ความเป็นพลโลก กับ การจัดการศึกษา
การศึกษาในยุคปัจจุบัน
มีพูดถึงหลักสูตรการเป็นพลโลก
ผมเองไม่ได้ศึกษาว่าความเป็นพลโลกในหลักสูตร
มีหลักการอย่างไร
แต่ผมขอแสดงความคิดเห็นในมุมมองของผมเอง
ความเป็นพลโลกในมุมมองของผม
คือ การมีมุมมองทางการศึกษาระดับโลก นั่นคือ
ต้องมีมุมมองที่กว้างและไกล
ผมขอยกกรณีตัวอย่างของการจัดการศึกษาของประเทศต่างๆ
ที่พัฒนาแล้ว ในควาใปนพลโลกทางการศึกษา
*
ปลูกฝังเรื่องความเอื้ออาทร
ครูประจำชั้นได้ตั้งเป้าหมายพื้นฐานไว้ว่า
ในชั้นเรียนผู้เรียนต้องมีความสุขและร่วมรับรู้แลกเปลี่ยนความรู้สึกร่วมกันระหว่างเพื่อน
ๆ ในชั้น
วิธีการของครูประจำชั้นก็คือ
ให้เด็กทุกคนเขียนบันทึกทุกวัน แล้วนำมาอ่านดัง ๆ
หน้าชั้นเรียนให้เพื่อนฟัง
กติกาก็คือต้องเขียนเรื่องจริงที่เป็นความรู้สึกจริง ๆ
มาจากภายในของตนเอง
ด้วยกระบวนการเช่นนี้เด็ก
ๆ
ได้เริ่มต้นเพื่อทำให้เห็นจริงถึงความสำคัญของการเอาใจใส่ผู้อื่น
ครูคานาโมริบอกว่า
“ความรู้สึกที่เห็นอกเห็นใจผู้อื่นเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่มาก”
*
ปลูกฝังเรื่องการใช้เหตุผล
มีเรื่องที่คิดไม่ถึงเกิดขึ้น
เมื่อเด็กคนหนึ่งถูกครูทำโทษไม่ให้ล่องแพเพราะชอบคุยในชั้นเรียน
ครูเตือนแล้วก็ไม่ฟัง ปรากฎว่าเพื่อน ๆ
ในชั้นเรียนไม่เห็นด้วยกับคำตัดสินของครู
“มันเป็นเรื่องอันตรายมากที่ จะลุกขึ้นมาท้าทายกับอำนาจ”
แต่เพื่อน ๆ ก็มีความกล้าที่จะแสดงเหตุผลกับครู
* การใช้ ICT
ที่ญี่ปุ่น จะไม่ให้เด็กใช้คอมพิวเตอร์มาก
แต่ละโรงเรียนจะมีคอมพิวเตอร์ไม่กี่เครื่อง
เพราะถ้าใช้ตอมพิวเตอร์มาก เด็กจะไม่คิด
ประเทศสิงคโปร์
*
นักเรียนได้เรียนรู้ตามธรรมชาติความสนใจของตนเอง
ครูลงโทษโดยการตีจะถูกลงโทษที่รุนแรง
บรรยากาศที่บีบคั้นจิตใจเด็กกระทำไม่ได้
ประเทศอังกฤษ
* ยังเรียนการเย็บปักถักร้อย งานฝีมือ
งานบ้าน การล้างรูปด้วยฟิล์มแบบโบราณ
โดยบอกว่าสิ่งเหล่านี้ เป็นการพัฒนาสมอง ฝึกคิด
ฝึกจินตนาการ
ประเทศนิวซีแลนด์
*
เน้นการเรียนการสอนแบบ BBL การเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐาน (Brain based
Learning)
ครับ
จะเห็นได้ว่ามุมมองการจัดการศึกษาของประเทศต่างๆที่เจริญแล้ว
ที่พัฒนาแล้ว
เขาจะเน้นการจัดการเรียนการสอนที่ให้ความสำคัญกับผู้เรียนมาก
เป็นมุมมองความเป็นพลโลกด้านการศึกษา
ในขณะที่การจัดการศึกษาของเรา
ผมว่ายังมีบางส่วนที่ยังไม่ให้ความสำคัญกับผู้เรียนเท่าใดนัก
1. ยังเน้น "อำนาจของครู" มากกว่า
"การเรียนรู้ของผู้เรียน"
2.
ยังเน้น "สมองกล" (คอมพิวเตอร์) มากกว่า "สมองคน"
อรุณสววัสดิ์ค่ะ ( อีกรอบ ) ...... ลบของเก่าให้ด้วยนะคะ ตัวมันแปลกๆ

ขอแสดงความคิดเห็นหน่อยนะคะ
เห็นด้วยกับข้อที่ 2
ยังเน้น "สมองกล" (คอมพิวเตอร์) มากกว่า "สมองคน
มองข้ามความสำคัญด้านการฝึกกระบวนการคิดและคุณค่าของความเป็นคนไปเลยพลเมืองหลายคนในยุคนี้จึงคิดไม่ค่อยจะเป็น หรือคิดได้แต่เรื่องแย่ๆ
ไม่เห็นด้วยกับข้อที่ 1
ยังเน้น "อำนาจของครู" มากกว่า "การเรียนรู้ของผู้เรียน"
หากกล่าวเรื่อง "เนื้อหา -กระบวนการสอน " แน่นอนว่ายังมีข้อจำกัดด้านนี้ เพราะครูบางท่านยังไม่ได้รับการพัฒนาเท่าที่ควรที่จะปรับเปลี่ยนฯ ได้ แต่ " อำนาจในการดูแลที่จะควบคุมกระบวนการในชั้นเรียนให้บรรลุวัตถุประสงค์ " ไม่มีแล้วค่ะ เด็กเป็นสำคัญไปหมดแล้วนะคะ ท่านรองฯ ขา.... มิเช่นนั้น จะได้เห็นความกร่าง พฤติกรรมก้าวร้าวรวมทั้งอำนาจแฝงอื่นๆ เหรอคะ อิอิอิ !
อรุณสววัสดิ์ค่ะ
ขอแสดงความคิดเห็นหน่อยนะคะ
เห็นด้วยกับข้อที่ 2
ยังเน้น "สมองกล" (คอมพิวเตอร์) มากกว่า "สมองคน
มองข้ามความสำคัญด้านการฝึกกระบวนการคิดและคุณค่าของความเป็นคนไปเลยพลเมืองหลายคนในยุคนี้จึงคิดไม่ค่อยจะเป็น หรือคิดได้แต่เรื่องแย่ๆ
ไม่เห็นด้วยกับข้อที่ 1
ยังเน้น "อำนาจของครู" มากกว่า "การเรียนรู้ของผู้เรียน"
หากกล่าวเรื่อง "เนื้อหา -กระบวนการสอน " แน่นอนว่ายังมีข้อจำกัดด้านนี้ เพราะครูบางท่านยังไม่ได้รับการพัฒนาเท่าที่ควรที่จะปรับเปลี่ยนฯ ได้ แต่ " อำนาจในการดูแลที่จะควบคุมกระบวนการในชั้นเรียนให้บรรลุวัตถุประสงค์ " ไม่มีแล้วค่ะ เด็กเป็นสำคัญไปหมดแล้วนะคะ ท่านรองฯ ขา.... มิเช่นนั้น จะได้เห็นความกร่าง พฤติกรรมก้าวร้าวรวมทั้งอำนาจแฝงอื่นๆ เหรอคะ อิอิอิ !
สวัสดีค่ะ ท่าน small Man
ชอบประโยคที่บอกว่า เน้นสมองคน มากกว่าสมองกล....ครูนกเคยมีโอกาสไปสังเกตการสอนที่ญี่ปุ่นพบว่า เด็กๆ ใช้โทรศัพท์มือถือน้อยมากทั้งที่ประเทศเขาเป็นผู้ผลิต และเครื่องโทรศัพท์ก็จะเป็นลักษณะแจกฟรีกันมากกว่า......ที่เห็นชัดเจนคือ เขาปลูกฝังความรักในธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ข้อ 1 ก็โอเคครับ
ข้อ 2 ผมเพียงแต่ขอให้เด็กได้ "คิดเอง" บ้างครับ คงไม่ได้หมายถึงการตามใจเด็ก จนทำให้เด็กเหลิงหรือ ให้เด็กมีอิสระอย่างไร้ขอบเขต
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ ผมได้รับเกียรติให้ไปดูแลโรงเรียน ๆ หนึ่ง แล้วให้ร่วมจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา ผมเสนอให้ไม่มีคำว่าเป็นพลโลก ด้วยให้เหตุผลว่าความเป็น"พลเมืองไทย"การศึกษาก็ยังไม่ สามารถจัดการให้เด็กเข้าถึงหรือได้รับที่สมบูรณ์ได้ เป็นพลเมืองไทย แต่อ่านหนังสือไทยไม่ออกค่อนประเทศ เด็กที่จบออกไปจากการศึกษาในระดับประถมศึกษา เมื่ออ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ เขาจะบอกว่าเขาเป็นพลเมืองไทยได้อย่างไร
ส่วนที่ว่าอำนาจของครู ผมไม่เห็นด้วยเลยจริง ๆ ครับ อำนาจจริงอยู่ที่ผู้บริหารครับ ผู้บริหารไม่ได้เรื่อง ครูก็ย่อมไม่ได้เรื่อง ยกเว้นครูที่มีจิตวิญญานครูจริง ลองผู้บริหารบอกครูว่าคุณต้องรับผิดชอบต่อนักเรียนที่คุณกำลังสอนเขาอยู่ให้เป็นพลเมืองไทยที่สมบูรณ์ ครูก็ต้องทำตามนั้น นี่คือตัวอย่าครับ
สวัสดีค่ะ
เรียนท่านอาจารย์
ที่นับถือ
ดิฉันเป็นคนหนึ่งที่ผูกพันธ์กับคุณครูมากค่ะ มีเรื่องดีดีที่น่าจดจำมากมายค่ะ และมีความสุขทุกครั้งที่นึกถึง ไม่ว่าจะเป็น
รายชื่อคุณครูในดวงใจยังมีอีกมากค่ะ ไม่สามารถนำมากล่าวถึงได้ทั้งหมด ดิฉันระลึกถึงท่านในคุณงามความดีที่ทำเพื่อศิษย์ พอเห็นข่าวในทีวีที่คุณครูตีลูกศิษย์อย่างเอาเป็นเอาตายแบบนั้น อยากถามว่าคุณครูท่านนั้นเป็นครูจริงหรือครูปลอมกันแน่
ว้าว ชอบมากมายกับบันทึกนี้ค่ะท่านรองฯ โดยเฉพาะข้อ ๑ ถ้าลดอำนาจ สร้างความตระหนักถึงความเท่าเทียมกันในสิทธิมนุษยชนทุกคน การเรียนรู้จะเป็นบวกด้วยเปิดใจ และพอใจในการมีส่วนร่วม ขอบคุณค่ะ
* เน้นการเรียนการสอนแบบ BBL การเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐาน (Brain based Learning)
* ขอบคุณมากครับ ที่มาเสริมเติมเต็มเรื่องการจัดการศึกษาของญี่ปุ้น เป็นประโยชน์มากเลยครับ
* ตอนผมเรียน อาจารย์ให้อ่านเรื่อง "โต๊ะ โต๊ะ จัง" ดีมากเลยครับ เป็นการจัดการศึกษาที่ให้ความสำคัญด้านความคิด และ จิตใจ ของผู้เรียน
สวัสดีค่ะท่านรอง
อ่านแล้วได้ข้อคิดและความรู้เพิ่มขึ้นค่ะ ทราบมุมมองการศึกษาของแต่ละประเทศ หลายประเทศมีการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นหลัก น่าสนใจมากค่ะ
ขอบคุณค่ะ
คุณธนาครับ
ผู้บริหารโรงเรียนมีผลมากเลยครับ ต่อการพัฒนาการศึกษา ถ้าผู้บริหารโรงเรียน มีความเป็นผู้นำทางวิชาการด้วยแล้ว เยี่ยมไปเลยครับ
ในบางประเทศที่พัฒนาแล้ว เขาคัดผู้บริหารมาจากครูที่สอนเก่งครับ
ขอบคุณครับ
* คนที่บ้านเขานำเรื่อง "พลโลก" มาถาม ว่าสอนอย่างไร ผมตอบไม่ได้หรอกครับ
* ตีโจทย์ความสำคัญของผู้เรียน" ยังไม่แตก"
(ครับ การปฏิรูปการศึกษา น่าที่จะต้องนำเรื่องนี้มาตีโจทย์ให้มาก)
* "ยังได้ยินเสียงกราดเกรี้ยว ดุด่าของครู
(ตอนผมเป็นผู้บริหารโรงเรียน ผมก็เป็นทุกข์ไม่น้อย ยิ่งได้ยินเสียงไม้เรียวหวดทั้งชั้น ยิ่งเศร้าครับ)
* ยังเห็นแผนการเรียนรู้ที่คัด ลอกมาจากปีกลาย ซึ่งเด็กเป็นคนละกลุ่ม และมีการประเมินแบบสุ่มเดา หรือเดาสุ่ม ซึ่งความจริงไม่น่าเป็นเช่นนั้น"
(ครับ นี่ก็เห็นบ่อยครับ)
* พี่คิมเคยคุยกับเด็กชั้น ป.๕ ที่ครูเขาสรุปกันทั้งโรงเรียนว่า "เป็นเด็กไม่เอาไหน" แต่ได้พบความดี ความงดงามอยู่ในตัวเขามากมาย เพียงแต่ขอความรักความเข้าใจให้เขาหน่อยเท่านั้น
(เรื่องนี้เป็นหัวใจสำคัญของการปฏิรูปการศึกษาเลยนะครับ ตอนผมเป็นผู้บริหารโรงเรียน คุณครูไม่ทราบพูดมาได้ไงว่า เด็กชั้นนี้ ไม่ได้เรื่องทั้งชั้น ผมเข้าไปสอน ก็เห็นเด็กเก่งๆทั้งนั้นครับ)
* ชั่วโมงคอมพิวเตอร์ เด็กนั่งนิ่งเงียบ สังเกตเห็นเขาไม่ได้เรียนรู้อย่างมีกระบวนการ .... ยังมีอีกเยอะแยะที่สอดคล้องกับบันทึกนี้ค่ะ
( เพราะเขาเห็นคอมพิวเตอร์ สำคัญกว่า สมองเด็ก ครับ)
ขอบคุณพี่คมครับ ได้ประเด็นที่หลากหลาย
* ขอชื่นชมคุณครูของคุณยายนะครับ ได้คุณครูที่ประทับใจ เป็นครูด้วยใจและจิตวิญญาณ คุณครูแต่ละท่านเยี่ยมไปเลยครับ
* ส่วนครูที่ตีเด็กอย่างเอาเป็นเอาตาย ผมว่าไม่ใช่ครูครับ
ขอบคุณมากครับ
ข้อ ๑ ถ้าลดอำนาจ สร้างความตระหนักถึงความเท่าเทียมกันในสิทธิมนุษยชนทุกคน การเรียนรู้จะเป็นบวกด้วยเปิดใจ และพอใจในการมีส่วนร่วม
ครับ ประเด็นนี้แหละครับ หัวใจของการปฏิรูปการศึกษา ในกฏหมายการศึกษาก็มีเขียนไว้ครับ ที่ว่า "ยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ" ความหมายก็อย่างที่คุณPoo เขียนมาแหละครับ
ขอบคุณมากครับ
เรื่อง BBL เป็นเรื่องเก่าแล้วครับ อบรมกันทุกปี แต่ยังไม่มีการนำมาใช้จริงจัง จันทร์อังคารนี้ วิทยากร BBL มาที่ตราด ผมจะแอบไปฟังครับ
ขอบคุณครับ
ประเทศที่พัฒนาแล้ว เขาจะเน้นที่ "สมองคน" ครับ แต่ของเราบางทีก็ยังเน้นกันที่ "สมองกล"(คอมพิวเตอร์)
ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากครับที่มาให้กำลังใจคุณครู
ครับ ความเป็นพลโลก คือ การให้เด็กได้ "คิด" ครับ ไม่ใช่เป็นพลโลกที่คอมพิวเตอร์
ต้องเน้น "สมองคน" มากกว่า "สมองกล"
* เด็กไทยไม่กล้าคิด เพราะ "กลัวผิด" ค่ะ
(ครับ นี่แหละครับ ที่ต้องปฏิรูปขนานใหญ่)
* อยากให้เด็กคิด ครูเราต้อง(แกล้ง)โง่ดูบ้าง ให้กำลังใจเขา ให้ความมั่นใจกับทุกความคิดที่เด็กอุตส่าห์คิด อย่าไปขู่หักคะแนนก่อน
(ตรงนี้ ปรับยากเหมือนกันครับ)
* ครูเองก็ต้องปรับเปลี่ยนตนเองใหม่ โลกภายนอกเขาก้าวไปถึงไหนแล้ว
(ครับ ความเป็นพลโลก ต้องปรับให้ "เด็กคิด" ครับ)
* มาร่วมกันฝึกให้เด็กไทยสามารถยืนอยู่บนโลก มีความเป็นพลโลกกันเถอะค่ะ.
(ครับ ให้เด็กเขาได้คิด เหมือนประเทศที่พัฒนาแล้ว)
ขอบคุณครับ