KM อุปมา: ดอกไม้ปลายทาง กับ ดอกไม้รายทาง

Thawat
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

หลุมพรางอันหนึ่งจากประสบการณ์ของ  สคส.  ก็ คือ  เมื่อใดก็ตามที่หน่วยงานหรือองค์กร  ต้องการทำ KM  เพื่อให้ได้ทำ KM  แล้ว     ตรงนี้ ที่เรามองว่าเป็นหลุมพรางใหญ่และลึกมาก    เพราะหากมีฐานคิดอย่างนี้   แน่นอนการทำก็จะมุ่งไปที่เป้าหมายที่งอกมาใหม่    คนทำงานจะรู้สึกว่าเป็นภาระเพิ่มขึ้นแน่นอน

คำแนะนำจาก  สคส.  ก่อนจะเริ่มทำ KM  ก็จะถามเสมอว่า  "ท่านจะทำ KM เพื่อบรรลุอะไร?"   เพราะเราเชื่อว่า  KM เป็นแค่เครื่องมือที่จะไปช่วยให้การทำงานที่เรามุ่งหวังนั้นสำเร็จลงไปได้     ตรงที่บรรลุอะไรนี่หละ คือ   "ดอกไม้ปลายทาง"   เป้าหมายใหญ่  หรือธงใหญ่ที่เราวาดฝันว่าจะไปให้ถึง   KM  ก็คงเป็นเพียงเรือให้พายไปเด็ดดอกไม้ที่ปราถนาเอาไว้เท่านั้นเอง

แต่ KM  จะให้ความสำคัญที่การเรียนรู้ของคนในระดับปัจเจกด้วย   เปรียบเหมือนระหว่างทางของการทำงานจะเกิดความรู้มากมาย  เกิดขึ้นในขณะทำงาน   การเรียนรู้เหล่านี้แหละที่เรียกว่า  "ดอกไม้รายทาง"   เป็นดอกเล็กๆที่บานเต็มไปหมด  แต่คนมักจะมองข้าม  มุ่งแต่จะไปเด็ดดอกใหญ่ที่หมายปองไว้แต่ตอนแรก    การมุ่งทำเพื่อเป้าหมายใหญ่เพียงอย่างเดียวนั้น  จึงเปรียบเปรยเหมือนกับการที่เรามองข้าม ความรู้หน้างานเล็กๆที่งดงามด้วยกระบวนการสร้างความรู้ขึ้นมาใช้เองของมนุษย์  ซึ่งถือเป็นทุนสำคัญของหน่วยงาน  องค์กร  ชุมชน  ช่วยให้หน่วยงานมีชีวิตชีวาอยู่ได้   

ดอกไม้รายทาง จึงสำคัญมากในมุมมองของการเรียนรู้  โดยเฉพาะการเรียนรู้ของคนตัวเล็กๆหน้างาน  

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Learn Together



ความเห็น (4)

เขียนเมื่อ 

   เห็นด้วยกับบันทึกนี้ของคุณธวัชมากครับ

  • หากใช้KMเป็นเป้าหมาย ก็จะตกหลุมพลาง/หลงทาง หรือพบแต่ของปลอม
  • จากประสบการณ์ ดอกไม้รายทางมีมากและสำคัญๆ ทั้งนั้น ยิ่งทำจะยิ่งเห็นครับ เมื่อรวมกันก็จะเป็น"ดอกไม้ที่ปลายทาง"ได้เช่นกันครับ
เขียนเมื่อ 

บานสะพรั่งเรียงรายมีหลายดอก

คือบ่งบอกปัญญามหาศาล

รวมความคิดจิตใจใส่วิญญาณ

พร้อมเบ่งบานเพื่อวันพรุ่งจรุงใจ

    ร้อยดวงใจหลอมปัญญาพากันก้าว

    แม้เหน็บหนาวเหนื่อยหนักก็พักได้

    เพื่อดอกเดียวที่บานรอต่อหลักชัย

    เอื้อมคว้าไว้ให้ความรู้สู่ปวงชน

   

อาจารย์ธวัชเข้าใจเปรียบเทียบนะคะ ดีจัง

เป็นจริงอย่างคุณธวัชบันทึกไว้นะครับ  บางหน่วย/องค์กรทำเพื่อให้เป็นเป้าหมายปริมาณ