เสือน้อย ในป่าใหญ่
เมียงมองสิ่งใดหนอ
มองหาพ่อ ฤามองหาแม่
ยากแท้จะคาดเดา
อ่านเอาอิ่มเอมใจนะคะคุณอร..
กระท่อมพุดไพรในว่ายเวิ้งฝันนิรันดร์รัก
ในวันที่ฝนพรำฟ้าฉ่ำฝนวันที่..ดวงดอกไม้จริงในทุกแหล่งหล้ากำลังร่ายมนตราออดอ้อนฟ้อนเสน่หาสายวสันต์ลีลาที่ราวกำลังรอเวลากล่าวคำอำลาพรากจากไปอีกคราครั้งดอกไม้..ใจ...ก็ได้รับซองจดหมายปิดผนึกที่ทำให้หัวใจเธอ..เต้นตึกตักเสียยิ่งกว่าเสียงกลองและราวกับว่าจะได้รับกลิ่นหวานหอมของหญ้าหวานชนิดหนึ่งอวลระคนปนมาในซองจดหมายเธอค่อยๆเปิดซองอย่างช้าช้าพลัน..น้ำตาก็เริ่มปริ่มเต็มเรียวตาเมื่อเห็นลายมือหนักแน่นคุ้นชินเริ่มชัดขึ้นๆและกับข้อความในจดหมายที่ชาตินี้เธอ..ตระหนักชัดที่จิตที่ใจว่าหามีใครไม่แล้วที่จะรจนาภาษาใจได้หวานหอมเท่าที่เร้าร้อยรัดรึงตรึงให้ดวงใจผู้อ่านผ่านตาโดยเฉพาะผู้หญิงหัวใจละมุนคนนี้ต้องร่ำไห้สะอึกสะอื้นทุกครั้งครากับทุกประโยคที่ช่างแสนหายากยิ่งนักในปฐพีนี้ที่เธอคิดว่า...เธอคือผู้หญิง...ที่ช่างแสนโชคดีที่สุดในโลกนี้ที่ได้รับเกียรติได้รับความรักอันหนักแน่นแสนพิสุทธิ์ใสนั้นจากสุภาพบุรุษที่เป็นดั่งดวงใจเป็นผู้ดีด้วยกายวาจาใจด้วยความรักยิ่งใหญ่ด้วยธรรมหอมห่มให้เธอได้เกิดความซาบซึ้งปิติใจ ด้วยความภูมิใจด้วยความรู้สึกลึกล้ำเกินกว่าจะหาคำมาบอกเล่าได้ทั้งสิ้นทั้งหมดความรู้สึกแสนงดงามนี้ที่จะตราตรึงให้คนทั้งสองยิ่งคิดถึงคะนึงหากันและกันอย่างไม่มีวันสิ้นสุดให้ยิ่งซึ้งค่า รู้ค่ารัก รู้ค่า คำที่จะพลีทะนุถนอมโอบเอื้อใจกันเพื่อสรรสร้างให้มีพลังจิตเกษมกระจ่างดั่งดวงแก้วงามดวงแก้ววิเศษงามที่จะนำทางไปสู่ความรักนิรันดร์เกินกว่าที่ใครจะคาดคิดว่าในโลกนี้สิ่งศักดิ์สิทธิย่อมมีจริงย่อมประทานพรมาให้กับผู้*ให้*ผู้*เมตตา*ผู้เพียรค้นหาทางธรรมมาน้อมนำทางใจให้ไสวพร่างประคองร่างประคองจิตให้งามใสไปด้วยกันอย่างกัลยาณมิตร..เธอ..จึงอึ้งอั้นเมื่อพร้อมกันกับจดหมายนั้นเธอได้รับลายแทงให้เธอเตรียมเดินทางไกลไปตามหาฝันที่แสนยิ่งใหญ่ที่มีเขาคนดีรออยู่ที่สุดที่รักในดวงใจของเธอเขียนมาว่า*ดวงใจของพี่..อย่าร้องไห้นะคนดีทันที่ได้รับจดหมายนี้เพราะพี่รู้ถึงแม้นน้องจะเป็นคนเข้มแข็งและเพียรต่อสู้โลกและอุปสรรคชีวิตได้ในทุกเรื่องราวไม่ว่าจะเศร้าสุขที่ผ่านมาหากทว่าพี่รู้ดีว่าน้องคนดีจะร้องไห้อีกด้วยความปิติตื้นตันที่ทราบว่าพี่นั้นยังมีชีวิตอยู่คนดี..ครับพี่กำลังรอ..น้องให้มาพบพี่พี่จะรอรับที่จุดนัดพบเมื่อถึงเวลาและให้น้องบินตรงมายังสนามบินอุบลราชธานีในวันเวลาตามตั๋วที่พี่แนบมาได้ระบุวันเวลาชัดเจนแล้วให้น้องทำใจให้สบายรักษากายให้ดีนะครับให้คิดนะครับว่าไม่กี่ที่ทิวาราตรีแล้วที่เราจะได้พบกันจะได้อยู่ในอ้อมแขนกันและกันแล้วคงไม่มีอะไรที่จะงามใจไปกว่านี้อีกแล้วใช่ไหมครับดวงใจของพี่พี่จะนับวันนับนาทีรอนะน้องน้อยนะครับด้วยรักห่วงใยจากใจพี่ ..อย่าลืมดื่มนมก่อนนอนและดูแลสุขภาพดีดีนะครับคนดีของพี่................และนั่นคือสิ่ง..บันดาลดลที่ทำให้เธอกำลังมานั่งนิ่งราวตกอยู่กมลฝันอยู่ในภวังค์รักบนนกยักษ์...นะวันนี้ที่กำลังพาร่างใจจิตวิญญาณของเธอผกโผผินบินผ่านม่านหมอกเมฆแสนหวานและดวงดอกไม้ไพรในทุกแหล่งหล้าธาตรีที่กำลังบานสะพรั่งพรึบพร้อมพลีอวยพรให้เธอเดินทางอย่างปลอดภัยเพื่อไปตามล่า..หาฝันตามหายอดดวงใจของเธอที่อีกไม่กี่นาทีข้างหน้าจากขอบฟ้ากว้างใหญ่ก็พลันจะค่อยๆแคบเข้าๆราวกับฟ้าดินกำลังเฝ้าอวยพรรับรู้และเข้าใจยอมแพ้พ่ายอำนาจความรักความคิดถึงคะนึงหาอันแสนยิ่งใหญ่ในเนื้อใจมนุษย์ในดวงใจมนุษย์ที่แสนพิสุทธิ์ใสเป็นยิ่งนักแล้ว............เธอหลับตา ...และ..ไม่นานนาทีเสมือนฝันเป็นจริงพร้อมรออยู่ตรงหน้าเมื่อถึงสนามบินที่เธอ..เริ่มได้ยินเสียงผู้คนสับสนอลหม่านพากันแยกย้ายเดินทางรอนแรมหรือกลับบ้านสู้อ้อมแขนครอบครัวสู่รวงรังแห่งรักที่นะบัดนี้เธอ..คนดีกำลังยืนคว้างอย่างละละล้าละลังเพื่อรอร่างใครบางคนที่กมลภายในเธอ..โหยหามาอย่างนานเนิ่นเกินนับที่ขอแค่ได้เพียงกลิ่นกายที่คุ้นชินได้ยินเสียงนุ่มนวลปลอบประโลมใจก็พอเพียงก็เพียงพอแล้วและนั่น..ผู้ชายของเธอ....ทั้งในโลกฝันและโลกจริงร่างเพรียวของเขายืนอยู่นั่นในท่าอันเจนตาเจนใจกับรอยยิ้มอันแสนสดใสแสนอบอุ่นอ่อนโยนเธอ..ทนไม่ได้ค่อยๆเดินแกมวิ่งและถาโถมเข้าใส่เขาเหมือนเด็กเล็กๆที่เขาก็กำลังอ้าแขนรอเวลาโอบรัดกระชับร่างงามบอบบางนั้นด้วยความรักมากล้นให้ยอดดวงใจแสนรัก..ทิ้งทอดร่างงามกอดรัดเขาและพร่ำกระซิบจูบริมหูเบาๆและกับคำพูดที่แสนซึ้งซาบที่ได้ยินกันเพียงสองคน*น้องคิดถึงๆๆๆๆค่ะ**เช่นกัน*มากที่สุดเลยจ้าพร้อมเค้าเคลียคางสากริมไรผมและดอมดมพรมจูบแผ่วผิวหากแสนหวานซึ้งจากใจที่หนักแน่นมั่นคงเสมือนยามที่ภูผาปล่อยให้เมฆนวลเคล้าเคลียอย่างมิรู้เบื่อหน่ายให้เธอ..ได้คลายรู้สึกรักคิดถึงจนกว่าจะหนำใจแล้วๆค่อยๆผละออกจากอ้อมอกอุ่นละมุนละไมเมื่อเขาพยายามหมุนร่างเธอวนดูรอบๆฝากทุกสายตาเอ็นดูผ่านมาชื่นชมกับภาพแบบนี้ในสนามบินที่ใครๆพากันเห็นกันจนชินตากับภาพอำลา...หรือภาพรับขวัญประทับใจที่สามารถเรียกน้ำตาได้ทั้งผู้ที่กำลังจะจากไปจากไกลและสำหรับผู้ที่มาเยือนที่คืนเรือนมาให้ครอบครัวได้รับขวัญอย่างพร้อมหน้าจนกลายเป็นภาพแห่งความเคยชินธรรมดาๆและที่ทุกคนมองมายังคู่เธอนั้นเพราะดูราวกับว่าพี่ชายกำลังพบหน้าน้องสาวก็มิปานค่าที่ใบหน้านั้นละม้ายกันและงามละมุนใจทั้งคู่กับความสุภาพที่แฝงอยู่ในเรือนร่างบึกบึนอย่างสุภาพบรุษของพี่ชายคนดีเธอยิ้มหวาน..เขายิ้มกว้างและร่างใจราวกำลังหลมอละลายกันเป็นหนึ่งเดียวเมื่อสบตากันฉ่ำชื่นชื่นใจและราวกับโลกและฟ้าดินกำลังค่อยหยุดเคลื่อนไหวลงอย่างช้าๆราวกำลังจะรอเวลาหยุดหมุนเอาใจช่วยอวยพรเฝ้าดูปาฎิหารย์รักมหัศจรรย์แห่งรักนี้ที่รอคอยที่ยากยิ่งนักที่ผู้ใดจะเข้าใจ..เขา...มีคนขับรถจิ๊ปคันใหญ่มาให้เธอนั่งเป็นเจ้าหญิงและตลอดเวลาตลอดระยะทางทั้งสองดวงใจจะนั่งเอนอิงพิงไหล่และเกาะกุมมือกันราวจะใช้ใจถึงใจหลอมละลายแนบประกบราวกับจะถ่ายทอดพลังแห่งหัวใจที่แสนงดงามเปี่ยมแปร้ด้วยความคิดถึงๆและคิดถึงที่ไม่จำเป็นต้องกล่าวคำใดออกมาต่างก็สบตากันและกันอย่างแสนซาบซึ้งที่เป็นความรู้สึกงามล้ำดำดื่มนะภายในก้นบึ้งแห่งดวงวิญญาญ์ตลอดเวลาตลอดทาง..เธอ..ไม่มีคำถามเพียงเพียรพยายามใช้สายตาสำรวจเส้นทางที่รถขับผ่านไป...ผ่านไป...อย่างไม่เร็วนักเสมือนจะให้เธอที่รักได้ทอดทัศนาสิ่งแวดล้อมรายรอบที่เริ่มจะชัดเจนขึ้นให้เธอ..เริ่มอึ้งงงงันและพลันในรายรอบสายตาเธอก็เริ่มชัดขึ้นๆราวกับฝันไปในเวิ้งจินตนาการ...เมื่อ..รถจอดสนิทเขาบอกเธอให้หลับตาช้าๆ..และบอกว่า..อย่าลืมตาจนกว่าเขาจะบอก..เธอ..ได้กลิ่นดวงดอกไม้บางชนิดที่ชั่วชีวิตนี้ไม่มีวันที่เธอจะลืมเลือนจะจำไม่ได้..*กลิ่นดวงดอกพุดซ้อนที่หวานหอมแสนเศร้า*และยิ่งยามนี้ยามที่สนธยาใกล้ค่ำก็ราวยิ่งอบอวลระรินร่ำราวทำให้เธอตกอยู่ภวังค์ฝันในดงดวงดอกไม้ไพรดอกไม้ในดวงใจในความฝันที่เธอผูกพันมาตั้งแต่อ้อนแค่ออกแต่แรกเกิดก็ว่าได้เขาบอกให้เธอค่อยๆลืมตาขึ้น..อย่างช้าๆและนั่น...!!!!!1ตรงหน้าภาพในคลองตาที่เธอใช้คลองใจคลองจิตวิญญาณบ้านภายในใช้ใจดวงสวยใสสว่างกระจ่างสัมผัสงาม...ในยามที่เธอตั้งใจต้องการรับรู้รับทราบกับทุกภาพยามชิดใกล้ยามได้อยู่ใกล้พี่ชายแสนรักคนดีที่เธอนี้..อยากจะมีอยากจะเก็บทุกส่วนเสี้ยวแห่งความทรงจำอันมักจะหวานหอมห่มให้ห้องห้วงใจได้รับหวามไหวงดงามในทุกยามกับกาลเวลาเนานานที่ผันผ่านฝากดีและนั่น..!!ราวสวรรค์ชลอ...ฟ้าประทาน..ให้พลันปรากฎความงามแสนยิ่งใหญ่ตรงหน้า...ราวกับว่าเป็นวิมานแก้ววิมานทิพย์ภาพกระท่อมในฝันในใจที่โผล่พลันขึ้นมาในท่ามกลางสายหมอกรำไรในดงดวงดอกไม้ไทยสะพรั่งกลิ่นที่หันไปทางไหนมีแต่ดงดวงดอกพุด..สีขาวๆและสีขาวที่ออกดอกดกมากมายกำลังพรายพร่างกระจ่างใจที่กำลังส่งกลิ่นประทิ่นระรินร่ำประโลมใจดวงเศร้าให้หยาดน้ำตาใสใสราวน้ำค้างแก้ววะวาววับจับจิตจับใจหล่อเลี้ยงในเรียวตารอเวลาเพียงละหลั่งรินรับกับงามประทับใจจนเกินกล่าวให้พี่ชายผู้แสนดีทนไม่ได้ต้องหันไปบอกว่าคนดี..อย่าร้องไห้..พี่กำลังจะกระซิบเล่าอะไรให้ฟังเอียงหูมานะครับและสัญญานะครับคนดี..ว่า..น้องน้อยจะต้องหยุดร้องไห้เสียทีก่อนที่พี่จะเล่าเรื่องราวทั้งสิ้นทั้งหมดที่ปรากฎแก่สายตาน้องนะบัดนี้นะนาทีนี้..!ให้น้องน้อยได้รับทราบได้รับฟังอย่างหมดจดใจอย่างถอดใจ..นะครับสัญญา.*น้ำตาเธอยิ่งพร่าพราวเมื่อเขาเล่าเรื่องจบลงและทุกสิ่งฝันได้ค่อยๆชัดเจนขึ้นให้เธอเพ่งพิศด้วยดวงใจด้วยดวงตาด้วยน้ำตาที่เริ่มจะระรินไหลอีกคราหนึ่งอย่างมิรั้งรอมิอาจหยุดยั้งกับภาพตรงหน้า..ราว*สวนประหนึ่งฝัน*ปานประดุจดั่งวิมานแก้ววิมานทิพย์ดั่งสวรรค์เนรมิตรสวนทิพย์สวนขวัญมากำนัลมามอบให้ด้วยมากเมตตาวิมานดิน..กระท่อมทิพย์วิมานที่งามล้ำเคียงหล้าเคียงใกล้ผืนน้ำโขงที่กำลังส่องแสงพรายพร่างงามระยับระยิบดั่งมือนางฟ้าเพิ่งมาปรายโปรยเกร็ดเพชรลงในท้องน้ำเบื้องล่าง..ให้งามพรายอย่างหาที่ติไม่ได้และนั่นอาคารเป็นสไตล์ล้านนาท้องถิ่น จำลองมาให้ราวแยกเป็นสองส่วนมีอาคารหลักราวแบบวิหารและมีอาคารเปิดโล่ง โปร่งเพื่อเปิดรับสายลมเย็นและกลิ่นไม้หอมดวงดอกไม้ป่าดวงดอกพุดที่กำลังล่งกลิ่นสะพรั่งรินอวลมาเป็นระยะๆกับสายลมหนาวในยามค่ำที่ตะวันดวงโตสีไพลกำลังค่อยๆผันดวงลงสู่ผืนน้ำอย่างละมุนละไมอีกอาคารรองถัดมามีลักษณะเป็นศาลาบาตร สำหรับรับรองแขกที่ต้องการความเป็นส่วนตัวเป็นพิเศษเพราะมีเตียงสี่เสาและตั่งสำหรับนั่งเอกเขนกมีหมอนขวานหมอนอิงที่ใช้ผ้าไหมหลากสีมาประดับตกแต่งแบบตะวันออกอาคารและการก่ออิฐถือปูนการใช้ไม้ในการปลูกสร้างเป็นการยืนยันเอกลักษน์ของสถาปัตยกรรมท้องถิ่นที่ดัดแปลงให้เข้ากับการใช้งานจริงมีหน้าบันวิหารเก่าแบบล้านนาเครื่องเรือนอื่นๆเช่นตู้ โต๊ะ ตั่งเตียงก้ล้วนแล้วแต่ใช้ช่างฝีมือพื้นถิ่นทำเพื่อรักษาวิถีภูมิปัญญาไทยรวมทั้งงานศิลปะรูปสลักหินทุกทุกชิ้นที่สื่อแสดงความเป็นไทยโบราณย้อนรอยอดีตอันงดงาม..แต่กาลก่อนที่วางประดับตามสวนในมุมต่างๆที่นะบัดนี้ สายแสงเทียนกำลังอวดแสงโชนจากทุกดวงโคมไผ่ที่ซุกซ่อนไว้ตามสุมทุมพุ่มพฤกษ์และกำลังถุกจุดขึ้นทำหน้าที่พร่างไสววะวูบวับรับล้อกับตุงผ้าฝีมือประดับไปรายรอบเรือนและที่แสนงามใจอย่างที่สุดคือมีชานเรือนไม้ที่ยื่นชิดออกไปให้คลอชิดใกล้สายน้ำโขงที่กำลังไหลระรินอย่างช้าๆมีลั่นทมหลากสีที่เคลียใกล้ชายคาแห่งรักแห่งฝันและราวกับกำลังได้ยินเสียงมหากาพย์ดนตรีแห่งพงไพรและเสียงแห่งสายน้ำที่ราวกำลังร้องเพลงเห่ครวญ ให้สุดหวนไห้ในดวงใจอย่างหวานเศร้าละมุนในท่ามกลางความสงบสงัดและมีเสียงเรไร จั๊กจั่น กำลังช่วยบรรเลงเพิ่มเติมตามต่อคลอใสด้วยเสียงหวานหวานหวานในท่ามกลางนวลพรายสายแสงจันทร์ที่กำลังลอยเลื่อนพ้นดงไม้รำไรๆข้ามพ้นขอบโค้งภูเขามาอย่างช้าๆในคืนหนาวที่ดาวกำลังระดะดวงเต็มอ้อมฟ้าอ้อมฝันที่นางฟ้าได้มาปันโปรยหว่านหวานให้ทั่วทั้งท่องนภาฟ้ากว้างราวมีทางช้างเผือกประดับประดากับทุ่งดวงดอกหญ้าทุ่งดอกไม้ป่าดอกไม้ไพรกับเถาวัลย์ที่กำลังพันเลื้อยออดอ้อนกิ่งมะลิวัลย์กับเสียงวิหคไพรที่กู่ก้องร้องเพลงหวานแสนหวานมาจากแมกไม้กับมนต์หวานในม่านเมฆงามเงากับกลิ่นของความเป็นชนบทและที่สำคัญที่สุดคือกับความงดงามแห่งเนื้อใจของผู้อันเป็นที่รักภักดิ์พลีที่ได้มีโอกาสมาเคลียคลอพ้อฝันชิดใกล้กัน............ดวงดอกไม้พุดไพร..น้อยๆจึงค่อยๆหยุดร้องไห้พร้อมกับเอนอิงนั่งพิงลงในตักของพี่ชายพลางโน้มน้อมคอดอมดมพรมจูบไปทั่วทั้งใบหน้าอย่างอ่อนหวานอ่อนโยนอย่างละเมียดละมุนใจอย่างแสนขอบคุณแสนซึ้งใจในน้ำใจอันแสนหนักแน่นยิ่งใหญ่อย่างยากที่ผู้หญิงคนใดจะได้รับที่เธอแสนรักเอยแสนรักในกมลเสียเป็นยิ่งนักแล้วนะยอดดวงใจของน้องน้อยและพร้อมกันกับที่..พี่ชาย..แสนดีของเธอคนนั้นก็พลันค่อยๆจูบประทับรับขวัญตอบกลับมาที่หน้าผากน้องน้อยอย่าละมุนละม่อมอย่างแสนรักแสนอ่อนโยนเฉกเช่นกันให้ฟ้าดิน..สวรรค์พลันรับรู้เพื่อโปรยพรให้กับทั้งสองดวงใจ..ที่ช่างแสนสุข...ล้ำ..ในสวรรค์ไพรสวรรค์บนดิน*ในกระท่อมพุดไพรในเวิ้งฝันนิรันดร์รัก..!!************รักข้ามขอบฟ้า ศรีไศล สุชาติวุฒิ
ขอบฟ้า เหนืออาณาใดกั้นใช่รักจะดั้น ยากกว่านก โบยบินรักข้ามแผ่นน้ำ รักข้าม แผ่นดินเมื่อความรักดิ้น ฟ้ายังสิ้นความกว้างไกลขอบฟ้า ทิ้งโค้งมาคลุมครอบอ้าแขนรายรอบโอบโลกไว้ ภายในเหมือนอ้อมกอดรัก แม้ได้ โอบใคร ชาติภาษาไม่ สำคัญเท่าใจตรงกันรัก ข้ามขอบฟ้า รักคือ สื่อภาษาสวรรค์อาจมีใจคนละดวง ต่างเก็บอยู่คนละทรวงไม่ห่วงถ้ามีสัมพันธ์ขอบฟ้า แม้จะคนละฟากห่างไกลกันมาก แต่ก็ฟ้าเดียวกันรักข้ามขอบฟ้า ข้ามมา ผูกพันผูกใจรักมั่น สองดวงให้เป็นดวงเดียวรัก ข้ามขอบฟ้า รักคือสื่อภาษาสวรรค์อาจมีใจคนละดวง ต่างเก็บอยู่คนละทรวงไม่ห่วงถ้ามีสัมพันธ์ขอบฟ้า แม้จะคนละฟากห่างไกลกันมาก แต่ก็ฟ้าเดียวกันรักข้ามขอบฟ้า ข้ามมา ผูกพันผูกใจรักมั่น สองดวงให้เป็นดวงเดียว...
เรียน คุณ....
เป็นเช้าวันเสาร์ที่ดิฉันมีความสุขมากค่ะ
ดิฉันฟังเพลงไปด้วย อ่านลำนำของคุณไปด้วย
ทำให้อยากรู้จักคุณแล้วล่ะคะ Have a nice day นะคะ
ราตรีนี้ยังยาวไกลวิมานไพรวิมานดินวิมานขวัญได้รับเกียรติอันวาบหวามใจอ่อนหวานอ่อนไหวซะไม่มีเมื่อค่ำคืนนี้จะมีพระเอกหนังไทยหล่อสะท้านใจแวะมาเยือนแสงไฟประดับพร่างพรายราวสายแสงเพชรระโยงระยางระย้าย้อยห้อยพวงพรูหะรูหะราด้วยดวงไฟหลากสีสันทำจากกระดาษสาดวงน้อยน้อยห้อยไปตามสุมทุมพุ่มพฤกษ์ที่ดูไฉไลราวจัดงานในราวไพรราวป่ามากกว่าในวิมานกลางกรุงกรงหลงแสงสี.ก็มิปาน.เทียนหอมส่วนหนึ่งนำมาลอยในโอ่งงามเคียงบัวบานและมวลดอกไม้นานาสีนานาพรรณให้ลอยคลี่หวานๆฝันๆรอปันใจเจริดจรุงรับ..แขกบางเทียนถูกจุดจากโคมไม้ไผ่สานให้งามวับแวมพรายพร้อยแฝงสร้อยแสงสวยราวหิ่งห้อยซ่อนไว้ในแมกไม้ให้วอมแวมวับไหวล้อสายลมไหวอ่อนในยามค่ำระร่ำรินมากับอวลกลิ่นดอกไม้ไทยรายรอบให้หอมเสน่หาลุ่มลึก..ลึกลับประดับประดา..กล้วยห้อยปลี สีม่วงระย้า น่ารักน่าชังที่เจ้าของบ้านยังมิอยากตัดปลี หวังคืนนี้ให้งามแผกส้ม สีทอง ออออกลูกดกสะทกสะท้านไหวไปทุกกิ่งสวยจัดจ้าแจ่มแจร่มงามในกระถางใกล้ๆให้อยากเด็ดอยากปลิดมาลองลิ้มชิมรสว่าจะปรากฏเปรี้ยวจิ๊ดหรือแอบซ่อนหวาน..ไว้อมรเบิกฟ้า..เบิกราตรีประดับดาวพราวพร่างด้วยดวงดอกแอร่มแต้มหวานด้วยสีชมพู้ชมพูพราวพรูหรูระยับราวกลีบปากสาวเจ้าแรกแย้มคลี่รอรับหวานฉ่ำจากหยาดสายพรายพระจันทร์หวานพอกันแก้วตระการ..พากันผลิดอกบานออกจากกระเปาะกระปุกเขียวเรียวใสเขียวไพลเรียวละไมสะพรั่งกลิ่น ที่คงอยากแย้มรอถวิลดูพระเอกผู้กล้า ที่แสนมากมีน้ำใจผู้ยอมพลีร่างอุทิศกายใจเพื่อรับใช้สังคมนานมาและใจดวงนั้นนะบ้านภายในคงใสสวยราวมีแก้วกระจ่างสว่างโรจน์โชติช่วงชัชวาล คงตระการตาคงรอท่าจะรินน้ำใจใสใส่ผู้คนที่ทนทุกข์บาดเจ็บจากอุบัติเหตุเภทภัยตามท้องถนน..ในทุกทิศทั่วไทยไกลใกล้ หมายมุ่งช่วยเหลือเจือจานหากผ่านพบเห็น...ลั่นทม..ไม่ระทมใจแล้ว ในวันนี้ด้วยนามงามเศร้านี้..ได้เปลี่ยนไปแล้ว เป็นชื่อลีลาวดีให้มากมีผู้เชื่อถือโชคลางต่างโล่งอกพออกพอใจที่ราวกับชอบตัวกินไข่ชอบดอกเกลียดใบ ยังไงยังงั้นเลยนะและช่างกระไรที่ช่างน่าเศร้าใจให้ดวงดอกไม้มารับระบายโชคที่จะโศกจะเศร้า จะร้าวจะรานก็ด้วยวันวานวันนี้เราเองคือผู้ลิขิตชะตาโลกโชคชะตา..ใช่ใคร!และสำหรับเจ้าของบ้านต่อให้ระกำสักแค่ไหนก็จะไม่โทษใครไม่โทษดวงชะตาหรือว่ากอระกำมาตอกย้ำซ้ำเจ็บเท่าใจเราเองผู้กระทำ..กรรมก่อเกิดนะคนดี..และโน่นจำปีที่จำพรากจากลาต้นหล่นเกลื่อนพื้นพร่างหอมทุกวันราวจะให้สัจจธรรมใจ หากคิดไปให้ดีดีและนะบัดนี้จะเป็นที่สถิตของนกเขาไพรที่พากันมาอาศัยไกวแกว่งกิ่งกอพ้อเพลงครวญหวนไห้แสนไพเราะหวานหวานให้ใจเบิกบานทุกเช้าค่ำร่ำระงม ราวนาฬิกาไพรนาฬิกาใจมาปลุกทุกอรุณรุ่งและนั่นเจ้าดวงดอกพุดซ้อนแอบซ่อนรักอ้อนอ่อนหวานใต้ก้านกิ่งใบ ไฉนไม่ยอมออกมาอวดดอกอรชรมาเว้าวอนว่าหอมละไมละม่อมหอมไกลหอมฟุ้งจะหวานจรัสจรุงหวานจัดสักปานไหน ให้เจ้าของแสนภูมิใจว่าใครๆพากันขนานนามนิยามวิมานดินวิมานไพรว่าบ้านดวงดอกไม้หอมมมมมม...ที่คงให้ความละมุนละม่อมใจดีกว่าอาศัยคฤหาสน์หลังใหญ่หากมีแต่กรวดหินดินทราย มากมายวัตถุพรรณามามากมายพรรณไม้แผกพันธุ์ราวสวรรค์หอมหลอมละลายใจที่เป็นดั่งเสน่หายาใจหวานม่านไพรพฤกษ์พงดงดวงดอกไม้ ที่พากันร่ายกลีบบางเบารับสายลมในยามค่ำเจ้าของบ้านลืมหน้าหวานละออจะหม่นหมองเพราะต้องเตรียมจุดเตาถ่าน เตรียมทำบาบีคิวอาหารทะเลสดๆที่พระเอกจะนำมาจากร้านอันโอชารสที่เขาเปิดเป็นเจ้าของเอง..เขาสัญญาว่าจะมาบรรเลงทุกอย่างให้รับรสมือที่บรรลือฤทธิ์หวังสถิตสะท้าน..ท้องเท่านั้นพอแต่ยังไงๆเจ้าของบ้านแสนงามก็ต้องเตรียมถ่านก่อไฟใส่เตาไว้ให้จะได้สะดวกใช้ประหยัดเวลาจึงว่าแล้วเจ้าของบ้านผู้มักชอบสร้างวีรกรรมจึงปลุกปล้ำสร้างวิสัยทัศน์ใหม่ในการก่อไฟแบบน่าสยดสยองพองขน..นะบัดนั้นพลันเธอก็เอาถ่านมาตั้งในซึ้งอลูมิเนียมแล้ววางลงไปบนเตาแก๊สใหญ่เปิดไฟแรงร้อนทันทีให้ลุกไหม้โอ๊ะ..โอ๋..แล้วฉากนี้ที่แสนน่าตกใจหรือว่ากันใหม่ก็แถมตลกน่าหัวเราะทีหลังพลันบังเกิด..ปรากฏการณ์ให้ทุลักทุเลโอละเห่โอ้ละช้าให้น่าเสียวสยองขวัญเพราะความร้อนนั้นได้เผาไหม้ให้เกิดควันคละคลุ้งพุ่งโพลงน่ากลัวอลูมิเนียมไหม้หมด ถ่านตกลงไปในเตา กลัวจะเป็นเชื้อเผาลุกไปถึงถังแก๊สให้ระเบิดเถิดเทิงกระเจิงกระจุยไปทั้งบ้านนาทีนั้นสาวหน้าหวานละออก็ต้องทำทุกวิถีทางให้ไฟพร่างในเตาหยุดโหม จนลืมไปว่าตอนนี้นั้นหน้าสวยละมุนพลันกลายเป็นหน้ากาละแม..มอมมอมแมวเหมียวไปชั่วพริบตา..ซะแล้วพ่อแก้วแม่ไกล..ไม่มีใครมาช่วยทันนอกจากนั้นฟ้าดินยังไม่นำพาส่งพระเอกหนังไทยหน้าหล่อมาทันได้เห็นหน้ามอมนั้นจนพระเอกคงอดขันไม่ได้และกลั้นหัวเราะไม่อยู่เฮ้อ..นี่หรือฉากฝันสวรรค์หวาน..ที่อุตส่าห์จัดบ้านวิมานรอรับ ช่างแสนน่าประทับใจเสียไม่มีนะฟ้าดินที่ช่างสิ้นไร้เมตตาปรานีฉากนี้..มาคิดอีกทีก็ขำดีนะและคิดถึงคนดีที่เคยปรามาสสาวเจ้า..ว่าคงจุดไฟไม่เป็นและหุงข้าวคงเหม็นไหม้ไปสามบ้านแปดบ้านแน่ๆเลยแค่ยังไงๆอย่าหัวเราะนะก็แค่อยากฝากบอกว่าคนฉลาดมักพลาดพลั้งเรื่องเล็กแบบนี้แหละนะหาใช่ว่าจะทำไม่เป็นไม่ รู้ไว้ด้วย..นะจะขอบอก..ขอแก้ตัว..เฮ้อเหนื่อยใจชะมัดถึงอย่างไรพระเอกก็อั้นยิ้มไว้เนื่องจากชีวิตคงผ่านฉากร้ายๆแบบสเปเชี่ยลเอฟเฟคค์ระเบิดผิดพลาดให้หวาดเสียวใส่บ่อยๆอยู่แล้วและยิ่งเรื่องล่าสุดที่แสดงเป็นกษัตริย์อินเดียในหนังที่ต้องเน้นให้ช่างแต่งหน้าแต่งให้ดำเข้มคมหล่อสมเป็นแขกเขาจึงทำใจได้ไม่หัวเราะใส่นานให้หวานหายพยายามให้กำลังใจบอกให้ไปนั่งไกลไกลรออ้าปากรับอร่อยอย่อยจากการปรนนิบัติอย่างเดียว มิต้องทำมาแลเหลียวมาสร้างวีรกรรมวีรเวรประหลาดฉลาดล้ำมามีน้ำใจช่วยอีกแล้วนะและคงอาจจะกลัวว่าขืนให้ย่างบาบีคิวจะปิ๋วดำเหลือแต่ไม้เสียบให้กินแทนซีนะ..อะฮ้า อะงั้นฉะนั้นจึงเป็นเช่นฉะนี้อยู่ดีไม่ว่าดีที่คืนฝันพระจันทร์หวานฉากแสนโรมานซ์จึงผ่านม่านหมอกควันไฟพาให้ทุกดวงใจได้บานเบิกด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะมากมายตามมาแหละค่ะท่านผู้ชมท่านผู้อ่านและทุกฉากหวานที่ตระการแกล้มแต้มไปด้วยดวงดอกกุกลาบแดงกับไวน์ขาวรสดีจึงมีอันหอมหวานปานปนกลิ่นอวลทะเลลึกรู้สึกอวลอ่วนชวนให้ตลกๆกันถ้วนทั่วหน้าและตามมาด้วยบทเพลงฝันปันกันร้องอึงอลค่ะและกระไรเลยแทนที่ทุกฉากนางเอกจำเป็นจะได้เอนอิงพิงไหล่ละออพ้อคลออกพระเอกแสนหล่อล่ำบึ๊กและผลัดกันป้อนปรนอาหารผ่านแสงเทียนวาบหวามเคล้าเคลียนัวเนียใส่ปากกันมีอันให้เป็นฉากจริงที่ทิ้งโลกฝันอันวาบหวามใจไปไกลเกินกู่กลับค่ะเพราะว่าพระเอกนั้นก็มัวแต่จ้องจะจับดูเวลาว่ากุ้งหอยปูปลา จะใช้เวลาพอดิบพอดีที่จะเคี้ยวมิเหนียวยานสักกี่นาทีแถมยังต้องเหลียวหน้าเหลียวหลังมาโขลกน้ำจิ้มรสแซบส์ แสบทรวง ด้วยอยากโชว์ฝีมือให้พวกอ้าปากรอได้ขอลองลิ้มชิมรสชาติสวาทหวามเลยหายหดค่ะและบางทีพระเอกคนดีคนหล่อก็ขอถลกแขนเสื้อขาวและภาพน่าตกใจน่ารักน่าชังก็ตามมาเมื่อพระเอกผู้กล้าคว้าตะกร้าหอยแล้วแหวกกล้วยกอขอไปล้างๆๆๆที่ก๊อกน้ำริมสวนช่างเป็นฉากสวยเสียไม่มีในหนังห้ามก็ไม่ฟัง ..แถมยังหันหน้ามาคลี่ยิ้มหล่อหัวเราะร่าเริงกระซิบบอกเคล็ดลับว่า..หอยอร่อยก็เพราะต้องคอยแหวกกอกล้วยไปล้างนี่แหละอิอิ..อะฮ้าและนี่คือคืนแห่งความจริงสิ่งแสนดีวิเศษงามที่ห่างจากนิยามโลกเซลลูลอยด์โลกที่พระเอกจำต้องอ้อยสร้อยต้องแสดงแสร้งสบตาฉ่ำพร้อมคำรำพันรำพึงคะนึงหากับนวลนางเอกผ่านตากล้องส่องด้วยแสงไฟรายรอบทิศหากทว่าในค่ำคืนนี้เป็นคืนในชีวีชีวิตจริงพระเอกกลับนิ่งงาม..ง่วนอวลกลิ่นวิญญาณกุ้งหอยปูปลาหากทว่าหัวใจกลับใสหวานงามเสียยิ่งกว่าและทำให้น้ำในตาของทุกคนเอ่อล้นเมื่อได้ยินกมลของพระเอกคนขายฝันพลันสารภาพด้วยน้ำเสียงซึ้งสะเทือน*ผมรักและชอบจะมีชีวิตครอบครัวอบอุ่นแบบนี้ในท่ามกลางคนที่รัก พ่อ แม่ เพื่อนฝูงญาติมิตรสนิทใจไม่กี่คนและอยากฝากชีวาชีวิตสถิตเนาไปตราบนานนิรันดร์..และคืนฝันพระจันทร์หวานตระการด้วยดวงดอกไม้หอมๆๆพร่างก็พลันต้องถึงนาทีอำลาพาจบสวยด้วยฉากจริงซึ่งซึ้งหรือไม่ซึ้งขึ้นอยู่กับท่านผู้อ่านจะช่วยตัดสินใจนะคะฉากจบนั้นนางเอกจำเป็นตั้งใจร่ำลาแบบฝรั่งด้วยดวงใจอันอ่อนโยนหลังฟังมากเรื่องราวหลากรสงดงามทุกนิยามชีวีชีวิตทั้งทุกข์สุขของลูกผู้ชายคนหนึ่งที่รักกตัญญูผู้มีพระคุณใหญ่หลวงยิ่งนักและกับหลายตำนานชีวิตทั้งโศกเศร้าสะเทือนและแสนน่าประเทืองประทับใจเป็นฉากชีวิตจริงอันยิ่งใหญ่ที่ทุกชีวิตต้องผ่านลิขิตพรหมลิขิตตนลิขิตฝันกันมาต่างๆนานาหาใช่แต่เพียงชีวิตลูกผู้ชายพระเอกคนดีคนเดียวคนนี้ก็หาไม่และนี่คือพระเอกในดวงใจในโลกนี้ที่ราวโรงละคอนสอนใจอันใหญ่ยิ่งพอกันให้เราท่านนั้นตระหนักว่าสิ่งที่มนุษย์ทุกคนแสวงหาคือค่าแห่งคำว่าครอบครัวและความรักจริงแท้ที่สามารถแก้ปัญหาให้หัวใจมีพลังลุกขึ้นมาหยัดยืนฝืนทนสู้จนกว่าดวงชีวาจะลาลับดับดวงนางเอกในคืนฝันสวรรค์หวานพระจันทร์จึงยอมถอดใจเทใจโอบกอดพระเอกด้วยหัวใจดวงใสงามที่แสนพิเศษพิสุทธิ์ด้วยนิยมศรัทธาซึ่งคงมากค่าเหนือกว่าคำเสน่หาสวาทหวาม..เป็นไหนไหนและมาตรแม้นในอ้อมกอดอ้อมใจนั้นจะยังกรุ่นไปด้วยกลิ่นกุ้งหอยปูปลาแทนน้ำหอมราคาแพงที่นางเอกคงจะจำจดรสชาติอ้อมกอดแบบทะเลทะเลสดสดราวปนปรุงรสชาติด้วยหยาดหยดน้ำจิ้มแสนอร่อยล้ำที่จะมิมีวันลาเลือนลางลืมเลยทีเดียว!
# หัวข้อ
**ตัวหนา**
*ตัวเอียง*
[ลิงก์](url)

- รายการ
> อ้างอิง
อ่านเอาอิ่มเอมใจนะคะคุณอร..
กระท่อมพุดไพรในว่ายเวิ้งฝันนิรันดร์รัก
ในวันที่ฝนพรำฟ้าฉ่ำฝน
วันที่..
ดวงดอกไม้จริงในทุกแหล่งหล้า
กำลังร่ายมนตราออดอ้อนฟ้อนเสน่หา
สายวสันต์ลีลา
ที่ราวกำลังรอเวลา
กล่าวคำอำลาพรากจากไปอีกคราครั้ง
ดอกไม้..ใจ...ก็ได้รับซองจดหมายปิดผนึก
ที่ทำให้หัวใจเธอ..เต้นตึกตักเสียยิ่งกว่าเสียงกลอง
และ
ราวกับว่า
จะได้รับกลิ่นหวานหอมของหญ้าหวานชนิดหนึ่ง
อวลระคนปนมาในซองจดหมาย
เธอค่อยๆเปิดซองอย่างช้าช้า
พลัน..
น้ำตาก็เริ่มปริ่มเต็มเรียวตา
เมื่อเห็นลายมือหนักแน่นคุ้นชินเริ่มชัดขึ้นๆ
และ
กับข้อความในจดหมาย
ที่ชาตินี้เธอ..ตระหนักชัดที่จิตที่ใจว่า
หามีใครไม่แล้ว
ที่จะรจนาภาษาใจได้หวานหอมเท่า
ที่เร้าร้อยรัดรึงตรึงให้ดวงใจผู้อ่านผ่านตา
โดยเฉพาะผู้หญิงหัวใจละมุนคนนี้
ต้องร่ำไห้สะอึกสะอื้นทุกครั้งครา
กับทุกประโยค
ที่ช่างแสนหายากยิ่งนักในปฐพีนี้
ที่เธอคิดว่า...
เธอคือผู้หญิง...ที่ช่างแสนโชคดีที่สุดในโลกนี้
ที่ได้รับเกียรติได้รับความรัก
อันหนักแน่นแสนพิสุทธิ์ใสนั้น
จากสุภาพบุรุษ
ที่เป็นดั่งดวงใจเป็นผู้ดีด้วยกายวาจาใจ
ด้วยความรักยิ่งใหญ่ด้วยธรรมหอมห่ม
ให้เธอได้เกิดความซาบซึ้งปิติใจ
ด้วยความภูมิใจ
ด้วยความรู้สึกลึกล้ำ
เกินกว่าจะหาคำ
มาบอกเล่าได้ทั้งสิ้นทั้งหมดความรู้สึกแสนงดงามนี้
ที่จะตราตรึงให้คนทั้งสอง
ยิ่งคิดถึงคะนึงหากันและกันอย่างไม่มีวันสิ้นสุด
ให้ยิ่งซึ้งค่า รู้ค่ารัก รู้ค่า คำ
ที่จะพลีทะนุถนอมโอบเอื้อใจกัน
เพื่อสรรสร้างให้มีพลังจิตเกษมกระจ่าง
ดั่งดวงแก้วงามดวงแก้ววิเศษงาม
ที่จะนำทางไปสู่ความรักนิรันดร์
เกินกว่าที่ใครจะคาดคิดว่าในโลกนี้
สิ่งศักดิ์สิทธิย่อมมีจริง
ย่อมประทานพรมาให้
กับผู้*ให้*ผู้*เมตตา*
ผู้เพียรค้นหาทางธรรมมาน้อมนำทางใจ
ให้ไสวพร่าง
ประคองร่างประคองจิตให้งามใสไปด้วยกัน
อย่างกัลยาณมิตร..
เธอ..จึงอึ้งอั้นเมื่อ
พร้อมกันกับจดหมายนั้น
เธอได้รับลายแทงให้เธอเตรียมเดินทางไกล
ไปตามหาฝันที่แสนยิ่งใหญ่ที่มีเขาคนดีรออยู่
ที่สุดที่รักในดวงใจของเธอเขียนมาว่า
*ดวงใจของพี่..
อย่าร้องไห้นะคนดีทันที่ได้รับจดหมายนี้
เพราะพี่รู้
ถึงแม้นน้องจะเป็นคนเข้มแข็ง
และเพียรต่อสู้โลกและอุปสรรคชีวิตได้ในทุกเรื่องราว
ไม่ว่าจะเศร้าสุขที่ผ่านมา
หากทว่า
พี่รู้ดีว่าน้องคนดีจะร้องไห้อีก
ด้วยความปิติตื้นตัน
ที่ทราบว่าพี่นั้นยังมีชีวิตอยู่
คนดี..ครับ
พี่กำลังรอ..น้องให้มาพบพี่
พี่จะรอรับที่จุดนัดพบ
เมื่อถึงเวลา
และให้น้องบินตรงมายังสนามบินอุบลราชธานี
ในวันเวลาตามตั๋ว
ที่พี่แนบมาได้ระบุวันเวลาชัดเจนแล้ว
ให้น้องทำใจให้สบายรักษากายให้ดีนะครับ
ให้คิดนะครับว่า
ไม่กี่ที่ทิวาราตรีแล้วที่เราจะได้พบกัน
จะได้อยู่ในอ้อมแขนกันและกันแล้ว
คงไม่มีอะไรที่จะงามใจ
ไปกว่านี้อีกแล้วใช่ไหมครับดวงใจของพี่
พี่จะนับวันนับนาทีรอนะน้องน้อยนะครับ
ด้วยรักห่วงใย
จากใจพี่ ..
อย่าลืมดื่มนมก่อนนอน
และดูแลสุขภาพดีดีนะครับคนดีของพี่...
.............
และนั่นคือสิ่ง..บันดาลดล
ที่ทำให้เธอกำลังมานั่งนิ่ง
ราวตกอยู่กมลฝันอยู่ในภวังค์รัก
บนนกยักษ์...
นะวันนี้
ที่กำลังพาร่างใจจิตวิญญาณของเธอ
ผกโผผินบินผ่านม่านหมอกเมฆแสนหวาน
และดวงดอกไม้ไพรในทุกแหล่งหล้าธาตรี
ที่กำลังบานสะพรั่งพรึบพร้อมพลีอวยพรให้เธอ
เดินทางอย่างปลอดภัย
เพื่อไปตามล่า..หาฝันตามหายอดดวงใจของเธอ
ที่อีกไม่กี่นาทีข้างหน้า
จากขอบฟ้ากว้างใหญ่
ก็พลันจะค่อยๆแคบเข้าๆ
ราวกับฟ้าดินกำลังเฝ้าอวยพรรับรู้
และ
เข้าใจยอมแพ้พ่าย
อำนาจความรักความคิดถึง
คะนึงหาอันแสนยิ่งใหญ่
ในเนื้อใจมนุษย์
ในดวงใจมนุษย์
ที่แสนพิสุทธิ์ใสเป็นยิ่งนักแล้ว
............
เธอหลับตา ...
และ..ไม่นานนาที
เสมือนฝันเป็นจริงพร้อมรออยู่ตรงหน้า
เมื่อถึงสนามบิน
ที่เธอ..เริ่มได้ยินเสียงผู้คนสับสนอลหม่าน
พากันแยกย้ายเดินทางรอนแรม
หรือกลับบ้านสู้อ้อมแขนครอบครัวสู่รวงรังแห่งรัก
ที่นะบัดนี้
เธอ..คนดีกำลังยืนคว้างอย่างละละล้าละลัง
เพื่อรอร่างใครบางคน
ที่กมลภายในเธอ..โหยหามาอย่างนานเนิ่นเกินนับ
ที่ขอแค่ได้เพียงกลิ่นกาย
ที่คุ้นชินได้ยินเสียงนุ่มนวล
ปลอบประโลมใจก็พอเพียงก็เพียงพอแล้ว
และนั่น..
ผู้ชายของเธอ....ทั้งในโลกฝันและโลกจริง
ร่างเพรียวของเขายืนอยู่นั่น
ในท่าอันเจนตาเจนใจ
กับ
รอยยิ้มอันแสนสดใสแสนอบอุ่นอ่อนโยน
เธอ..ทนไม่ได้ค่อยๆเดินแกมวิ่งและ
ถาโถมเข้าใส่เขาเหมือนเด็กเล็กๆ
ที่เขาก็กำลังอ้าแขนรอเวลาโอบรัด
กระชับร่างงามบอบบางนั้นด้วยความรักมากล้น
ให้ยอดดวงใจแสนรัก..
ทิ้งทอดร่างงามกอดรัดเขา
และ
พร่ำกระซิบจูบริมหูเบาๆ
และกับคำพูดที่แสนซึ้งซาบ
ที่ได้ยินกันเพียงสองคน
*น้องคิดถึงๆๆๆๆค่ะ*
*เช่นกัน*มากที่สุดเลยจ้า
พร้อมเค้าเคลียคางสากริมไรผม
และดอมดมพรมจูบแผ่วผิว
หากแสนหวานซึ้ง
จากใจที่หนักแน่นมั่นคง
เสมือน
ยามที่ภูผาปล่อยให้เมฆนวลเคล้าเคลียอย่างมิรู้เบื่อหน่าย
ให้เธอ..ได้คลายรู้สึกรักคิดถึง
จนกว่าจะหนำใจ
แล้วๆค่อยๆผละออกจากอ้อมอกอุ่นละมุนละไม
เมื่อเขาพยายามหมุนร่างเธอวนดูรอบๆ
ฝากทุกสายตาเอ็นดูผ่านมาชื่นชม
กับภาพแบบนี้
ในสนามบินที่ใครๆ
พากันเห็นกันจนชินตา
กับภาพอำลา...
หรือภาพรับขวัญประทับใจ
ที่สามารถเรียกน้ำตาได้
ทั้งผู้ที่กำลังจะจากไปจากไกล
และสำหรับผู้ที่มาเยือน
ที่คืนเรือนมาให้ครอบครัวได้รับขวัญอย่างพร้อมหน้า
จนกลายเป็นภาพแห่งความเคยชินธรรมดาๆ
และ
ที่ทุกคนมองมายังคู่เธอนั้น
เพราะ
ดูราวกับว่าพี่ชายกำลังพบหน้าน้องสาวก็มิปาน
ค่าที่ใบหน้านั้นละม้ายกัน
และงามละมุนใจทั้งคู่
กับความสุภาพที่แฝงอยู่ในเรือนร่างบึกบึน
อย่างสุภาพบรุษของพี่ชายคนดี
เธอยิ้มหวาน..เขายิ้มกว้าง
และ
ร่างใจราวกำลังหลมอละลายกันเป็นหนึ่งเดียว
เมื่อสบตากันฉ่ำชื่นชื่นใจ
และ
ราวกับโลกและฟ้าดิน
กำลังค่อยหยุดเคลื่อนไหวลงอย่างช้าๆ
ราวกำลังจะรอเวลาหยุดหมุนเอาใจช่วยอวยพร
เฝ้าดูปาฎิหารย์รักมหัศจรรย์แห่งรักนี้ที่รอคอย
ที่ยากยิ่งนักที่ผู้ใดจะเข้าใจ..
เขา...มีคนขับรถจิ๊ปคันใหญ่
มาให้เธอนั่งเป็นเจ้าหญิง
และ
ตลอดเวลาตลอดระยะทาง
ทั้งสองดวงใจ
จะนั่งเอนอิงพิงไหล่และ
เกาะกุมมือกัน
ราวจะใช้ใจถึงใจหลอมละลายแนบประกบ
ราวกับจะถ่ายทอดพลังแห่งหัวใจ
ที่แสนงดงามเปี่ยมแปร้
ด้วยความคิดถึงๆและคิดถึง
ที่ไม่จำเป็นต้องกล่าวคำใดออกมา
ต่างก็สบตากันและกันอย่างแสนซาบซึ้ง
ที่เป็นความรู้สึกงามล้ำดำดื่ม
นะภายในก้นบึ้งแห่งดวงวิญญาญ์
ตลอดเวลาตลอดทาง..
เธอ..ไม่มีคำถาม
เพียงเพียรพยายามใช้สายตาสำรวจเส้นทาง
ที่รถขับผ่านไป...ผ่านไป...อย่างไม่เร็วนัก
เสมือนจะให้เธอที่รัก
ได้ทอดทัศนาสิ่งแวดล้อมรายรอบ
ที่เริ่มจะชัดเจนขึ้น
ให้เธอ..เริ่มอึ้งงงงัน
และ
พลันในรายรอบสายตาเธอก็เริ่มชัดขึ้นๆ
ราวกับฝันไปในเวิ้งจินตนาการ...
เมื่อ..รถจอดสนิท
เขาบอกเธอให้หลับตาช้าๆ..
และบอกว่า..
อย่าลืมตาจนกว่าเขาจะบอก..
เธอ..ได้กลิ่นดวงดอกไม้บางชนิดที่ชั่วชีวิตนี้
ไม่มีวันที่เธอจะลืมเลือนจะจำไม่ได้..
*กลิ่นดวงดอกพุดซ้อนที่หวานหอมแสนเศร้า*
และ
ยิ่งยามนี้
ยามที่สนธยาใกล้ค่ำ
ก็ราวยิ่งอบอวลระรินร่ำ
ราวทำให้เธอตกอยู่ภวังค์ฝัน
ในดงดวงดอกไม้ไพรดอกไม้ในดวงใจในความฝัน
ที่เธอผูกพันมาตั้งแต่อ้อนแค่ออกแต่แรกเกิดก็ว่าได้
เขาบอกให้เธอค่อยๆลืมตาขึ้น..อย่างช้าๆ
และ
นั่น...!!!!!1
ตรงหน้า
ภาพในคลองตา
ที่เธอใช้คลองใจคลองจิตวิญญาณ
บ้านภายในใช้ใจดวงสวยใสสว่างกระจ่างสัมผัสงาม...
ในยามที่เธอตั้งใจต้องการรับรู้รับทราบ
กับทุกภาพยามชิดใกล้ยามได้อยู่ใกล้พี่ชายแสนรักคนดี
ที่เธอนี้..
อยากจะมีอยากจะเก็บทุกส่วนเสี้ยว
แห่งความทรงจำอันมักจะหวานหอมห่ม
ให้ห้องห้วงใจได้รับหวามไหวงดงาม
ในทุกยามกับกาลเวลาเนานานที่ผันผ่านฝากดี
และ
นั่น..!!
ราวสวรรค์ชลอ...ฟ้าประทาน..
ให้พลันปรากฎความงามแสนยิ่งใหญ่
ตรงหน้า...
ราวกับว่าเป็นวิมานแก้ววิมานทิพย์
ภาพกระท่อมในฝันในใจ
ที่โผล่พลันขึ้นมาในท่ามกลาง
สายหมอกรำไรในดงดวงดอกไม้ไทยสะพรั่งกลิ่น
ที่
หันไปทางไหน
มีแต่ดงดวงดอกพุด..สีขาวๆและสีขาว
ที่ออกดอกดกมากมาย
กำลังพรายพร่างกระจ่างใจ
ที่กำลังส่งกลิ่นประทิ่นระรินร่ำประโลมใจดวงเศร้า
ให้หยาดน้ำตาใสใส
ราวน้ำค้างแก้ววะวาววับจับจิตจับใจ
หล่อเลี้ยงในเรียวตา
รอเวลาเพียงละหลั่งรินรับ
กับงามประทับใจจนเกินกล่าว
ให้พี่ชายผู้แสนดีทนไม่ได้ต้องหันไปบอกว่า
คนดี..
อย่าร้องไห้..
พี่กำลังจะกระซิบเล่าอะไรให้ฟัง
เอียงหูมานะครับ
และสัญญานะครับคนดี..
ว่า..
น้องน้อยจะต้องหยุดร้องไห้เสียที
ก่อน
ที่พี่จะเล่าเรื่องราวทั้งสิ้นทั้งหมด
ที่ปรากฎแก่สายตาน้อง
นะบัดนี้นะนาทีนี้..!
ให้น้องน้อยได้รับทราบได้รับฟัง
อย่างหมดจดใจ
อย่างถอดใจ..นะครับสัญญา.*
น้ำตาเธอยิ่งพร่าพราว
เมื่อเขาเล่าเรื่องจบลง
และ
ทุกสิ่งฝัน
ได้ค่อยๆชัดเจนขึ้นให้เธอเพ่งพิศ
ด้วยดวงใจด้วยดวงตาด้วยน้ำตา
ที่เริ่มจะระรินไหลอีกคราหนึ่ง
อย่างมิรั้งรอมิอาจหยุดยั้ง
กับภาพ
ตรงหน้า..
ราว*สวนประหนึ่งฝัน*
ปานประดุจดั่งวิมานแก้ววิมานทิพย์
ดั่งสวรรค์เนรมิตร
สวนทิพย์สวนขวัญ
มากำนัลมามอบให้ด้วยมากเมตตา
วิมานดิน..กระท่อมทิพย์วิมาน
ที่งามล้ำเคียงหล้าเคียงใกล้ผืนน้ำโขง
ที่กำลังส่องแสงพรายพร่างงามระยับระยิบ
ดั่งมือนางฟ้าเพิ่งมาปรายโปรยเกร็ดเพชร
ลงในท้องน้ำเบื้องล่าง..ให้งามพรายอย่างหาที่ติไม่ได้
และนั่น
อาคารเป็นสไตล์ล้านนาท้องถิ่น จำลองมา
ให้ราวแยกเป็นสองส่วน
มีอาคารหลักราวแบบวิหาร
และ
มีอาคารเปิดโล่ง โปร่ง
เพื่อเปิดรับสายลมเย็นและกลิ่นไม้หอม
ดวงดอกไม้ป่าดวงดอกพุด
ที่กำลังล่งกลิ่นสะพรั่งรินอวลมาเป็นระยะๆ
กับสายลมหนาวในยามค่ำ
ที่ตะวันดวงโตสีไพล
กำลังค่อยๆผันดวงลงสู่ผืนน้ำอย่างละมุนละไม
อีกอาคารรองถัดมา
มีลักษณะเป็นศาลาบาตร
สำหรับรับรองแขก
ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวเป็นพิเศษ
เพราะ
มีเตียงสี่เสาและตั่งสำหรับนั่งเอกเขนก
มีหมอนขวานหมอนอิง
ที่ใช้ผ้าไหมหลากสีมาประดับตกแต่ง
แบบตะวันออก
อาคารและการก่ออิฐถือปูน
การใช้ไม้ในการปลูกสร้าง
เป็นการยืนยันเอกลักษน์ของสถาปัตยกรรมท้องถิ่น
ที่ดัดแปลงให้เข้ากับการใช้งานจริง
มีหน้าบันวิหารเก่าแบบล้านนา
เครื่องเรือนอื่นๆเช่นตู้ โต๊ะ ตั่งเตียง
ก้ล้วนแล้วแต่ใช้ช่างฝีมือพื้นถิ่นทำ
เพื่อรักษาวิถีภูมิปัญญาไทย
รวมทั้งงานศิลปะ
รูปสลักหินทุกทุกชิ้น
ที่สื่อแสดงความเป็นไทยโบราณ
ย้อนรอยอดีตอันงดงาม..แต่กาลก่อน
ที่วางประดับตามสวนในมุมต่างๆ
ที่นะบัดนี้
สายแสงเทียน
กำลังอวดแสงโชนจากทุกดวงโคมไผ่
ที่ซุกซ่อนไว้ตามสุมทุมพุ่มพฤกษ์
และ
กำลังถุกจุดขึ้นทำหน้าที่พร่างไสววะวูบวับ
รับล้อกับตุงผ้าฝีมือประดับไปรายรอบเรือน
และ
ที่แสนงามใจอย่างที่สุดคือ
มีชานเรือนไม้ที่ยื่นชิดออกไป
ให้คลอชิดใกล้สายน้ำโขง
ที่กำลังไหลระรินอย่างช้าๆ
มีลั่นทมหลากสี
ที่เคลียใกล้ชายคาแห่งรักแห่งฝัน
และ
ราวกับกำลัง
ได้ยินเสียงมหากาพย์ดนตรีแห่งพงไพร
และเสียงแห่งสายน้ำที่ราวกำลังร้องเพลงเห่ครวญ
ให้สุดหวนไห้ในดวงใจอย่างหวานเศร้าละมุน
ในท่ามกลางความสงบสงัด
และมีเสียงเรไร จั๊กจั่น
กำลังช่วยบรรเลงเพิ่มเติมตามต่อคลอใส
ด้วยเสียงหวานหวานหวาน
ในท่ามกลางนวลพรายสายแสงจันทร์
ที่กำลังลอยเลื่อนพ้นดงไม้รำไรๆ
ข้ามพ้นขอบโค้งภูเขามาอย่างช้าๆ
ในคืนหนาว
ที่ดาวกำลังระดะดวงเต็มอ้อมฟ้าอ้อมฝัน
ที่นางฟ้าได้มาปันโปรยหว่านหวาน
ให้ทั่วทั้งท่องนภาฟ้ากว้างราวมีทางช้างเผือก
ประดับประดา
กับทุ่งดวงดอกหญ้า
ทุ่งดอกไม้ป่าดอกไม้ไพร
กับเถาวัลย์ที่กำลังพันเลื้อย
ออดอ้อนกิ่งมะลิวัลย์
กับเสียงวิหคไพร
ที่กู่ก้องร้องเพลงหวานแสนหวานมาจากแมกไม้
กับมนต์หวานในม่านเมฆงามเงา
กับกลิ่นของความเป็นชนบท
และ
ที่สำคัญที่สุดคือกับความงดงาม
แห่งเนื้อใจของผู้อันเป็นที่รักภักดิ์พลี
ที่ได้มีโอกาสมาเคลียคลอพ้อฝันชิดใกล้กัน
............
ดวงดอกไม้พุดไพร..น้อยๆ
จึงค่อยๆหยุดร้องไห้
พร้อม
กับเอนอิงนั่งพิงลงในตักของพี่ชาย
พลางโน้มน้อมคอดอมดมพรมจูบไปทั่วทั้งใบหน้า
อย่างอ่อนหวานอ่อนโยน
อย่างละเมียดละมุนใจ
อย่างแสนขอบคุณแสนซึ้งใจ
ในน้ำใจอันแสนหนักแน่นยิ่งใหญ่
อย่างยากที่ผู้หญิงคนใดจะได้รับ
ที่
เธอแสนรักเอยแสนรักในกมล
เสียเป็นยิ่งนักแล้วนะยอดดวงใจของน้องน้อย
และพร้อมกันกับที่..พี่ชาย..แสนดีของเธอคนนั้น
ก็พลันค่อยๆจูบประทับรับขวัญ
ตอบกลับมา
ที่หน้าผากน้องน้อย
อย่าละมุนละม่อม
อย่างแสนรักแสนอ่อนโยนเฉกเช่นกัน
ให้ฟ้าดิน..สวรรค์พลันรับรู้
เพื่อโปรยพรให้กับทั้งสองดวงใจ..ที่ช่างแสนสุข...ล้ำ..
ในสวรรค์ไพรสวรรค์บนดิน
*ในกระท่อมพุดไพรในเวิ้งฝันนิรันดร์รัก..!!
************
รักข้ามขอบฟ้า ศรีไศล สุชาติวุฒิ
ขอบฟ้า เหนืออาณาใดกั้น
ใช่รักจะดั้น ยากกว่านก โบยบิน
รักข้ามแผ่นน้ำ รักข้าม แผ่นดิน
เมื่อความรักดิ้น ฟ้ายังสิ้นความกว้างไกล
ขอบฟ้า ทิ้งโค้งมาคลุมครอบ
อ้าแขนรายรอบโอบโลกไว้ ภายใน
เหมือนอ้อมกอดรัก แม้ได้ โอบใคร
ชาติภาษาไม่ สำคัญเท่าใจตรงกัน
รัก ข้ามขอบฟ้า รักคือ สื่อภาษาสวรรค์
อาจมีใจคนละดวง ต่างเก็บอยู่คนละทรวง
ไม่ห่วงถ้ามีสัมพันธ์
ขอบฟ้า แม้จะคนละฟาก
ห่างไกลกันมาก แต่ก็ฟ้าเดียวกัน
รักข้ามขอบฟ้า ข้ามมา ผูกพัน
ผูกใจรักมั่น สองดวงให้เป็นดวงเดียว
รัก ข้ามขอบฟ้า รักคือสื่อภาษาสวรรค์
อาจมีใจคนละดวง ต่างเก็บอยู่คนละทรวง
ไม่ห่วงถ้ามีสัมพันธ์
ขอบฟ้า แม้จะคนละฟาก
ห่างไกลกันมาก แต่ก็ฟ้าเดียวกัน
รักข้ามขอบฟ้า ข้ามมา ผูกพัน
ผูกใจรักมั่น สองดวงให้เป็นดวงเดียว...
เรียน คุณ....
เป็นเช้าวันเสาร์ที่ดิฉันมีความสุขมากค่ะ
ดิฉันฟังเพลงไปด้วย อ่านลำนำของคุณไปด้วย
ทำให้อยากรู้จักคุณแล้วล่ะคะ Have a nice day นะคะ
ราตรีนี้ยังยาวไกล
วิมานไพรวิมานดินวิมานขวัญ
ได้รับเกียรติอันวาบหวามใจ
อ่อนหวานอ่อนไหวซะไม่มี
เมื่อค่ำคืนนี้
จะมีพระเอกหนังไทย
หล่อสะท้านใจแวะมาเยือน
แสงไฟประดับพร่างพรายราวสายแสงเพชร
ระโยงระยางระย้าย้อยห้อยพวงพรูหะรูหะรา
ด้วยดวงไฟหลากสีสันทำจากกระดาษสา
ดวงน้อยน้อยห้อยไปตามสุมทุมพุ่มพฤกษ์
ที่ดูไฉไลราวจัดงานในราวไพรราวป่า
มากกว่าในวิมานกลางกรุงกรงหลงแสงสี.ก็มิปาน.
เทียนหอมส่วนหนึ่งนำมาลอยในโอ่งงาม
เคียงบัวบานและมวลดอกไม้นานาสีนานาพรรณ
ให้ลอยคลี่หวานๆฝันๆ
รอปันใจเจริดจรุงรับ..แขก
บางเทียนถูกจุด
จากโคมไม้ไผ่สานให้งาม
วับแวมพรายพร้อยแฝงสร้อยแสงสวยราวหิ่งห้อย
ซ่อนไว้ในแมกไม้ให้วอมแวมวับไหว
ล้อสายลมไหวอ่อนในยามค่ำระร่ำริน
มากับอวลกลิ่นดอกไม้ไทยรายรอบ
ให้หอมเสน่หาลุ่มลึก..ลึกลับประดับประดา..
กล้วยห้อยปลี สีม่วงระย้า น่ารักน่าชัง
ที่เจ้าของบ้านยังมิอยากตัดปลี หวังคืนนี้ให้งามแผก
ส้ม สีทอง ออออกลูกดกสะทกสะท้านไหวไปทุกกิ่ง
สวยจัดจ้าแจ่มแจร่มงามในกระถางใกล้ๆ
ให้อยากเด็ดอยากปลิดมาลองลิ้มชิมรส
ว่าจะปรากฏเปรี้ยวจิ๊ดหรือแอบซ่อนหวาน..ไว้
อมรเบิกฟ้า..
เบิกราตรีประดับดาวพราวพร่าง
ด้วยดวงดอกแอร่มแต้มหวานด้วยสีชมพู้ชมพู
พราวพรูหรูระยับ
ราวกลีบปากสาวเจ้าแรกแย้ม
คลี่รอรับหวานฉ่ำ
จากหยาดสายพรายพระจันทร์หวานพอกัน
แก้วตระการ..พากันผลิดอกบาน
ออกจากกระเปาะกระปุกเขียวเรียวใสเขียวไพล
เรียวละไมสะพรั่งกลิ่น
ที่คงอยากแย้มรอถวิลดู
พระเอกผู้กล้า
ที่แสนมากมีน้ำใจ
ผู้ยอมพลีร่างอุทิศกายใจเพื่อรับใช้สังคมนานมา
และ
ใจดวงนั้นนะบ้านภายใน
คงใสสวยราวมีแก้วกระจ่าง
สว่างโรจน์โชติช่วงชัชวาล คงตระการตาคงรอท่า
จะรินน้ำใจใสใส่ผู้คน
ที่ทนทุกข์บาดเจ็บจากอุบัติเหตุเภทภัย
ตามท้องถนน..ในทุกทิศทั่วไทยไกลใกล้
หมายมุ่งช่วยเหลือเจือจานหากผ่านพบเห็น...
ลั่นทม..ไม่ระทมใจแล้ว ในวันนี้
ด้วยนามงามเศร้านี้..ได้เปลี่ยนไปแล้ว เป็นชื่อลีลาวดี
ให้มากมีผู้เชื่อถือโชคลางต่างโล่งอกพออกพอใจ
ที่ราวกับชอบตัวกินไข่
ชอบดอกเกลียดใบ ยังไงยังงั้นเลยนะ
และ
ช่างกระไรที่ช่างน่าเศร้าใจ
ให้ดวงดอกไม้มารับระบายโชค
ที่จะโศกจะเศร้า จะร้าวจะราน
ก็ด้วยวันวานวันนี้
เราเองคือผู้ลิขิตชะตาโลกโชคชะตา..ใช่ใคร!
และ
สำหรับเจ้าของบ้าน
ต่อให้ระกำสักแค่ไหนก็จะไม่โทษใคร
ไม่โทษดวงชะตา
หรือว่ากอระกำมาตอกย้ำซ้ำเจ็บ
เท่าใจเราเองผู้กระทำ..กรรมก่อเกิดนะคนดี..
และโน่น
จำปีที่จำพรากจากลาต้น
หล่นเกลื่อนพื้นพร่างหอมทุกวัน
ราวจะให้สัจจธรรมใจ หากคิดไปให้ดีดี
และ
นะบัดนี้จะเป็นที่สถิตของนกเขาไพร
ที่พากันมาอาศัยไกวแกว่งกิ่งกอ
พ้อเพลงครวญหวนไห้แสนไพเราะหวานหวาน
ให้ใจเบิกบานทุกเช้าค่ำ
ร่ำระงม ราวนาฬิกาไพรนาฬิกาใจมาปลุกทุกอรุณรุ่ง
และนั่น
เจ้าดวงดอกพุดซ้อน
แอบซ่อนรักอ้อนอ่อนหวาน
ใต้ก้านกิ่งใบ
ไฉนไม่ยอมออกมาอวดดอกอรชรมาเว้าวอน
ว่าหอมละไมละม่อมหอมไกลหอมฟุ้ง
จะหวานจรัสจรุงหวานจัดสักปานไหน
ให้เจ้าของแสนภูมิใจว่าใครๆพากันขนานนาม
นิยามวิมานดินวิมานไพรว่าบ้านดวงดอกไม้หอมมมมมม...
ที่คงให้ความละมุนละม่อมใจ
ดีกว่าอาศัยคฤหาสน์หลังใหญ่
หากมีแต่กรวดหินดินทราย มากมายวัตถุ
พรรณามามากมายพรรณไม้แผกพันธุ์
ราวสวรรค์หอมหลอมละลายใจ
ที่เป็นดั่งเสน่หายาใจหวานม่านไพรพฤกษ์พง
ดงดวงดอกไม้
ที่พากันร่ายกลีบบางเบารับสายลมในยามค่ำ
เจ้าของบ้าน
ลืมหน้าหวานละออจะหม่นหมอง
เพราะต้องเตรียมจุดเตาถ่าน
เตรียมทำบาบีคิวอาหารทะเลสดๆ
ที่พระเอกจะนำมาจากร้านอันโอชารส
ที่เขาเปิดเป็นเจ้าของเอง..
เขาสัญญาว่าจะมาบรรเลงทุกอย่าง
ให้รับรสมือที่บรรลือฤทธิ์
หวังสถิตสะท้าน..ท้องเท่านั้นพอ
แต่ยังไงๆเจ้าของบ้านแสนงาม
ก็ต้องเตรียมถ่านก่อไฟใส่เตาไว้ให้จะได้สะดวกใช้
ประหยัดเวลา
จึงว่าแล้ว
เจ้าของบ้านผู้มักชอบสร้างวีรกรรม
จึงปลุกปล้ำสร้างวิสัยทัศน์ใหม่
ในการก่อไฟแบบน่าสยดสยองพองขน..นะบัดนั้น
พลันเธอก็เอาถ่านมาตั้งในซึ้งอลูมิเนียม
แล้ววางลงไปบนเตาแก๊สใหญ่เปิดไฟแรงร้อนทันที
ให้ลุกไหม้
โอ๊ะ..โอ๋..
แล้วฉากนี้ที่แสนน่าตกใจ
หรือว่ากันใหม่ก็แถมตลกน่าหัวเราะทีหลัง
พลันบังเกิด..ปรากฏการณ์
ให้ทุลักทุเลโอละเห่โอ้ละช้าให้น่าเสียวสยองขวัญ
เพราะความร้อนนั้น
ได้เผาไหม้ให้เกิดควันคละคลุ้งพุ่งโพลงน่ากลัว
อลูมิเนียมไหม้หมด
ถ่านตกลงไปในเตา
กลัวจะเป็นเชื้อเผาลุกไปถึงถังแก๊สให้ระเบิดเถิดเทิง
กระเจิงกระจุยไปทั้งบ้าน
นาทีนั้น
สาวหน้าหวานละออ
ก็ต้องทำทุกวิถีทางให้ไฟพร่างในเตา
หยุดโหม
จนลืมไปว่าตอนนี้นั้น
หน้าสวยละมุน
พลันกลายเป็นหน้ากาละแม..
มอมมอมแมวเหมียวไปชั่วพริบตา..ซะแล้ว
พ่อแก้วแม่ไกล..ไม่มีใครมาช่วยทัน
นอกจากนั้นฟ้าดินยังไม่นำพา
ส่งพระเอกหนังไทยหน้าหล่อมาทันได้เห็นหน้ามอมนั้น
จนพระเอกคงอดขันไม่ได้และกลั้นหัวเราะไม่อยู่
เฮ้อ..
นี่หรือฉากฝันสวรรค์หวาน..
ที่อุตส่าห์จัดบ้านวิมานรอรับ ช่างแสนน่า
ประทับใจเสียไม่มีนะฟ้าดินที่ช่างสิ้นไร้เมตตาปรานี
ฉากนี้..
มาคิดอีกทีก็ขำดีนะ
และคิดถึงคนดี
ที่เคยปรามาส
สาวเจ้า..ว่าคงจุดไฟไม่เป็น
และ
หุงข้าวคงเหม็นไหม้ไปสามบ้านแปดบ้านแน่ๆเลย
แค่ยังไงๆอย่าหัวเราะนะก็แค่อยากฝากบอกว่า
คนฉลาดมักพลาดพลั้งเรื่องเล็กแบบนี้แหละนะ
หาใช่ว่าจะทำไม่เป็นไม่
รู้ไว้ด้วย..นะจะขอบอก..ขอแก้ตัว..
เฮ้อเหนื่อยใจชะมัด
ถึงอย่างไรพระเอกก็อั้นยิ้มไว้
เนื่องจากชีวิตคงผ่านฉากร้ายๆ
แบบสเปเชี่ยลเอฟเฟคค์ระเบิดผิดพลาด
ให้หวาดเสียวใส่บ่อยๆอยู่แล้ว
และ
ยิ่งเรื่องล่าสุด
ที่แสดงเป็นกษัตริย์อินเดียในหนัง
ที่ต้องเน้นให้ช่างแต่งหน้าแต่งให้ดำเข้มคมหล่อสมเป็นแขก
เขาจึงทำใจได้
ไม่หัวเราะใส่นานให้หวานหาย
พยายามให้กำลังใจบอกให้ไปนั่งไกลไกล
รออ้าปากรับอร่อยอย่อยจากการปรนนิบัติอย่างเดียว
มิต้องทำมาแลเหลียว
มาสร้างวีรกรรมวีรเวรประหลาดฉลาดล้ำ
มามีน้ำใจช่วยอีกแล้วนะ
และ
คงอาจจะกลัวว่าขืนให้ย่างบาบีคิว
จะปิ๋วดำเหลือแต่ไม้เสียบให้กินแทนซีนะ..
อะฮ้า อะงั้น
ฉะนั้นจึงเป็นเช่นฉะนี้
อยู่ดีไม่ว่าดี
ที่
คืนฝันพระจันทร์หวาน
ฉากแสนโรมานซ์จึงผ่านม่านหมอกควันไฟ
พาให้ทุกดวงใจ
ได้บานเบิกด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ
มากมายตามมาแหละค่ะท่านผู้ชมท่านผู้อ่าน
และ
ทุกฉากหวาน
ที่ตระการแกล้มแต้มไปด้วย
ดวงดอกกุกลาบแดงกับไวน์ขาวรสดี
จึงมีอันหอมหวานปานปนกลิ่นอวลทะเลลึก
รู้สึกอวลอ่วนชวนให้ตลกๆกันถ้วนทั่วหน้า
และตามมาด้วยบทเพลงฝันปันกันร้องอึงอลค่ะ
และ
กระไรเลย
แทนที่ทุกฉาก
นางเอกจำเป็นจะได้เอนอิงพิงไหล่ละออ
พ้อคลออกพระเอกแสนหล่อล่ำบึ๊ก
และผลัดกันป้อนปรนอาหารผ่านแสงเทียนวาบหวาม
เคล้าเคลียนัวเนียใส่ปากกัน
มีอันให้เป็นฉากจริง
ที่ทิ้งโลกฝันอันวาบหวามใจไปไกลเกินกู่กลับค่ะ
เพราะว่า
พระเอกนั้นก็มัวแต่จ้องจะจับดูเวลา
ว่ากุ้งหอยปูปลา จะใช้เวลาพอดิบพอดี
ที่จะเคี้ยวมิเหนียวยานสักกี่นาที
แถมยังต้องเหลียวหน้าเหลียวหลัง
มาโขลกน้ำจิ้มรสแซบส์ แสบทรวง
ด้วยอยากโชว์ฝีมือให้พวกอ้าปากรอ
ได้ขอลองลิ้มชิมรสชาติ
สวาทหวามเลยหายหดค่ะ
และบางที
พระเอกคนดีคนหล่อก็ขอถลกแขนเสื้อขาว
และภาพน่าตกใจน่ารักน่าชังก็ตามมา
เมื่อพระเอกผู้กล้าคว้าตะกร้าหอย
แล้วแหวกกล้วยกอขอไปล้างๆๆๆที่ก๊อกน้ำริมสวน
ช่างเป็นฉากสวยเสียไม่มีในหนัง
ห้ามก็ไม่ฟัง ..แถมยังหันหน้ามาคลี่ยิ้มหล่อหัวเราะร่าเริง
กระซิบบอกเคล็ดลับว่า..หอยอร่อย
ก็เพราะต้องคอยแหวกกอกล้วยไปล้างนี่แหละอิอิ..อะฮ้า
และนี่
คือคืนแห่งความจริงสิ่งแสนดีวิเศษงาม
ที่ห่างจากนิยามโลกเซลลูลอยด์
โลกที่พระเอกจำต้องอ้อยสร้อย
ต้องแสดงแสร้งสบตาฉ่ำพร้อมคำรำพันรำพึงคะนึงหา
กับนวลนางเอกผ่านตากล้องส่องด้วยแสงไฟรายรอบทิศ
หากทว่า
ในค่ำคืนนี้เป็นคืนในชีวีชีวิตจริง
พระเอกกลับนิ่งงาม..ง่วนอวลกลิ่นวิญญาณกุ้งหอยปูปลา
หากทว่าหัวใจกลับใสหวานงามเสียยิ่งกว่า
และ
ทำให้น้ำในตาของทุกคนเอ่อล้น
เมื่อได้ยินกมลของพระเอกคนขายฝัน
พลันสารภาพด้วยน้ำเสียงซึ้งสะเทือน
*ผมรักและชอบจะมีชีวิตครอบครัวอบอุ่นแบบนี้
ในท่ามกลางคนที่รัก
พ่อ แม่ เพื่อนฝูงญาติมิตรสนิทใจไม่กี่คน
และอยากฝากชีวาชีวิตสถิตเนาไปตราบนานนิรันดร์..
และ
คืนฝันพระจันทร์หวานตระการ
ด้วยดวงดอกไม้หอมๆๆพร่าง
ก็พลันต้องถึงนาทีอำลา
พาจบสวยด้วยฉากจริงซึ่งซึ้งหรือไม่ซึ้ง
ขึ้นอยู่กับท่านผู้อ่านจะช่วยตัดสินใจนะคะ
ฉากจบนั้น
นางเอกจำเป็นตั้งใจร่ำลาแบบฝรั่ง
ด้วยดวงใจอันอ่อนโยน
หลังฟังมากเรื่องราวหลากรส
งดงามทุกนิยามชีวีชีวิตทั้งทุกข์สุข
ของลูกผู้ชายคนหนึ่ง
ที่รักกตัญญูผู้มีพระคุณใหญ่หลวงยิ่งนัก
และ
กับหลายตำนานชีวิตทั้งโศก
เศร้าสะเทือนและแสนน่าประเทืองประทับใจ
เป็นฉากชีวิตจริงอันยิ่งใหญ่ที่ทุกชีวิต
ต้องผ่านลิขิตพรหมลิขิตตนลิขิตฝันกันมาต่างๆนานา
หาใช่แต่เพียงชีวิตลูกผู้ชายพระเอกคนดีคนเดียวคนนี้ก็หาไม่
และนี่คือพระเอกในดวงใจ
ในโลกนี้ที่ราวโรงละคอนสอนใจอันใหญ่ยิ่งพอกัน
ให้เราท่านนั้นตระหนักว่า
สิ่งที่มนุษย์ทุกคนแสวงหา
คือค่าแห่งคำว่าครอบครัวและความรักจริงแท้
ที่สามารถแก้ปัญหาให้หัวใจ
มีพลังลุกขึ้นมาหยัดยืนฝืนทนสู้
จนกว่าดวงชีวาจะลาลับดับดวง
นางเอกในคืนฝันสวรรค์หวานพระจันทร์
จึงยอมถอดใจเทใจ
โอบกอดพระเอก
ด้วยหัวใจดวงใสงามที่แสนพิเศษพิสุทธิ์
ด้วยนิยมศรัทธา
ซึ่งคงมากค่าเหนือกว่าคำเสน่หาสวาทหวาม..เป็นไหนไหน
และมาตรแม้น
ในอ้อมกอดอ้อมใจนั้น
จะยังกรุ่นไปด้วยกลิ่นกุ้งหอยปูปลา
แทนน้ำหอมราคาแพง
ที่นางเอกคงจะจำจดรสชาติอ้อมกอดแบบทะเลทะเลสดสด
ราวปนปรุงรสชาติด้วยหยาดหยดน้ำจิ้มแสนอร่อยล้ำ
ที่จะมิมีวันลาเลือนลางลืมเลยทีเดียว!