ดึกดื่นคืนเดียวดายเงียบสงบเช่นนี้ กล่อมเกลาความคิดคำนึงบางอย่างให้ผุดพรายขึ้น อย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนในช่วงแห่งภารกิจชีวิตอันยุ่งเหยิงพัวพันตามปกติ

เฝ้าไข้ใกล้แม่-2

โสภณ  เปียสนิท

...........................................


            ดึกดื่นคืนเดียวดายเงียบสงบเช่นนี้ กล่อมเกลาความคิดคำนึงบางอย่างให้ผุดพรายขึ้น อย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนในช่วงแห่งภารกิจชีวิตอันยุ่งเหยิงพัวพันตามปกติ

 

                หญิงคนหนึ่งเกิดที่บ้านลาดหญ้าชนบทห่างไกล แต่งงานกับชายหนุ่มล่องแพขายไม้จากหมู่บ้านท่ามะนาว อยู่ห่างไปด้านเหนือของลำแม่น้ำแควใหญ่ราว 15 กิโลเมตร ประคองชีวิตคู่เลี้ยงดูครอบครัว ก่อกำเนิดบุตร 12 คน โชคร้ายเสียชีวิตในวัยเด็ก 2 คน ดำรงชีพยาวนาน 10 คน เป็นบุตรชาย 8 คนบุตรหญิง 2 คน

 

                ผู้หญิงร่างเล็กคนนี้ทำงานเลี้ยงลูกเคียงข้างพ่อทุกอย่าง เลี้ยงดูลูก ส่งเสริมการศึกษา จัดงานออกเรือนให้ลูกชายหญิง แบ่งทรัพย์สินให้ ตามส่งเสียดูแลแม้ลูกทุกคนจะเติบโตจนทำงานเลี้ยงตนเองและครอบครัวได้แล้ว คงไม่มีแม่คนไหนที่ทำหน้าที่แม่ได้มากไปกว่านี้อีกแล้ว

 

                ถึงเวลานี้อายุของแม่ก้าวเข้าสู่วัยชราร่วงโรยไปตามวัฏจักรแห่งชีวิต การแก่ การเจ็บ การตาย ตามหลักแห่งอนิจจัง ไม่เที่ยงแท้ปรวนแปรเปลี่ยนแปลง ทุกขัง เป็นทุกข์ทนได้ยาก อนัตตา มิใช่ตัวตนยึดถือไม่ได้ไม่ตั้งอยู่นาน ลูกทุกคนจึงต้องกลับมาทำหน้าที่ของตนคือการตอบแทนคุณบุพการี (ผู้มีอุปการะก่อน)

 

                หลายปีหลัง ก่อนการล้มหมอนนอนเสื่อของแม่ในครั้งนี้ ผมคิดได้ว่า กระทำปฏิการะตอบแทนคุณแม่ของตัวเองนั้นยังน้อยเกินไป เพราะแม่ส่งผมไปบวชเป็นสามเณรเมื่ออายุสิบสี่ปี เพื่อศึกษาเล่าเรียน เกือบยี่สิบปีแห่งการศึกษาผมออกจากบ้านจึงไม่ได้แทนคุณแม่เท่าที่ควร อีกสิบกว่าปีก็เป็นช่วงแห่งการทำงานที่หัวหิน การแทนคุณแม่จึงอยู่ในระดับเดิม

 

                การแทนพระคุณแม่ด้วยวิธีการทางศาสนา จึงเป็นทางหนึ่งที่ผมเลือก โดยการโทรศัพท์ถึงแม่ ชวนพูดคุยแต่เรื่องของ “บุญ” ส่งเสริมในเรื่องของการทำทาน สมาทานศีล และการเจริญภาวนา จนแม่มีความเข้าใจเกี่ยวกับเส้นทางแห่งบุญได้มากกว่าเดิม สิ่งที่เน้นให้แม่ทำโดยสม่ำเสมอคือ การสวดมนต์ เพราะเชื่อในหลักว่า การสวดมนต์คือบันไดขั้นแรกของการทำใจให้สงบ

 

                การกระทำดังนี้ ช่วยลดปมด้อยในด้านการตอบแทนพระคุณแม่ได้บ้าง เพราะมีหลักการทางศาสนาว่า การตอบแทนคุณพ่อแม่ด้วยการเลี้ยงดูท่านทั้งสองอย่างดี ด้วยการทำงานแทนท่านทุกอย่างตลอดชีวิต ยังไม่เท่ากับการโน้มนำท่านสู่หลักการทางศาสนา ไม่เคยทำทานให้ทำทาน ไม่รักษาศีลให้รักษาศีล ไม่ภาวนาให้เจริญภาวนา ซึ่งถือว่าเป็นการตอบแทนคุณสูงสุด

 

                หากแม่ต้องมีการเวียนว่ายตายเกิดต่อไปอีก การที่แม่ยึดหลักแห่งทานศีลและภาวนาไว้ได้ หมายถึงว่า แม่มีหลักมีที่พึ่งติดตัวแม่ไปทุกชาติภพ อุ่นใจได้ว่าแม่ของผมจะมีเสบียงติดตัวตลอดการเดินทางข้ามห้วงโอฆะสังสารวัฏแห่งชาติภพอันยาวนานในอนาคต

 

                แม่เล่าในเช้าวันต่อมาว่า หลายคืนที่ผ่านมามักฝันถึงคนที่ตายไปแล้ว บางครั้งฝันว่าพ่อ ซึ่งถึงแก่กรรมไปกว่าสิบปีแล้วกลับมาเยี่ยม บางครั้งฝันเรื่องราวเก่าว่าเห็นพ่อกำลังล่องแพอยู่กลางลำน้ำแควใหญ่ บางครั้งฝันเห็นลูกสาวคนเล็กที่ล่วงลับไปแล้วเพราะโรคมะเร็ง บางครั้งฝันเห็นญาติคนอื่น ๆ ที่ล่วงลับไปแล้วทั้งนั้น นับเป็นเรื่องแปลกที่แม่ไม่อยากให้เกิด แม่บอกว่า “อยากฝันเห็นพระมากกว่า”

 

                สี่วันแห่งการเฝ้าไข้ ผมมองเห็นความจริงของชีวิตได้มากกว่าวันเวลาปกติ อาจเป็นเพราะแม่ผู้เป็นที่รักกำลังถูกวันเวลากลืนกินไปทีละน้อยต่อหน้าต่อตา อาจเป็นเพราะธุลีในดวงตาเบาบางลงเพราะได้มีเวลาอยู่นิ่งใคร่ครวญพิจารณาถึงว่า แม้ตัวผมเองก็กำลังเดินตามรอยเท้าแม่อยู่ไม่ห่างไกลนัก ความชราที่ค่อย ๆ รานรุกจนแม่ถ่อยร่นสู่มุมอับบนเตียงในโรงพยาบาล ความเจ็บไข้โรคร้ายนานาชนิดทำตัวเหมือนอันธพาลผลัดกันรุมโจมตีสังขารแม่ด้วยยุทธวิธีอันชาญฉลาด ไม่เร่งรัดแต่ค่อย ๆ กดดันจนแม่อาจต้องยอมจำนนอย่างหมดทางหลีกหนี

 

            สังขารของแม่จักทานทนต่อสู้กับอันธพาลสองคน ผู้มีชื่อว่า ความแก่ กับ ความเจ็บไข้ได้นานเท่าใด นั่นเหมือนมีดอันคมกล้าที่ค่อย ๆ เชือดเฉือนดวงใจทุกดวงของลูกให้เจ็บปวดร้าวรานตามวันเวลาที่ผ่านเลย วันลาจากกันในชาตินี้ กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ ไม่ถอยหนี แม้ว่าลูกทุกคนช่วยกันข่มขู่ไล่ตี หรือกราบกรานขอร้อง

 

                ในภาวะอันบีบคั้น ผมเตรียมเสบียงห่อสุดท้ายส่งให้แม่ บอกให้ท่านถือไว้ให้มั่น “แม่ครับ พระพุทธองค์สอนว่า สัตว์โลกเกิดเท่าใดตายเท่านั้น ต้นทางคือการเกิด การแก่และการเจ็บคือท่ามกลาง การตายคือปลายทางของทุกคน การเกิดเป็นความทุกข์ การเจ็บการตายก็เป็นทุกข์ เราจึงไม่ควรมาเกิดอีก ไม่ควรพอใจในการเกิดเป็นมนุษย์ เป็นเทวดา เป็นพรหม เราต้องการอย่างเดียวคือพระนิพพาน ท่องไว้เสมอครับแม่ว่า “นิพพานัง สุขัง”