เมื่อวานนี้  ครูอ้อยมีความรู้สึก ให้อภัย เสียใจและขอโทษ ตลอดทั้งวัน ตั้งแต่เช้า จนกระทั่ง เมื่อเช้านี้  เหตุการณ์ต่างๆที่ผ่านเข้ามาในชีวิต  เป็นเหมือนละครที่เป็นฉากๆไป 

ครูอ้อยสำรวจเหตุการณ์ สำรวจจิตใจ  เพ่งโทษตัวเองเสมอว่า.....ไม่น่าให้เกิดเรื่องเหล่านี้ได้  หากเรารอบคอบขึ้นสักนิด พิจารณาให้ดีขึ้นอีกสักหน่อย  และหัดทำอะไรด้วยการคิด.....เสียก่อน

*****

ท่านผู้อ่านคงต้องจะทราบแล้วใช่ไหมว่า เรื่องอะไร  ครูอ้อยคนหนึ่ง ที่ตั้งแต่อายุมากขึ้น จะชอบฟังเพื่อนๆเล่าเรื่องที่ไม่สบายใจและปลอบใจเธอเสมอ 

พอถึงเวลาเกิดขึ้นกับตัวเอง  กลับทันสมัยกว่าเพื่อน.....คือมาบ่นออนไลน์  อยากให้เพื่อนปลอบใจ  ฝึกการปลอบใจ  โดยไม่ผ่านเลยไป  การปลอบใจคนเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง  ที่ก้าวต่อไปคือ  การให้อภัย

*****

ครูอ้อยลืมหมายเลขโทรศัพท์ของน้องคนหนึ่งที่สัญญาว่า  เมื่อไปถึงสุพรรณบุรี  จะโทรศัพท์ไปหา  แต่ยังโชคดีที่ลงจากบ้านแล้วนึกออก  รีบโทร มาถามลูกสาว  ที่หมายเลขวางบนโต๊ะ อ่านให้แม่ฟัง แม่จดไว้  พอรถเดินทางไปเข้าเมืองสุพรรณบุรี  ครูอ้อยก็กดหาน้องทันที  แต่กลับเป็น.....ผู้ชายคนหนึ่งรับ และ ยืนยันว่า....เป็นหมายเลขของเขา

*****

พอรุ่งเช้า  ครูอ้อยมองไปที่หมายเลขโทรศัพท์ ที่วางอยู่ลงท้ายว่า.....509  แต่ลูกสาวบอกว่า....505  ครูอ้อยนึกเคืองลูกสาวว่า....อ่านเลขของแม่ก็ยังไม่ถูก 

ครูอ้อยบอกกับเธอก่อนออกจากบ้านว่า....บอกเลขแม่ก็ผิด 

เธอรีบตอบว่า.....อ๋อ ตัวสุดท้ายใช่ไหม  เธอพูดเหมือนกับว่า.....เธอไม่ผิด  แม่เขียนไม่ชัดเอง 

แต่ครูอ้อยคิดในใจว่า....เธอนั่นล่ะผิด เพราะ  ไม่บอกแม่ว่า อ่านไม่ชัด  น่าจะเป็น 5 หรือ 9 ทำไมไม่บอกแม่อย่างนี้ 

แต่ไม่รู้จะพูดทำไมเรื่องมันผ่านมาแล้ว  กลับมาตอนเย็น  ไม่เอาโทษเธอ  แต่จะบอกกับเธอว่า.....คราวหน้าต้องบอกทั้ง 2 เลข และต้องรู้จักตัวเลขของแม่มากกว่านี้  เพราะ แม่ยังรู้จักตัวเลขของลูกเลยว่า  เลข 5 และ 8 เธอเขียนผิดวิธีตั้งแต่เล็กจนบัดนี้

ขับรถมาโรงเรียนยังคิดมาตลอดทางว่า.....จะแก้ไขทักษะชีวิตของลูกอย่างไรดี

*****

ครูอ้อย เลยไม่ได้พูดโทรศัพท์ กับน้องสาว ที่สุพรรณบุรีเลย  ขออภัย ขอโทษ นะคะ น้องนงเยาว์