรถม้า มีอะไรที่เกี่ยวกับม้าๆๆ
-และสวนผสมผสานของลุงส่ง น่าจะทำเป็นสวนเรียนรู้ ทำให้เป็นสวนสีเขียว รับรองไม่อดตาย พืชผักสวนครัว ปลูกเป็นรั้วกินได้ ปลอดสารพิษ
-รูป จานอาหารสะเต๊ก น่าทานเชียว มีหมอมะนาว แล้วก็มีสวนมะนาวผู้ช่วย ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน เงินเดือนก็มีแล้วนะ เดือนตุลา เดือนละ 5 พัน
-เป็นกำลังใจ ให้ผู้ใหญ่บ้าน ชูชาติ และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน เต็มที่เลยคะ ไม่ให้ถอยค้า..
สวัสดีค่ะ
ชื่นใจกับภูมิปัญญาท้องถิ่นค่ะ
จะรอค่ะ เผื่อได้ชมสเต็กปลาบ้านน้ำทรัพย์
-สวัสดีครับอาจารย์ขจิต
-เข้ามาเยี่ยมชม"บ้านน้ำทรัพย์" ครับ
-อาจารย์สบายดีนะครับ
-ผมสบายดีครับ
-กลับมาจากพิจิตรเมื่อวาน......
-"ไก่สี" ผมก็ไม่ได้เห็นนานแล้ว ครับ พอเจอก็รีบเก็บภาพมาฝากเลยหละครับ..
-ขอบคุณครับ
ขอบคุณคุณเพชรน้ำหนึ่ง ผมไม่ได้ไปพิจิตรนานมาก ตอนเด็กๆชอบเลี้ยงไก่สี นึกว่ามันจะคงสีไว้เหมือนเดิม ฮ่าๆๆ
เห็นด้วยกับคำพูดของคุณวรวิทย์ กิตติคุณศิริ : ได้มอง คิดบวก ชีวิตบวก ถ้าเจอปัญหาเราต้องคิดเชิงบวก หมู่บ้านนำทรัพย์เป็นตัวอย่างของหมู่บ้านอีกหลายหมู่บ้าน ขอบคุณที่ทำให้คนอีกมากได้เรียนการอยู่แบบพอเพียง
ชุมชนเข้มแข็ง ชาติไทยเจริญค่ะ
ตามอ่านงานของอาจารย์ขจิต ได้รับความรู้แบบละเอืยด เข้มข้น ครับ และขอเป็นกำลังให้ชาวบ้านน้ำทรัพย์ ด้วยคน