GotoKnow Camp ครั้งล่าสุดจัดที่บ้านห้วยปลาหลด หมู่บ้านชาวลาหู่เฌเล ตั้งอยู่ในพื้นที่ดอยมูเซอ ต.ด่านแม่ละเมา อ.แม่สอด จ.ตาก

     หมู่บ้านนี้แม้จะอยู่ไม่ไกลเมืองมากนัก คือห่างจากตัวเมืองราว ๔๐ ก.ม. แต่สภาพหมู่บ้านโดยรวมแล้วอาจเรียกว่าไกลปืนเที่ยงก็ย่อมได้ ระยะทางเข้าหมู่บ้านจากถนนลาดยางราว ๗ ก.ม. ตลอดเส้นทางเป็นทางดิน บางช่วงเป็นหินคลุกอัดแน่น บางช่วงเป็นหล่มโคลน ระยะสองสามปีมานี้ชาวบ้านช่วยกันปรับปรุงซ่อมแซมเส้นทางจนสามารถเดินทางเข้าออกหมู่บ้านได้สะดวกขึ้น สภาพดีถึงขั้นรถเก๋งสามารถคืบคลานเข้าสู่หมู่บ้านและกลับออกมาได้โดยไม่บุบสลายแม้แต่น้อย


VIOS ไปกลับได้ แม้ทุลักทุเล


ถ้าเป็นปิคอัพ...สะดวกสุด ๆ 

     ครัวเรือนทั้งหมดไม่มีไฟฟ้าใช้ มีเพียงแบตเตอรี่ที่สะสมพลังงานแสงอาทิตย์จากแผงโซลาเซล ที่ให้พลังงานเพียงแสงสว่างเท่านั้น ในฤดูร้อนที่แดดจัดจ้าพลังงานอาจจะพอให้ชมโทรทัศน์ได้สักสองสามชั่วโมง แน่นอนว่าชาวบ้านจำนวนไม่น้อยดูละครทีวีแบบเดียวกับที่คนเมืองดู แต่ไม่คลั่งไคล้เท่า

     ในหมู่บ้านมีเพียงโรงเรียนขยายโอกาส ที่เป็นหน่วยงานราชการที่ตั้งอยู่ภายใน ไม่มีหน่วยงานอื่นที่พึงมีเหมือนหมู่บ้านทั่วไปเข้าไปตั้ง ไม่ว่าจะเป็นสถานีอนามัย หรือหน่วยพัฒนาอื่น ๆ ของราชการ

     ที่หมู่บ้านห้วยปลาหลดมีสภาพเช่นนี้ เพราะหมู่บ้านนี้ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ชั้นคุณภาพลุ่มน้ำชั้น A1 ลุ่มน้ำย่อยห้วยปลาหลด ลุ่มน้ำสาขาแม่น้ำเมย ลุ่มน้ำหลักสาละวิน ซึ่งถูกขีดทับพื้นที่ทั้งหมดทั้งที่อยู่อาศัย ที่ทำมาหากิน ให้เป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติตากสินมหาราช หลังจากชาวบ้านโยกย้ายมาอยู่ที่นี่ก่อนหน้าหลายสิบปี มีความพยายามจะอพยพชาวบ้านออกจากพื้นที่ แต่ก็ไม่สำเร็จ หลังจากนั้นเป็นต้นมาหมู่บ้านห้วยปลาหลดจึงถูกจำกัดการพัฒนาทุกประการจากทางราชการ

     ชาวบ้านต้องพึ่งตัวเองทุกวิถีทาง เส้นทางเข้าออกหมู่บ้านก็ต้องมือร่วมใจกันซ่อมแซมบำรุงรักษา โรงเรียนในหมู่บ้านก็สร้างเองโดยอาศัยเมตตาจากพระป่าที่เข้ามาจำพรรษาในหมู่บ้านจัดหาญาติโยมผู้มีจิตศรัทธาบริจาคให้ เจ็บป่วยก็รักษากันเอง เป็นหนักจึงจะพากันไปส่งโรงพยาบาล ฯลฯ

     เพราะความลำบากยากแค้นของชาวบ้านที่นี่ การต่อสู้ดิ้นรนกับปัญหาอุปสรรคต่างต่างนานา น่าจะเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้ชุมชนนี้เข้มแข็งเมื่อเปรียบเทียบกับชุมชนทั่วไป

     ผมมีส่วนเกี่ยวข้องกับหมู่บ้านนี้อยู่พอสมควร...

     หลังจากชาวบ้านอพยพมาตั้งถิ่นฐานที่นี่ไม่กี่ปี ศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขา จ.ตาก ก็มาตั้งหน่วยพัฒนาเคลื่อนที่ในหมู่บ้าน และได้ส่งพ่อผมให้มาเป็นเจ้าหน้าที่ประจำหน่วย ทำหน้าที่คล้าย ๆ นักพัฒนา ทั้งสอนหนังสือไทยให้ลูกหลานชาวบ้าน ส่งเสริมอาชีพ ให้ความรู้ด้านสาธารณสุข แหะ แหะ ที่สำคัญคือการดึงมาเป็นแนวร่วม มิให้ไปฝักใฝ่ฝ่าย ผกค.

     เมื่อสมัยยังเด็กก่อนเข้าโรงเรียน ผมอาศัยอยู่ที่นี่หลายปี และเมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จเยี่ยมราษฎรที่บ้านห้วยปลาหลดพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอฯ เมื่อปี ๒๕๑๗ ผมก็อยู่ในหมู่บ้านด้วย พ่อมีโอกาสได้เข้าเฝ้าทุกพระองค์อย่างใกล้ชิด พ่อเล่าให้ฟังว่าพ่อประหม่าพูดไม่ออกตอบไม่ถูกเมื่อถูกซักถามจากในหลวงและพระราชินี พระองค์ก็รับสั่งว่าให้พูดธรรมดาก็ได้ พ่อบอกว่าเดินตามในหลวงขึ้นลงบ้านเรือนชาวบ้านหลายหลัง ชาวบ้านที่มีโอกาสเข้าเฝ้าในครั้งนั้นหลายคนยังมีชีวิตอยู่เล่าความประทับใจให้ผมฟังเมื่อไม่นานนี้

     พ่ออยู่ที่หมู่บ้านนี้เรื่อยมา จนกระทั่งถูกกดดันให้ย้ายออกจากพื้นที่ หลังจากที่แม่ ผมและน้อง ๆ ย้ายมาอยู่ในบ้านพักเจ้าหน้าที่ในศูนย์ฯ

     คราวนั้นอุทยานแห่งชาติต้นตะบากใหญ่ (ต่อมาเปลี่ยนเป็นตากสินมหาราช) มีความพยายามอพยพชาวบ้านออกไปอยู่นอกพื้นที่ เมื่อไม่สำเร็จเพราะชาวบ้านไม่ยอมอ่อนข้อ คราวนั้นพ่อผมอยู่ต่อสู้เคียงข้างกับชาวบ้าน แม่เล่าให้ฟังว่าพ่อถูกลอบยิงจากเหตุการณ์นี้ถึงสองครั้ง แต่เหตุการณ์นี้ก็มิใช่สาเหตุที่ทำให้พ่อย้ายออกมา สาเหตุที่ย้ายออกมาเพราะศูนย์ฯ ทนแรงกดดันไม่ได้ต้องยุบหน่วยพัฒนาเคลื่อนที่ในหมู่บ้าน

     ก่อนหน้าที่อุทยานฯ จะเข้ามากดดันให้ชาวบ้านย้ายออกนั้น ไล่เลี่ยกันพระป่ารูปหนึ่งธุดงค์ผ่านเข้าไปในหมู่บ้าน พ่อผมซึ่งทำงานอยู่ในหมู่บ้านได้นิมนต์ให้ท่านจำพรรษาที่นี่ พ่อผมกับชาวบ้านร่วมกันสร้างกุฏิไม้ไผ่เป็นที่พักสงฆ์ที่ชายหมู่บ้าน ต่อมาก็หาที่จัดตั้งเป็นสำนักสงฆ์ พระท่านก็อยู่จำพรรษาเรื่อยมา ต่อมาก็มีพระป่าแวะเวียนมาจำพรรษาอยู่ตลอดกระทั่งปัจจุบัน

     เมื่อสมัยที่ผมบวช พอพ้นพรรษาแรกซึ่งได้จำพรราอยู่ที่วัดในเมืองแล้ว ผมก็มาจำวัดอยู่ที่นี่ระยะหนึ่ง จำได้ว่าช่วงนี้ผมช่วยชาวบ้านขุดดิน ขนดินซ่อมเส้นทางเข้า-ออกหมู่บ้านเพื่อต้อนรับคณะญาติโยมที่จะมาทอดกฐินด้วย และอีกสองสามปีถัดมาเมื่อผมกลับมาจำพรรษาที่วัดในหมู่บ้านที่ดอยมูเซอ ผมก็ยังมีโอกาสได้นำชาวบ้านเดินทางมาร่วมเป็นแรงงานก่อสร้างอาคารเรียนด้วย

     ผมกลับมาหมู่บ้านนี้อีกคราวหลังจากลาสิกขาแล้ว ตอนนั้นมาในฐานะคณะทำงานรางวัลลูกโลกสีเขียวภาคเหนือ คราวนั้นผมเสนอหมู่บ้านนี้ให้เข้ารับรางวัลลูกโลกสีเขียว และเป็นคนทำข้อมูลนำเสนอจนหมู่บ้านห้วยปลาหลดได้รับรางวัล รางวัลนั้นทำให้ชาวบ้านพัฒนาขีดความสามารถในการจัดการป่าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แม้ว่าจะเป็นเสี้ยวเล็ก ๆ ในความสำเร็จของชาวบ้านแต่ก็เป็นความภาคภูมิใจไม่น้อย

     จนผมตัดสินใจกลับมาลงหลักปักฐานที่ดอยมูเซอบ้านเกิดเมืองนอน ผมก็ย้อนกลับไปที่หมู่บ้านนี้อีกครั้ง เพราะเพื่อนผม – จะพือ มงคลคีรี เป็นผู้ใหญ่บ้านที่นี่ เราพูดคุยกันถูกคอและร่วมงานกันมาตั้งแต่การทำข้อมูลเพื่อเสนอรับรางวัลลูกโลกสีเขียว มีกิจกรรมหลายอย่างที่ผมและจะพือทำร่วมกัน รวมทั้งแผนที่จะทำเยอะแยะมากมายในอนาคตอันใกล้นี้

     เล่ามาตั้งเยอะ ยังไม่เข้าเรื่องค่ายฯเลยครับ บันทึกหน้าจะเล่าให้ฟังว่าเป็นมายังไงจึงมาจัดค่ายฯ ที่นี่ครับ