เมื่อคืนนี้ตอนเดินทางขากลับจากไปสอนที่จังหวัดร้อยเอ็ด ฝนตกและถนนบางส่วนอยู่ระหว่างการปรับปรุง แต่ด้วยความรีบจำเป็นต้องเพิ่มความเร็วในการเดินทางมากกว่าที่เคยขับ บังเอิญว่า เป็นห้วงเวลาที่สมาธิดีมาก ทั้งนี้น่าจะมีสาเหตุว่า ได้เปิด CD ธรรมเทศนาของท่านหลวงตาพระมหาบัว ฟังตลอดทางนั่นเอง

    ระหว่างนั้นผมเกิดคำถามขึ้นในใจว่า ...

ความต้องการที่เกิดจากอำนาจของกิเลส กับ ฉันทะ นั้น ต่างกันอย่างไร ? 

 

Nn01

 

     การฝึกฝนของผมหลายเดือนที่ผ่านมานั้น เป็นการฝึกลดละความทะยานอยากทั้งมวล  โดยไม่ได้แยกว่า นี่คือ ความอยากของกิเลส หรือ ฉ้นทะ ทั้งนี้พบว่า ทำให้เป็นสมาธิได้ง่ายและเร็วขึ้น ทำให้จิตไม่กระเพื่อม ไม่สร้างภพ สร้างชาติ

     สัปดาห์ที่ผ่านมา จึงพิจารณาละเอียดขึ้น โดยเข้าใจว่า ถ้าแยกได้ว่า ความคิดใดเกิดจากอำนาจของกิเลส ความคิดใดเป็นฉันทะ ก็จะทำให้เราผสานทางโลกกับทางธรรมได้ดียิ่งขึ้น ไม่ใช่ปล่อยวางทุกอย่างเหมือนที่ผ่าน ๆ มา

    นั่นหมายความว่า การค้นหาทางสายกลาง คือ ไม่สุดโต่งทิ้งหมด และ ไม่ยึดมั่นถือมั่นหมดทุกอย่าง อันเป็นเหตุแห่งทุกข์นั่นเอง

    พิจารณาไปมา จริง ๆ แล้ว เจ้ากิเลสตัณหานั้น นอกจากมันจะเป็นเสือโคร่งแล้ว มันยังเป็นนางงามที่มีเสน่ห์เหลือเกินได้อีก ยกตัวอย่างช่วงนี้ ผมอยู่ระหว่างการตัดสินใจลงทุนครั้งใหญ่ในชีวิต เพื่อหวังว่าจะสร้างอิสรภาพทางการเงินให้ตนเองและครอบครัว อันจะนำพาไปสู่ความสามารถในการสร้างอิสรภาพทางใจจากกิเลสตัณหาทั้งแก่ตนเองและผู้อื่นได้ดีขึ้น

    แต่ทว่า ยังแยกไม่ออกว่า จริง ๆ แล้วการลงทุนครั้งนี้เป็น ฉันทะ หรือ อำนาจกิเลสตัณหากันแน่ ?