การเรียนรู้ประวัติความเป็นมาและรากเหง้าของตนเองจะทำให้เกิดความรัก ความภาคภูมิใจและเป็นพื้นฐานของการสร้างความรัก ความสามัคคีสู่ความเข้มแข็งของชุมชนและท้องถิ่น  และเด็ก ๆ ที่ค่ายฯนี้มีความสนใจเรื่องราวความเป็นมาของหมู่บ้านห้วยปลาหลดเป็นอย่างมาก  ทำให้พวกเราได้เรียนรู้ไปด้วยกัน

          ลาหู่เป็นชนเผ่าชาวเขาเผ่ามูเซอที่มีประวัติความเป็นมาน่าสนใจ  เมื่อวงสนทนาของพวกเราเจาะลึกเหมือนเป็นการสร้างร่องรอยของเราให้อยากรู้อยากเห็นมากเข้าไปเรื่อย ๆ เรายุติการสนทนาแต่ไม่ยุติวิธีการอยากรู้ของพวกเรา  โดยจะต้องมีผู้รู้ ผู้แก่ผู้เฒ่าที่สามารถถ่ายทอดได้

         พ่อเฒ่าช่างตีเหล็ก ปรากฏตัวขึ้นด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม  และนั่งลงใกล้ ๆเตาไฟสี่เหลี่ยมของบ้านจะสื่อผู้ใหญ่บ้านทางการ  และป้อนคำถามแรกว่า “จะถามเพื่อนำข้อมูลไปเผยแพร่ที่ไหนหรือลงสื่ออะไร

        “ถามเพื่ออยากรู้ความจริงของหมู่บ้านและถ่ายทอดให้เด็ก ๆ ที่นี่ได้รู้ครับผม”  หนานเกียรติรีบตอบอย่างหนักแน่น   ทันทีผู้ใหญ่จะสื่อและชัยรีบมานั่งลงใกล้ ๆ ล้อมวงรอบเตาไฟ เพื่อแปลความหมายของภาษาลาหู่ของพ่อเฒ่าให้พวกเราเข้าใจ  พ่อเฒ่าเล่าผ่านล่ามว่า “ชื่อปาดื่อ คีรีมาศอนุรักษ์  พร้อมกับส่งบัตรประชาชนให้หนานเกียรติดู ”  จึงได้ทราบว่าพ่อเฒ่ามีอายุ ๘๔ ปี  ต่อมามีปู่จารย์และหมอผีตามมาสมทบ  วงสนทนาเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ และทำให้เกี่ยวพันไปถึงทายาทของ ”จะเคาะ” ผู้บุกเบิกดินแดน “บ่าเลาะ” ลุ่มลำน้ำห้วยปลาหลด  จึงไปเชิญตัวมาร่วมเป็นผู้ให้ความรู้

          ชาวลาหู่ที่ย้ายถิ่นฐานมาอยู่ในพื้นที่จังหวัดตากนั้น   มาจากพื้นที่ อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ และจาก ดอยช้าง อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ครั้งแรกได้ตั้งถิ่นฐานอยู่ที่บริเวณบ้านอุ่มเปี้ยม อำเภออุ้มผาง จังหวัดและโยกย้ายเปลี่ยนทำกินไปที่บ้านแม่ละมุ้ง และบ้านหัวแม่ละเมา (ป่ากุ่ย) อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก

          ภายหลังสงครามโลกได้ ๒-๓ ปีชาวลาหู่ที่บ้านหัวแม่ละเมาจำนวนหนึ่งได้ย้ายไปที่หมู่บ้านมูเซอหลังเมือง อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ มีนายจะเข๊าะเป็นผู้นำกลุ่มชาวบ้าน   และอีกจำนวนหนึ่งมีนายตูบูป่า ได้นำไปอยู่ในพื้นที่ดอยมูเซอ อำเภอเมือง จังหวัดตาก ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ตั้งของสถานีทดลองพืชสวนดอย

ก้าวที่เติบใหญ่ของมูเซอ

          ชาวลาหู่ได้ย้ายเข้ามาตั้งบ้านเรือนในพื้นที่ดอยมูเซอมากขึ้น กระทั่งเป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่ มีประชากรกว่า ๑๕๐ หลังคาเรือน และแต่งตั้งให้นายตูบูป่าเป็นปู่จารย์อยู่ประมาณ  ๑๐ กว่าปี  นายตูบูป่าได้นำชาวบ้านจำนวนหนึ่งย้ายไปอยู่ที่บ้านมูเซอหลังเมือง อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ส่วนชาวบ้านที่เหลืออยู่ได้แยกออกเป็นสองกลุ่ม

          กลุ่มแรกมีนายจะแคะ เชื้อสายจีนฮ่อและลาหู่เฌเล พาชาวบ้านประมาณ ๕๐ ครอบครัว ไปตั้งบ้านเรือนที่บ้านเก่า หรือบ้านอุมยอม ตำบลแม่ท้อ อำเภอเมือง จังหวัดตาก ภายหลังนายจะแคะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นปู่จารย์

          กลุ่มที่สองมีนายกะส่า ได้นำชาวบ้านประมาณ ๓๐ ครอบครัว ไปตั้งบ้านเรือนที่บ้านมูเซอแสม (สะ-แหม) ปัจจุบันคือบริเวณริมเส้นทางสายตาก – แม่สอด ช่วงปากทางแยกเข้าอุทยานแห่งชาติตากสินมหาราช (บริเวณ ก.ม. ที่ ๒๕) โดยมีนายกะส่าเป็นปู่จารย์ และมีนายจะหา เป็นผู้ใหญ่บ้าน

          ชาวลาหู่บ้านมูเซอแสมตั้งถิ่นฐานอยู่ที่นี่ประมาณ ๘ ปี ได้ถูกทหารรับจ้างชาวจีนฮ่อทำหน้าที่คุ้มกันการสร้างถนนสายแม่สอด-อุ้มผาง และป้องกันการโจมตีของ ผกค. แล้วจะเดินทางกลับไปยังหมู่บ้านเดิมที่จังหวัดเชียงราย พวกจีนฮ่อเหล่านี้พบกับความขาดแคลนจึงเป็นเหตุที่ให้เข้ามาปล้นหมู่บ้าน   ได้มีการสู้รับระหว่างชาวลาหู่กับทหารรับจ้างชาวจีนฮ่อ  ซึ่งชาวลาหู่มีเพียงหน้าไม้เป็นอาวุธต่อสู่อย่างกล้าหาญโดยไม่มีผู้ใดถึงแก่ชีวิตจากการสู้รบ ส่วนเด็ก ผู้หญิงและคนเฒ่าคนแก่ต่างก็พากันหลบหนีเข้าป่าไป

          การเข้าของจีนฮ่อนั้น  ทำให้นายจะหาถูกทหารจีนฮ่อจับไปทรมานเพื่อบังคับให้บอกที่ซ่อนเงินแถบซึ่งเป็นทรัพย์สินที่มีค่าที่เก็บซุกซ่อนไว้ เมื่อทหารจีนฮ่อได้เสบียงและทรัพย์สินแล้วก็ปล่อยตัวนายจะหา จากนั้นก็ล่าถอยเดินทางต่อไป

          หลังจากชาวบ้านถูกปล้นแล้ว ก็อยู่ในภาวะที่ตระหนกตกใจ และเห็นว่าพื้นที่ตั้งหมู่บ้าน ณ ปัจจุบัน ไม่ปลอดภัย จึงพากันอพยพย้ายไปสมทบกับชาวลาหู่ที่บ้านเก่าหรือ บ้านอุมยอม ซึ่งชาวบ้านที่เคยอยู่ด้วยกันเมื่อย้ายเข้ามาตั้งบ้านเรือนในพื้นที่ดอยมูเซอในครั้งแรก  ขณะนั้นนายจะแคะยังทำหน้าที่เป็นปู่จารย์

หมายเหตุ : บันทึกฉบับนี้น้องหนานเกียรติมีต้นฉบับมาให้ต่อเติมค่ะ

                อ่านเพิ่มเติมได้จากที่นี่ค่ะ http://gotoknow.org/blog/kgeneral/382391