GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

KM ที่รัก ตอนที่ 18 ทฤษฎีทันสมัยนิยม การเปลี่ยนผ่านของสังคมมนุษย์

ทฤษฎีทันสมัยนิยม

 จากการศึกษาเอกสาร (การบ้าน) ในเรื่องของทฤษฏี ที่มีความสำคัญและมีอิทธิพลเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่านของสังคมมนุษย์โลก อย่างมาก ทฤษฏีทันสมัยนิยม เกิดขึ้น หลังสงครามโลกครั้งที่2  ครับ  มีเหตุและปัจจัยหลายประการ เช่น

    1.ประเทศทางยุโรป สหรัฐอเมริกา อังกฤษ มีอำนาจละบทบาททางสังคมโลกมาก

    2.เกิดลัทธิคอมมูลขึ้นและแพร่หลายมากมายในเอเชีย

    3.มีประเทศเกิดใหม่มาก

     ด้วยเหตุนี้กลุ่มประเทศผู้มีอำนาจ จึงมีแนวคิดที่จะเร่งพัฒนา สร้างและคิดค้นรูปแบบการพัฒนา ศึกษาวิจัยเพื่อดึงเอา กลุ่มประเทศด้อยพัฒนา/ กำลังพัฒนา เหล่านี้มาเป็นพรรคพวกตัวเอง เพื่อจุดมุ่งหมายหลักคิดสกัด

รูปแบบแนวคิด การปกครองของระบบคอมมูลนีส และเผยแพร่ระบบประชาธิปไตย ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงมากมาย จากสังคมที่เป็นสังคมประเพณีนิยม มาเป็นสังคมแบบทันสมัยนิยม  ซึ่งสังคมแบบทันสมัยนิยม ได้รับการส่งผ่านและพัฒนาจากทฤษฏี 2 ทฤษฏีดังนี้

     1.ทฤษฏี วิวัฒนาการ

               เกิดตอนต้นศตวรรษที่ 19 หลังจากการปฏิวัติอุตสาหกรรม ฝรั่งเศส เป็นการเข้าสู่การใช้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสมัยใหม่ ให้การแข่งขัน ทางการค้าขายในตลาดโลก โดย ทฤษฏีวิวัฒนาการมีความเชื่อว่า

                   1.1 การเปลี่ยนแปลงทางสังคมพัฒนาแบบสายเดียว จากสังคมบุพกาล ไปสู่สังคมเจริญก้าวหน้า

              1.2 เชื่อว่าสุดท้ายแล้วสังคมมนุษย์จะเป็นสังคมที่ดี

                   1.3 การเปลี่ยนแปลงจะเป็นไปอย่างช้าๆ ตามขั้นตอน

       2.ทฤษฏี หน้าที่นิยม

                   เป็นความเชื่อของนักชีววิทยาที่มองสังคมของมนุษย์เสมือนสังคมแบคทีเรีย โดยมีความเชื่อว่า

                   2.1 สังคมมนุษย์มีส่วนปกครองย่อยมีความสัมพันธ์กัน อาศัยพึ่งพากัน ก่อให้เกิดองค์กรสถาบันต่างๆชองสังคม

                   2.2 สังคมย่อย หรือองค์กรต่างๆจะทำหน้าที่เพื่อให้สังคมโดยรวมพัฒนา และมั่นคงต่อไป ซึ่งหน้าที่ของสังคมน่าจะ 4 ข้อดังนี้

                            2.1.1 การปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อม(เศรษฐกิจ)

                            2.2.2 การปฏิบัติเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย (รัฐบาล)

                            2.2.3 การบูรณาการเชื่อมโยงสถาบันต่างๆเข้าด้วยกัน (องค์กรกฎหมายและศาสนา)

                            2.2.4 พลังภายใน ซึ่งเป็นแบบแผนวิวัฒนธรรมที่คนในสังคมยึดถือร่วมกัน

            3.สังคมมนุษย์จะต้องมีสภาวะความสมดุล  เพราะถ้าไม่สมดุล จะเกิดปัญหาความขัดแย้งมากมาย ซึ่งเราจะเห็นว่า สังคมประเพณีนิยม มีความจงรักภักดีต่อส่วนรวมมากกว่า และมาก่อนส่วนตัว แต่สังคมทันสมัยส่วนตัว เป็นสังคมที่มีความเป็นปัจเจกบุคคล เห็นผลประโยชน์ ส่วนตัวมากเป็นสำคัญมากกว่าส่วนรวม Parsons ได้เปรียบเทียบ สังคมประเพณีนิยม และสังคมทันสมัยนิยมไว้ด้วย

     สังคมประเพณีนิยม                                           สังคมทันสมัยนิยม

1.รู้จักกันเฉพาะตัว                                                          1.รู้จักกันแบบรวมๆส่วนมาก

2.มีการเจรจา แต่ไม่ค่อยมีลายลักษณ์อักษร                     2.ต้องมีหลักฐานและ ตรวจสอบถูกต้อง

3.จงรักภักดีต่อผลประโยชน์ของส่วนรวมก่อน              3.มีผลประโยชน์ส่วนตัว สำคัญ

4.การเสียสละเป็นหน้าที่ที่ต้องกระทำต่อสังคม                   4. มีการพัฒนาส่วนตัวมุ่งเอาชนะกัน

5.ประเมินความสามารถจาก ชาติกำเนิด                               5.ประเมินจากความสามารถ เฉพาะตัวในการแข่งขัน

                           การเกิดสังคมสมัยนิยม ทำให้มีผลหลายอย่างเช่น

     1.การเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างเกิดขึ้น ในอัตราที่ไม่เท่าเทียมกัน (คนอยู่ร่วมกัน แต่คนละสมัยนิยม)

     2.บรรทัดฐานใหม่ขัดแย้งกับบรรทัดฐานเก่า

     3.ความพยายาม เร่งด่วน เร่งรัดของรัฐที่จะให้มีการพัฒนา

 

     ทฤษฏีทันสมัยนิยม ได้รับการโต้แย้งจากนักวิชาการ ในกลุ่มประเทศที่ถูกกระทำ (ต้องพัฒนา/ บริหาร) มาก โดยมีข้อโต้แย้งที่สำคัญคือ

      1.ทฤษฏี ทันสมัยนิยมไม่ได้เอาบริบทด้านประวัติศาสตร์ของประเทศ พัฒนา แล้วมาพัฒนาด้วยเพราะรูปแบบตะวันตก ไม่สามารถนำมาใช้กับทุกประเทศ

       2.ไม่ตระหนักถึง ข้อเท็จจริงที่ว่าสังคม เศรษฐกิจแบบ ทวิลักษณ์ ทำให้เกิดการปฏิวัติเขียวคนทิ้งชนบทเข้าสู่เมือง

      3.เป็นความไร้ประสิทธิภาพในทางนโยบาย นั่นคือนโยบาย การพัฒนาแนวนี้ ทำให้ประชาชนรอคอยความช่วยเหลือจากผู้อื่น

                                        สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งสะท้อนการพัฒนาการของสังคมโลกของเรา ทำไห้เราได้มอง ในมุมมองมากขึ้น ครับ   

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 38816
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 1
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (1)

ขอบคุณมาก ๆ เลยครับ พี่พงษ์ ที่สรุปรายละเอียดมาให้อ่านอีกครั้ง ทำให้เข้าใจได้มากขึ้นครับ