ขณะที่กำลังเดินอยู่บนสะพานรถไฟ ก็ได้ยินเสียงหวูดรถไฟดังขึ้น ปู๊น....ปู๊น...

         เส้นทางที่สองคือเดินเลียบทางรถไฟ  ข้างทางรถไฟจะเป็นทางเดินแคบๆ ที่ใช้เดินไปตลาดหรือไปโรงเรียน  ทางเดินนี้จะต้องดูว่าถ้ารถไฟมาทุกคนจะลงไปยืนรออยู่ข้างล่าง รอให้รถไฟผ่านไปแล้วจึงขึ้นมาเดินบนทางเดินเลียบรางรถไฟต่อไปได้ ส่วนมากแม่มักจะไปส่งลูกไปโรงเรียนทางนี้ในตอนเช้า เนื่องจากอากาศยังไม่ร้อน และจะกลับทางขัวข้ามน้ำปิงห่างในตอนบ่ายเพื่อหลีกจากอากาศร้อนยามบ่าย  ผู้ใหญ่ที่ไปรับลูกหลานกลับจากโรงเรียนมักจะถือร่มหรือหมวกกันทุกคน  

             ครั้งหนึ่งแม่ไปรับฉันและน้องๆกลับจากโรงเรียนและเลยไปประชุมกับคนที่ทำงานรถไฟของพ่อ  ซึ่งจะต้องเดินผ่านสะพานรถไฟ การข้ามสะพานรถไฟนี้ต้องเดินไปบนไม้หมอนของทางรถไฟอย่างระมัดระวัง   ขณะที่กำลังเดินอยู่กลางสะพานนั้น ก็ได้ยินเสียงหวูดรถไฟดังขึ้น ปู๊น...ปู๊น....ทุกคนหันไปดูก็เห็นขบวนรถไฟเลี้ยวเข้าโค้งมาแล้ว  เด็กผู้ชายที่ตัวโตก็รีบวิ่งให้พ้นจากสะพาน และลงมายืนที่ทางเดินของวัวควายข้างล่าง แต่น้องชายคนเล็กวิ่งอย่างเด็กโตไม่ได้ ก็ร้องไห้อย่างตกใจอยู่กลางสะพาน คนที่โตกว่าก็วิ่งกลับไปเอาน้องชายตัวเล็กขึ้นขี่หลังแล้ววิ่งมาบนไม้หมอนอย่างรวดเร็ว และลงมายืนรวมกับพวกที่รออยู่ข้างล่าง ก่อนที่รถไฟจะมาถึง ...  ปกติแม่จะไม่ใช้เส้นทางนี้ ยกเว้นวันสิ้นเดือนที่แม่จะไปรวมกลุ่มเปียแชร์กับคนที่ทำงานรถไฟด้วยกัน  จึงต้องรับลูกกลับจากโรงเรียนแล้วเดินต่อมาทางนี้

               เป็นเหตุการณ์ระทึกขวัญที่เสี่ยงอันตรายจากการเดินข้ามสะพานรถไฟ ที่ไม่มีวันลืม