สังคมเจริญเพราะหลักธรรม สังคมตกต่ำเพราะสูญธรรมจากสังคม
ได้มีโอกาสอ่านหนังสือ ธรรมะสำหรับคนทำงานทางสังคม โดย พระดุษฎี เมธงฺกุโร แล้วรู้สึกว่า น่าเลื่อมใส ศรัทธา คิดว่าคงเป็นประโยชน์ จึงคัดลอกมาบางส่วนเพื่อเผยแพร่ หลักธรรมย่อมนำมาซึ่งสังคมแห่งความสุข เป็นหน้าที่ทุกคนในสังคมต้อง ยึดมั่นไว้
การทำงานเพื่อสังคมเป็นงานยาก แต่มีความจำเป็นอีกทั้งยังมีเสน่ห์ชวนให้คนไม่น้อย ทำได้จนตลอดชีวิต แม้จะมีลาภยศสรรเสริญ หรือความสะดวกสบาย มาล่อให้เลิก ก็ไม่ยอมละวางจากงานอุดมคติเพื่อสังคมนี้ได้
ความยากของการทำงานสังคมให้มีความสุขและความสำเร็จอย่างยั่งยืนนั้น ต้องฝ่าฟันอุปสรรคหลายประการ อาทิ เช่น ค่าตอบแทนน้อย เพียงพออยู่ได้ อาจจะได้เพียงครึ่งหนึ่งของเอกชน ส่วนสวัสดิการหรือหลักประกันก็น้อยกว่าระบบราชการซึ่งมั่นคงกว่า หรือรวมทั้งยังเรียกร้องการอุทิศเวลามากแทบไม่มีวันหยุดหรือเวลาให้ครอบครัว งานที่ทำเป็นงานขัดผลประโยชน์ผู้มีอำนาจหวังกอบโกยเอาเปรียบ บางครั้งจึงถูกคุกคามและขัดขวางรังแก ต้องกล้าเสี่ยง ชาวบ้านที่เราทำงานด้วย บางครั้งก็ยังเห็นแก่ตัวมาก ไม่ร่วมมือช่วยเหลือกันและกัน หรือช่วยตัวเองเท่าที่ควร คนทำงานเองก็มักมีอัตตา หรือมานะทิฐิ จากที่ตนเองคิดว่าเป็นผู้เสียสละและเชื่อมั่นในตัวเองมากเกินไป ทำให้ใจแคบ ขาดความร่วมมือร่วมใจกัน ที่สำคัญคือ เมื่อการทำงานพบอุปสรรค ทางตัน ก็เกิดความท้อถอย บางพวกทำเพียงเพื่อคอยงานที่ดีกว่า จึงไม่ทุ่มเทเต็มที่
อย่างไรก็ดี งานอาสาสมัครเพื่อสังคมก็ยังมีผู้สนใจอย่างจริงใจ และพยายามทุ่มเทสติปัญญา กำลังใจ และความสามารถอย่างเต็มที่ เข้ามาทำงานอย่างไม่ขาดสาย เพราะได้รับผลดีมีคุณค่าทางใจหลายประการ กล่าวคือ
๑. งานสังคมไม่ค้ากำไร จึงมีความน่าชื่นใจจากผลงาน ความเป็นธรรมที่สร้างขึ้นเป็นกำลังหล่อเลี้ยงใจให้ทำงานต่อไป
๒. มีเพื่อนดีที่น่านับถือ ในคุณธรรม สามารถน่าบูชาความเสียสละและจริงใจ
๓. ได้พัฒนาความรู้ ความสามารถของตัวเอง เห็นข้อดีข้อด้อยและแก้ไขปัญหา ข้อจำกัดของตนเพื่อเป็นคนที่สมบูรณ์ขึ้น
๔. ได้พบเห็นความงดงามและแบบอย่างจากชาวบ้าน รากหญ้า ครูบาอาจารย์ ตลอดจนปูชนียบุคคลของสังคม เป็นมงคลชีวิต
๕. ไดฝึกฝนพุทธวิธี การทำงานคือการปฏิบัติธรรม ที่ท่าพุทธทาสสอน และเป็นพื้นฐานของการพัฒนาจิตขั้นสูงขึ้นไป
ด้วยเหตุนี้ แม้งานหนัก เงินน้อย และด้อยเกียรติอย่างที่สังคมยึดถือ กลุ่มอาสาสมัครก็ยังเลือกเดินเส้นทางนี้มากกว่าจะเลือก งานเบา เงินดี และมีเกียรติ แต่ไม่สู้มีประโยชน์หรือเกื้อกูลสังคมมากนัก ความเหนื่อยล้าจากงานที่ยุ่งยาก และงานเยอะที่ผู้ทำงานเพื่อสังคมเผชิญอยู่ หากได้อาศัยการฝึกอบรมปฏิบัติธรรม เพื่อรู้ว่าวิธีคลายเครียดด้วยตนเอง (ครองตน) รู้จักคน เข้าใจคน และสามารถปรับตัวทำงานด้วยกันได้ดี (ครองคน) และมีธรรมะเพื่อสร้างธรรมฉันทะ พละสี่ และพละห้า ในการทำงาน (ครองงาน) ก็น่าจะช่วยให้ผู้เข้าฝึกอบรมได้ประสบการณ์ วิธีการ และ มีหลักการไปปรับใช้ในการทำงานของตนได้พอสมควร โครงการทดลองปฏิบัติธรรมที่จัดขึ้นแต่ละครั้ง มีเนื้อหาตอบสนองความต้องการของผู้เข้าร่วมแต่ละคราวแตกต่างกันไป ที่สรุปความและนำมาเสนอในเล่มนี้ (ธรรมะสำหรับคนทำงานทางสังคม) ก็นับว่ามีประโยชน์บ้างควรลองพิจารณา
หมายเหตุ พระดุษฎี เมธงฺกุโร วัดทุ่งไผ่ หมู่ ๑๐ ตำบลบางหมาก อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร ๘๖๐๐๐
ด้วยความปรารถนาดีจาก
นายรักษ์ ปริกทอง
กลุ่มธรรมรักษ์
ตู้ ปณ.๑๒ ปณ.บางอ้อ กรุงเทพฯ ๑๐๗๐๐
มาอ่านธรรมะดีๆ ก่อนนอน นี่อาจจะเป็นอีกเหตุผลที่หลายๆ คนที่ทำงานภาคธุรกิจ เบนเข็มมาสู่งานองค์กรสังคม ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะ
ยินดีที่รู้จักคะ
ได้อ่านแล้วรู้สึกว่าตนเองขาดไปหลายข้อเช่นกัน แต่ขอให้เข้าใจไม่มีใครสมบูรณ์ไปทุกอย่าง แม้อาชีพครู(ครูที่มีวิชาชีพ) อย่างเรายังคิดอยู่ในใจ เมื่อไหร่จะรวยเหมือนคนอื่นวะทีอ คิดเหมือนกันถ้าเราเป็นครูอยู่อย่างนีไม่มีวันรวยแน่ เพราะอะไรในการทำงานทุกอย่างโรงเรียนมีให้นอกเหนือจากสิ่งก่อสร้างแล้วก็ชอล์ก นอกเหนือจากนี้ ครูควักและจ่ายหมด เพื่อให้กิจกรรมการสอนของตนเองสมบูรณ์ที่สุด เด็กๆที่นี่มาจากครอบครัวที่ยากจน ครอบครัวแตกแยก ปัญหาเยอะมากที่ครูคอยแก้ จึงสดุดคำพูดหนึ่งที่ว่า จึงทำงานเพียงเพื่อรองานที่ดีกว่า ไม่ทุ่มเท ตรงกับสภาพโรงเรียนดิฉันที่กำลังทำอยู่ เพราะเราคือ โรงเรียนเอกชนการกุศล