ปรุงแต่ง
อารมณ์ ความรู้สึก ขับเคลื่อนจินตนาการ
เพราะศรัทธา จึงเห็นเป็นรูปเคารพ
เพราะกลัว จึงเห็นเป็นเสือร้าย
เพราะหิว จึงเห็นเป็นแพนเค้ก !?!
กองหินแพนเค้ก
๓๑ มีนาคม ๒๕๕๑

ถ้า สาวกทั้งสิบสอง (The Twelve Apostles) คือ ทีเด็ดของเดอะเกรตโอเชี่ยนโรด (The Great Ocean Road) ออสเตรเลีย จุดหมายต่อไปของผมในบ่ายวันนี้ ก็เทียบเคียงเป็นทีเด็ดของเดอะเกรตโอเชี่ยนโรดแบบชาวกีวี ชนิดกินกันไม่ลงครับ
กองหินแพนเค้ก (Pancake Rocks) หรือ ปูนาคาอีคี (Punakaiki)* คือ ปฏิมากรรมธรรมชาติที่นักท่องเที่ยวแบบชอบสายลมแสงแดด พลาดไม่ได้บนเส้นทางสายนี้
ความมหัศจรรย์ของที่นี่ คือ ภูมิประเทศ..เทศะ ซึ่งแตกต่างกันสุดๆที่อยู่ในบริเวณเดียวกัน เริ่มตั้งแต่จุดจอดรถ ซึ่งก็คือไหล่ทางหลวงหมายเลข ๖ หรือ ถนนโคสต์ นั่นเอง มีสภาพเป็นชุมชนเมืองเล็กๆ มองแทบไม่ออกว่าเป็นหน้าผา ไม่เห็นทะเลด้วยซ้ำ
ถัดจากทางเข้า จะเป็นป่าพื้นเมืองต้นไม้สูงท่วมหัวร่มรื่น เดินได้ไม่กี่ก้าว จะกลายเป็นที่โล่งเหลือแต่ไม้พุ่มไม่สูงนัก มองเห็นท้องฟ้าแดดเปรี้ยง ยังไม่คิดว่าจะเห็นทะเล แต่พอพ้นโค้งทางเดินคดเคี้ยวเท่านั้นแหละ หน้าผาและท้องทะเลอยู่ตรงหน้าเลย อลังการมาก
เขาทำทางเดิน สะพานและราวกั้นอย่างดี ให้เราเดินไปตามชะง่อนผาที่ถูกคลื่นลมเซาะร่องแยกเป็นหย่อมๆ ด้านล่างคือหุบเหว หลุมลึกที่มีคลื่นซัดสาดเข้ามาเป็นจังหวะ ถ้าเป็นรูแคบๆในช่วงที่คลื่นแรง น้ำทะเลจะพุ่งสูงขึ้นเป็นฝอยฟุ้งกระจายไปทั่วเหมือนน้ำพุ (blowholes) ที่นี่มีระบบบริการผู้ใช้รถเข็นอย่างสะดวกสบาย กระทั่งไปจนถึงปลายหน้าผาตรงสุดทางโน่นแหละ ที่ทางเดินลำบากหน่อย รถเข็นเข้าไปไม่ถึง
ทิวทัศน์เป็นอย่างไร ดูรูปข้างล่างเองนะครับ สุดจะบรรยาย


ถ้ามองย้อนกลับเข้ามาด้านใน จะเห็นเหมือนในรูปข้างล่าง ดูอย่างนี้ อาจจะนึกว่าอยู่ในราวป่าที่ไหนสักแห่ง แต่ความจริงจุดที่ยืนอยู่นั่นคือหน้าผาสูงทั้งหมด

ถ้ามองลงไปในทะเลข้างล่างที่ล้อมรอบหน้าผาตรงจุดที่ยืนอยู่ จะเห็นโขดหินรูปร่างแปลกตาเต็มไปหมด แล้วแต่จินตนาการอันบรรเจิดของแต่ละคน อยากชวนให้ดูโขดหินในสองภาพข้างล่างนะครับ นึกเองก่อนว่ามันเหมือนอะไร แล้วดูเฉลยในวิดิโอล่างสุดของผม


* กองหินแพนเค้ก (Pancake Rocks) คือชั้นผิวโลกที่เคยอยู่ใต้ทะเล แต่ถูกดันให้ยกตัวสูงขึ้นพ้นน้ำเมื่อหลายสิบล้านปีก่อน กลายเป็นหน้าผาหินปูนริมทะเลที่ถูกทั้งคลื่นลมเซาะเป็นร่องเป็นโพรงจนมอง เห็นเป็นชั้นๆ ชาวเมารีเรียกที่นี่ว่า ปูนาคาอีคี (Punakaiki) มาจาก puna=น้ำพุ ซึ่งก็คือ รูน้ำพุ (blowholes) ส่วน kaiki เพื้ยนมาจาก kaike=วางเป็นกอง ที่มาอีกกระแสหนึ่งก็คือ ชาวเมารีมองเห็นมันมีรูปร่างเหมือนคอหอยคน ..อืยย!
สวัสดีครับ ได้ดูทิวทัศน์ที่แปลกไปอีกแบบเพราะไม่เคยทราบมาก่อน ขอบคุณมากครับคุณหมอครับที่นำมาแบ่งปัน
นาย ธนา นนทพุทธ
ตกใจ นึกว่าอาจารย์หมอ เห็นเป็นดารา ฮ่าๆๆ ที่ไหนได้ของกิน...
คนชอบสายลม แสงแดด มาชมกองหินแพนเค้กค่ะ ชื่อน่ารักดีนะคะ ... จินตนาการนี่สำคัญกว่าทุกสิ่ง จริงไหมคะ ;) ชอบคำโปรยมากๆ ค่ะ ปูว่าคล้ายเค้กลายหินอ่อน หรือขนมชั้นของพี่หนูรีค่ะ ว่าแล้วก็หิวจริงๆ ด้วย อิ่มอร่อยมื้อเช้านะคะ
สวัสดีครับ อาจารย์เต็มศักดิ์
ถ้ายังไม่ดูวีดิโอ มองเป็นสิงโต กับหินอีก ๓ ลูกเรียวๆ น่าจะเป็นคนค่ะ
ต้นไม้ตรงบริเวณรอบๆ ลักษณะใบมีหนาม คล้ายๆ เตย ที่ขึ้นตามเกาะแถวบ้านเราเลยนะคะ หินมีหลายชั้นมากๆ เลยนะคะ ...
ชอบแสงสะท้อนน้ำ ระยิบระยับ และสาดส่องมาตรงกลางระหว่างเสือ กับหิน ๓ ลูกนั้น สวยงามค่ะ เกรงว่าถ้าแสงโผล่มาจ้าเมื่อไหร่ เสือจะแปลงร่างในทันใด
โห ปูต้องย้อนดูตั้ง ๓ รอบแน่ะคะ กว่าจะบรรลุธรรมว่าภาพนั้น ยังกะมีคนไปแกะสลักไว้ ได้รายละเอียดมากๆ ค่ะ ... อัศจรรย์กองหิน มากๆ ค่ะ ... จินตนาการของผู้คนนี่สุดยอดจริงๆ ค่ะ dream lover ;)
สงสัยจังเลยค่ะอาจารย์หมอ ว่าสลักลายทั้งหลายแหล่นั้น เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ หรือว่ามีใครไอเดียบรรเจิด ศรัทธา ไปวาดฝีไม้ลายมืออันวิจิตรไว้ ;)
แวะมาเยี่ยมและอ่านบันทึกค่ะ ไม่ได้เข้ามาใช้เท่าไหร่เลย ไปเที่ยวมาก็ไม่ได้เขียน ยุ่งๆ พอควร และย้ายวิกไปใช้ facebook ซะเยอะ ตอนนี้ใส่แว่นแล้ว อ.สกลเป็นคนแนะนำหลังจากลังเลอยู่นานเลยทำให้ตัดสินใจได้ เดิมคือไม่อยากใส่เท่าไหร่ ได้เป็นแนวร่วมขบวนการแว่นกะเขาด้วยคนแล้วค่ะ ^ ^
กำลังคิดถึงอาจารย์เต็มพอดีเลยค่ะ เพราะกำลังนั่งอ่านบันทึกนี้ที่ตัวเองเขียน คำสัญญาที่หาดใหญ่ค่ะ อาจารย์ ป๊าด ! ทะเลสาบสงขลายามค่ำ งามอีหลี งามเเท้เเท้ค่ะ ไหว้เเล้ว ไหว้เเล้ว อิอิ