
(ภาพที่งามที่สุดที่ผมถ่ายในเดลี)
นับตั้งแต่ผมได้เขียนหนังสือ"อินเดีย ขุมทรัพย์ใต้กองขยะ" (ซีเอ็ดจัดจำหน่าย)ตั้งแต่ช่วงปลายปีที่แล้ว หนังสือได้รับการตอบรับที่ดี มีผู้อ่านอีเมล์มาหาเสมอๆ เพื่อให้ข้อคิดและความเห็น ซึ่งผมก็จะตอบกลับไปทุกคน
ส่วนใหญ่ผู้ที่อ่านหนังสือดังกล่าวบอกว่าทำให้มองอินเดียใหม่และอยากจะไปสำรวจอินเดียด้วยตนเอง ซึ่งผมก็ได้พบ 3-4 รายที่เดินทางไปสำรวจอินเดียเพื่อหาลู่ทางธุรกิจด้วยตนเอง ผมคิดว่าการมองอินเดียด้วยใจเป็นกลางจะเห็นอินเดียในมุมมองใหม่ อินเดียที่กำลังเปลี่ยนแปลง อินเดียที่สมควรได้รับการสนใจและเรียนรู้
แต่ในภาพรวม คนไทยที่สนใจอินเดียก็ยังนับว่ามีน้อยเพราะมีแต่ภาพในใจว่าอินเดียคือประเทศที่มีแต่ความยากจน สกปรก มีขอทาน ซึ่งเป็นภาพที่ผู้แสวงบุญชาวไทยส่วนใหญ่ได้เห็นในการไปสักการะสังเวชนียสถานทั้ง 4 แห่งคือพุทธคยา สารนาท กุสินาราและลุมพินี(ในเนปาล) ก็เผอิญพุทธคยาอยู่ในรัฐพิหารซึ่งเป็นรัฐที่ถือว่ายากจนที่สุด ก็เลยยิ่งทำให้คนไทยได้รับภาพแบบนั้น ในขณะที่รัฐที่เจริญแล้วไม่ว่าจะเป็นเดลีเมืองหลวง มุมไบเมืองธุรกิจสำคัญ เจนไน บังกาลอร์ ไฮเดอราบัดคนไทยส่วนใหญ่ไม่ได้ไปกันจึงไม่รู้ว่ามีความเจริญและทันสมัยไม่แพ้บ้านเราทีเดียว

(ความจนมิได้ทำให้ความงดงามตามธรรมชาติหายไป)
อย่างไรก็ดี แม้พิหารจะยากจนที่สุด แต่เท่าที่ผมได้ไปสัมผัสมาหลายครั้ง ก็พบว่า ยังมีความงามในความจนนั้นเหมือนกัน จึงขอนำภาพที่ถ่ายในเดลีและพิหารมาให้ชมกัน ดูว่าท่านจะเห็นความงามตามที่ผมเห็นหรือไม่ประการใด

(เด็กๆ เหล่านี้ยากจนมากแต่ยังมีรอยยิ้ม)

(ความงามของคนจนในรัฐพิหาร)
สำหรับผม อินเดียไม่ได้เป็นเพียงดินแดนเหลือเชื่อเท่านั้นแต่อัศจรรย์ด้วย
สวัสดีค่ะท่าน
แม้ในความยากจน ยังปรากฏสิ่งที่สวยงาม เฉกเช่นในพิหารค่ะ
ชอบภาพที่หนึ่งมากๆเลยค่ะ ภาพหญิงสาวยืนเห็นแต่ด้านหลัง.
ในรูปโฟกัสใหญ่อยู่ที่ตัวหญิงสาวคนยืน ดูเด่นดี แต่สิ่งที่ทำให้ได้อารมณ์คือที่มีคนนั่งแล้วมองขึ้นไป ทำให้อยากรู้ว่าคนที่นั่งแล้วมองขึ้นไปที่หญิงสาวเขากำลังคิดอะไรหรือหญิงสาวคนยืนได้พูดอะไรกับคนที่นั่งอยู่?
ชอบมากค่ะ สวยทุกภาพ
สวัสดีคะอาจารย์
พบขุมทรัพย์ในโลกกว้าง ณ ที่นี่เอง จะขอติดตามอ่านนะคะ
ส่วนหนังสือจะไปหาซื้ออ่านคะ
อยากให้อาจารย์เขียนเรื่องท่องป่าดงดิบอะเมซอนจังเลยคะ
ที่ผ่านมาไม่เห็นมีทัวร์ท่องเที่ยวไทยไหนจัดไปเที่ยวเลยนะคะ
ขอบคุณมากคะ
สวัสดีค่ะท่านเอกฯ
งดงามยิ่งค่ะ โดยเฉพาะภาพแรก ยังยืนยันเช่นเดิม อินเดีย คือเส้นทางสายฝันอันดับหนึ่งในใจ ... มนต์เสน่ห์ ของ เอกภาพท่ามกลางความหลากหลาย ขอบพระคุณค่ะ
คุณมาตายีครับ
ถ้ามองด้วยใจนะครับ จะเห็นเยอะกว่ามองด้วยตาอย่างเดียว
เพราะจะเห็นเพื่อนมนุษย์ด้วยกันครับ
ขอบคุณที่แวะมาทักทายกันครับ
น้าจ้าครับ
เช่นกันครับ ภาพที่หนึ่ง หากจะเรียนว่านี่คือความงามในความจนโดยแท้เพราะทั้งสองคนเธอเป็น"ผู้ขอ(ทาน)" ครับ สิ่งหนึ่งที่ผมเห็นเกี่ยวกับวรรณะในอินเดียคือ ไม่ว่าจะอยู่ในวรรณะใดก็ตาม ก็มีความสุขในระดับของเขา เช่นสตรี แม้จะอยู่ในวรรณะต่ำ ก็รู้จักประดับแต่งกายด้วยเครื่องประดับในระดับของเขา
ภาพนี้ได้โดยบังเอิญ ถ้าจะให้เขียนบทก็คงเป็นทำนอง "วันนี้เราได้เงินกันเท่าไหร่" คนที่นั่งขอถามคนที่ยืน คนที่ยืนก็อาชีพเดียวกัน แต่งตัวตามใจปรารถนาของเขา แต่สำหรับผมกลับเห็นความงามครับ
เป็นภาพที่ผมชอบมากที่สุด นี่คือชีวิตจริง ณ ตลาดพื้นบ้านแห่งหนึ่งในนครเดลีครับ
ขอบคุณที่แวะมาทักทายกันเช่นเคยครับ
คุณแก้วครับ
ขอบคุณครับที่แวะมาทักทายกัน นางแบบและนายแบบของผมคือคนจนทั้งนั้นครับ ถ่ายจากชีวิตจริงในอินเดีย
คุณดอกแก้วครับ
ขอบคุณครับที่แวะมาทักทายกัน
แหม แค่อินเดียก็มีอะไรให้ผจญภัยสุดจะพรรณาแล้ว ถ้าเป้นป่าดิบอะเมซอนคงจะน่าตื่นเต้นกว่านี้
คุณ Poo ครับ
ภาพแรก ผมจัดว่าเป้นภาพที่ดีที่สุดของผมที่ถ่ายได้ในอินเดีย คือชีวิตจริงของ"ผู้ขอ(ทาน)" ที่มีอยู่ เขามีหน้าที่ขอ คนที่ถูกขอก็มีหน้าที่พิจารณาว่าจะให้หรือไม่ เป็นทางเลือกของชีวิตคนครับ
ขอบคุณที่แวะมาทักทายกันครับ
สวัสดีคะ
เห็นด้วยอย่างยิ่งในรายละเอียดของบทความ ตอนที่เป็นเด็ก เคยอยากไปเรียนหนังสือที่อินเดียมากคะ เพราะสำเนียงภาษาอังกฤษ ฟังแล้วจัดเจนมาก อันที่จริง ความงามของผู้หญิง แม้นไม่ต้องปรุงแต่งด้วยเครื่องประดับอาภรณ์ชิ้นใด ๆ เลย ก็งามอยู่แล้วในตัวตน ความงามที่มาจากส่วนลึกของจิตใจ แววตาที่สื่อให้เห็นถึงมิตรภาพ ไม่มีเรื่องใดแอบแฝงภายใน แววตาคู่นั้นสื่อให้สัมผัสได้ถึงความบริสุทธ์ิใจ ใส ซื่อ ความอ่อนหวานในตัวตน จิตใจที่ดีงามเต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง พร้อมที่จะช่วยเหลือผู้คนโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน และด้วยความเป็นแม่ก็พร้อมที่จะปกป้องลูกน้อยโดยไม่ลังเล เสียสละเพื่อคนรัก อีกมากมาย ไม่ว่าผู้หญิงคนนั้นจะเป็นหญิงชาติใด ผู้หญิงก็....ยังน่าค้นหา....จริง ๆ เลยนะคะ
คุณ miss phatpanich eve timsakul
สวัสดีครับ ขอบคุณที่แวะมาทักทายกัน
ภาพสุดท้ายเป็นภาพที่ผมชอบมากเช่นกัน ผู้แสวงบุญชาวไทยที่ไปทัวร์สังเวชนียสถานหากไปเป็นกลุ่มใหญ่ มักจะไปบริจาคทานให้กับคนจนที่นั่น โดยใช้วัดไทยเป็นที่บริจาคทาน ก็จะมีคนยากคนจน ชาวบ้านมารับทานกันมากมาย
ดูเผินๆ ก็เหมือนไม่มีอะไรน่าสนใจ ผู้หญิงกับเด็กก็นั่งกับพื้นข้างหนึ่ง ผุ้ชายก็นั่งอีกข้างหนึ่ง ถึงเวลาก็ลุกขึ้นไปรับของบริจากจากผุ้ใจบุญชาวไทย มีทั้งข้าวสาร ของแห้งและผ้าห่ม เป็นต้น
น่าแปลกที่ผมเห็นคนจนแต่ในแววตาของหลายๆ คนมีประกายและมีความหวังมาก จะบอกว่ามีความสุข ก็คงบอกได้ไม่เต็มปาก เพราะความสุขในความหมายของเราอาจต่างกับของเขา
ดูคนจนแล้วกลับทำให้เรามีกำลังใจในชีวิต ว่าไม่ว่าจะอยู่ในฐานะใด ก็มีความสุข มีความหวังในชีวิตได้และนี่คือความงามที่ผมเห็นในคนจนที่พิหารครับ
สวัสดีค่ะท่าน
ครูตาอ่านข้อความทั้งหมด ดูรูปกลับไปกลับมา มองเห็นความงามตามอัตภาพของแต่ละคนค่ะ
สวัสดีค่ะ
เห็นรูปแล้วอยากไปเที่ยว อยากไปสัมผัสกับคนท้องถิ่นแถวนั้นจริง ๆ ค่ะ เพราะ ดูในรูปแล้วนอกจากผู้คนที่ดูมีความสุข ยังมีธรรมชาติที่ดูสดชื่นมาก ชอบภาพผู้หญิงห่มผ้า มีหมอก เหมือนกองฟางหรือเปล่าอยู่ตรงข้าม สวยค่ะ
จ๋าอยู่มุมใบค่ะ ตามสามีซึ่งมาทำงานที่นี่ เจอแต่รถติดกับสลัมซึ่งมีเยอะมาก บางครั้งนั่งรถออกไปเจอภาพที่ไม่อยากจะคิดว่าได้เห็นก็ได้เห็นที่นี่
แม่ขอทานทิ้งลูกลงบนถนนที่มีน้ำแฉะ เด็กประมาณขวบเดียวไม่ใส่เสื้อผ้าร้องให้แทบเท้าแม่ สลดนะคะ เพราะเราก็เป็นแม่เหมือนกัน แต่ลูกเรากับลูกเค้า ความเป็นอยู่แตกต่างกันมาก ๆ อยากช่วย แต่ก็ไม่รู้จะช่วยยังไง
หวังว่าวันนึงคงได้ มีโอกาศไปเที่ยว ไปดูธรรมชาติ ผู้คน แบบในรูปบ้าง ถึงแม้จะดูยากจนแต่ก็ดูมีความสุข ต่างจากที่เห็นทุกวันที่มุมใบที่ผู้คนดูชุลมุลวุ่นวาย เร่งรีบกันไปหมด หน้าตาก็ไม่ได้แต้มด้วยความสุขแบบในรูปเลยค่ะ
ครูตา ลป. ครับ
ใช่ครับ ต้องดูดีๆ จึงจะเห็นความงามในความธรรมดาหรือในความที่ไม่น่าดูนั้น
นี่คืออินเดีย
คุณจ๋า
มุมไบเป็นเมืองที่เห็นความแตกต่างยิ่งชัดเจนมาก เรียกว่าขาวกับดำ
แต่ก็อย่างว่าครับ สีที่ยิ่งขาว ก็ทำให้ยิ่งดำ และสีที่ยิ่งดำก้ทำให้ยิ่งขาว
ต้องมองด้วยใจ มองด้วยสติ ในทุกดำจะมีขาวแฝงอยู่ ทุกขาวก็จะมีดำซ่อนอยู่
ในเดลี หลายๆ ย่าน ก็มีภาพดังที่ว่าครับ ไม่ต่างกัน สิ่งเหล่านี้คือชีวิตจริงของมนุษย์ เราดูแล้วก็พยายามหาประโยชน์จากภาพดังกล่าว ให้ได้ข้อคิด ข้อเตือนใจดีๆ ทั้งนี้ ในโลกนี้ไม่มีอะไรใหญ่กว่ากรรม
ลองเปิดบันทึกและนำเรื่องและภาพจากมุมไบมาฝากกันบ้างนะครับ
สวัดดีค่ะ
จากที่ได้เห็นรูปจากท่านแล้วจ๋าเลยอยากมองอินเดียในมุมอื่นบ้าง
ยอมรับค่ะว่าก่อนหน้าที่จะมาอินเดีย ความรู้สึกด้านลบมีมากกว่าค่ะ
วันนี้เป็นวันที่มองอินเดียในด้านบวกค่ะ และมองเห็นวามสวยงามของอินเดียแล้วล่ะค่ะ และก็รู้สึกดีมาก ๆ กับสิ่งที่เห็น
วันนี้เป็นวันประกาศเอกราช หรือวันชาติของอินเดียใช่ใหมคะ
จ๋าออกไปเที่ยวข้างนอกมาค่ะ เห็นคนที่นี่แต่งกายสวยงาม ออกมาเดินเที่ยว กันเยอะค่ะ แต่ที่ประทับใจ คงเป็นคุณลุงคนนี้ล่ะค่ะ แกปั่นจักรยานตากแดดร้อน ๆ อย่างมีความสุข แล้วก็ไม่ลืมฉลองวันชาติด้วยการติดธงชาติไว้ที่จักรยานด้วย
แต่พอมองออกไปทางหน้าต่างอีกด้านของรถ ก็เห็นคนรวยที่นี่ นั่งรถหรู แต่ไม่มีสิ่งใดบ่งบอกว่าวันนี้เป็นวันชาติของเค้าเลยค่ะ กลับกันกับรถแท๊กซี่ แล้วก็รถ (เหมือนตุ๊ก ตุ๊กบ้านเรา) จ๋าไม่รู้เค้าเรียกว่าอะไร ประดับธงกันเกือบทุกคัน คนขับก็มีเข็มกลัดรูปธงชาติติดเสื้อกัน คือเป็นความแตกต่างกันชัดเจนมากเลยค่ะ
จ๋าจะลองบันทึกดูนะคะ แต่ไม่รู้จะทำได้ขนาดใหน เพราะเป็นคนที่มองอะไรแค่ผิวเผิน ถ้าไม่มีคนมาสะกิดก็ไม่ได้หันไปมองให้ลึกซึ้ง
รูปที่เห็นจ๋าถ่ายตอนรถกำลังวิ่งค่ะ เกือบไม่ทันเหมือนกันมัวแต่มองเพลิน
คุณจ๋า
ใช่ครับ วันนี้เป็นวันประกาศเอกราชของอินเดีย มีการฉลองกันทั่วประเทศ เป็นปีที่ 64 แล้วครับ
ประวัติศาสตร์อินเดียช่วงก่อนและหลังได้เอกราชผ่านปัญหามากมาย แต่ก็สามารถอยู่มาได้อย่างมีศักดิ์ศรีและน่าภูมิใจ เป็นประเทศที่มีความแตกต่าง มีความหลากหลายมากมายแต่น่าประหลาดก็สามารถรวมอยู่ด้วยกันได้
คนรวยและคนจนสามารถอยู่ร่วมด้วยกันได้แม้จะมีวิถีชีวิตที่แตกต่างกัน เป็นความต่างกันที่ทำให้เราได้เรียนรู้มากมายครับ
หากจะลองบันทึกดู จะดีกว่าที่จะสมัครเป็นสมาชิกครับ ง่ายและสะดวก แต่ก็ต้องเรียนรู้วิธีการต่างๆ เหมือนกัน แต่ไม่ยากครับ
สำหรับผม การให้ความรู้ที่เรามี ถือเป็นการทำบุญอย่างหนึ่งครับ คือการเผื่อแผ่สิ่งที่เรารู้ ซึ่งอาจเป็นประโยชน์กับผู้อื่น
โชคดีครับ
ลงรูปไม่ได้ค่ะ ไม่รู้ทำไม
คุณจ๋า
ต้องเป็นสมาชิกและเรียนรู้วิธีใช้นิดหน่อยครับ
http://gotoknow.org/blog/tutorial4u