ตอนที่ ๑

ตอนที่ ๒

ตอนที่ ๓

ตอนที่ ๔

ตอนที่ ๕ 

ตอนที่ ๖

ตอนที่ ๗

 

          ความท้าทายของการสร้างวิชาการสายรับใช้สังคมไทยคือ ต้องไม่เป็นวิชาการชั้นสอง    ไม่เป็นวิชาการของคนที่ไม่มีทางก้าวหน้าในเส้นทางอื่น    ไม่เป็นวิชาการสายสะดวกง่ายดายโดยไม่ต้องใช้ความเพียรอดทนมานะพยายาม

          เป้าหมายหลักของการสร้างวิชาการสายนี้ ไม่ใช่เพื่อตัวบุคคล หรือเพื่อนักวิชาการเป็นหลัก   แต่เพื่อประเทศไทยสังคมไทยเป็นหลัก   เราต้องการสร้าง “ถนน” วิชาการสายใหม่นี้   เพื่อเป็นกลไกเชื่อมวงการวิชาการ/วิจัย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อุดมศึกษา ให้แนบแน่นเป็นเนื้อเดียวกันกับภาคชีวิตจริงของสังคม

          ดังนั้น เราต้องช่วยกันพัฒนาระบบคุณค่า และระบบคุณภาพ ของวิชาการสายนี้ สถาปนาไว้เป็นมรดกของสังคมไทย และของวงการวิชาการไทย ให้ได้   โดยผมมองเวลา ๑๐ ปี    ใช้เงินลงทุนโดยตรงจากภาครัฐ ๑,๐๐๐ – ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ใน ๑๐ ปี   โดยที่จริงๆ แล้ว ในช่วง ๑๐ ปีนี้ วงการวิชาการสายรับใช้สังคมไทยจะทำงานในขนาดของเงิน ๑๐,๐๐๐ – ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท             

          ผมมองที่การตีพิมพ์แบบ open access ในวารสารแบบ eJournal ที่มี peer review เข้มข้น เป็นด่านแรก   แต่ก็ไม่ง่ายดายนัก   เพราะจะมีข้อจำกัดที่นักวิชาการสายรับใช้สังคมไทยส่วนใหญ่ไม่ถนัดด้านการเขียน   จึงต้องมีการจัดการที่ช่วยให้ผลงานเหล่านี้ออกสื่อสารกระตุ้นการ ลปรร. ทั้งในกลุ่มนักวิชาการสายนี้   และออกสู่สังคมภายนอก อย่างกว้างขวางและแม่นยำ

          เราต้องพัฒนาระบบ peer review ในระบบวิชาการสายรับใช้สังคมไทย   และพัฒนาระบบการสื่อสารผลงานวิชาการรับใช้สังคมไทย   ทั้งที่สื่อสารโดยนักวิชาการเองและสื่อสารโดยระบบ PLoT   และสื่อสารโดยระบบการประชุมวิชาการสายรับใช้สังคมไทย
  
          การสร้างการยอมรับนับถือผลงานวิชาการสายรับใช้สังคมไทย มีข้อมูลใน PLoT ที่กรองกลโกงออกไปแล้ว เป็นด่านที่ ๒   เราจะต้องช่วยกันทำให้ PLoT สร้างข้อมูลนี้ออกมาอย่างกว้างขวางครบถ้วนเชื่อมโยง และเชื่อถือได้   และแต่ละปี PLoT จะรายงานสถานภาพของผลงานวิชาการสายนี้ออกมาให้สังคมไทยชื่นชมและใช้ประโยชน์

          ผลการตรวจสอบผลกระทบต่อสังคมไทยในภาคส่วนต่างๆ ที่มองจากฝ่ายผู้ใช้ผลงานวิชาการ จะเป็นด่านที่ ๓ ของการสร้างการยอมรับนับถือผลงานวิชาการสายรับใช้สังคมไทย   ซึ่งหมายความว่า เราจะต้องสร้างระบบข้อมูลด้านผู้ใช้ความรู้เพื่อการพัฒนากิจการของตน   ว่ามีการใช้ความรู้ด้านใด อย่างไร เกิดผลอย่างไร   และมีนักวิชาการกลุ่มใด สถาบันใด เข้าไปเกี่ยวข้องบ้าง   ย้ำว่านี่คือสารสนเทศจากมุมของ “ผู้ได้รับประโยชน์”   ไม่ใช่จากมุมของนักวิชาการ

          นักวิชาการที่จะได้รับตำแหน่งวิชาการสายนี้ น่าจะมีการประเมินโดยใช้ข้อมูล ๓ ด้านนั้น   เอามาตรวจสอบบทบาทในทีม และตรวจสอบบทบาทส่วนของตน   โดย review panel ที่มีความสามารถสูงในการใช้วิจารณญาณ (subjective judgement)  โดยมีข้อมูลที่ครบถ้วนแม่นยำ (objective data)

          ถนนวิชาการสายรับใช้สังคมไทย เป็นถนนที่มีความซับซ้อนสูงมาก   จะต้องมีการสร้างส่วนประกอบของถนนขึ้นใหม่อย่างมากมาย   ต้องการการจัดการ การทดลอง การสื่อสาร และการพัฒนาร่วมกันอย่างอดทนในระยะยาว    

 

 

วิจารณ์ พานิช
๘ ส.ค. ๕๓  แก้ไขปรับปรุง ๑๗ ส.ค. ๕๓