GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

การวิจัยสมุนไพร

บันทึกการเดินทางเพื่อสร้างความร่วมมือด้านวิชาการและการวิจัย ระหว่างหน่วยงานวิชาการมณฑลยูนนาน ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนและสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)

การวิจัยสมุนไพร 

ทีม สกว. เดินทางไปแสวงหาความร่วมมือด้านการวิจัยสมุนไพร    มีบันทึกรายงานที่น่าสนใจ    จึงขออนุญาตนำมาเผยแพร่

บันทึกการเดินทางเพื่อสร้างความร่วมมือด้านวิชาการและการวิจัย  ระหว่างหน่วยงานวิชาการมณฑลยูนนาน ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนและสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)  ระหว่างวันที่ 7 - 14  พฤษภาคม  พ.ศ. 2549  นครคุนหมิง  แชงกริล่า  ลี่เจียงและสิบสองปันนา  มณฑลยูนนาน  ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน***************************************************            ประเทศจีน เป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน มีภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ได้สะสมไว้มาก ณ ปัจจุบันประเทศจีนมีรายได้จากการส่งออกสินค้าสูงมากเนื่องจากมีค่าต้นทุนการผลิตต่ำทำให้รัฐบาลจีนมีรายได้มากซึ่งได้ทุ่มให้มีการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีอย่างรวดเร็วเพื่อให้เกิดเทคโนโลยีและนวตกรรมใหม่ที่จะทำให้ขีดความสามารถในการแข่งขันของจีนเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด สิ่งที่เป็นที่น่าจับตามองคือ การผสมผสานของความรู้ ท้องถิ่นและความรู้สมัยใหม่" เข้าด้วยกันได้อย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านของการพัฒนายาและการรักษาโรค ซึ่งต้องนำเอาวัฒนธรรม วิถีชีวิต ความเชื่อ และความเป็นอยู่ ของชนพื้นเมืองเป็นตัวตั้ง มณฑลยูนนาน เป็นมณฑลที่ใกล้ชิดกับประเทศไทยมาก และนับว่ามีลักษณะทางภูมิศาสตร์ที่คล้ายคลึงกับประเทศไทยตอนบน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มีภูมิอากาศร้อนชื้นที่สุดในประเทศจีน และนำไปสู่ความอุดมสมบูรณ์ด้านความหลากหลายทางชีวภาพ การเดินทางเพื่อสร้างความร่วมมือด้านวิชาการและการวิจัยของคณะผู้แทนจาก สกว. ในครั้งนี้ จึงมีวัตถุประสงค์ที่จะไปรู้เขาประกอบกับการรู้เราและน่าจะส่งเสริมให้เกิดก้าวใหม่ของการทำการวิจัยแบบมุ่งเป้า ซึ่งเราปฏิเสธไม่ได้ว่าประเทศจีนจะเป็นประเทศมหาอำนาจที่มีความเจริญและอิทธิพลอย่างมาก  จึงจำเป็นต้องเร่งสร้างความร่วมมือด้านการวิจัยและวิชาการระหว่างไทย-จีนให้มีความก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น              คณะผู้แทนจาก สกว. ประกอบด้วย 1)                   ศ.ดร.วิชัย บุญแสง  ผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ สกว.2)                   ศ.ดร.ประเสริฐ โศภน ที่ปรึกษาพิเศษฝ่ายวิชาการ สกว.3)                   ศ.ดร. อภิชาต  สุขสำราญ  ที่ปรึกษาชุดโครงการสมุนไพร ยารักษาโรค สารเสริมสุขภาพและสารสำหรับการผลิตอาหารปลอดภัย4)                   รศ.ดร. สุภา  หารหนองบัว  ผู้ประสานงานชุดโครงการสมุนไพร ยารักษาโรค สารเสริมสุขภาพและสารสำหรับการผลิตอาหารปลอดภัย5)                   ผศ.ดร. ยิ่งยง  เทาประเสริฐ  ??6)                   ดร. สินธุ์  สโรบล  ??7)                   อาจารย์กันยานุช  เทาประเสริฐ  ??8)                   นางพรพิมล  กิติมศักดิ์  เจ้าหน้าที่บริหารโครงการฝ่ายวิชาการ9)                   นางสาวสุจารี สอนง่าย  เจ้าหน้าที่บริหารโครงการฝ่ายวิชาการ10)               นายชีวิน  ?? โดยประสบการณ์ที่ได้รับสามารถวิเคราะห์ในเรื่องของจุดแข็ง  จุดอ่อนและโอกาสในการสร้างความร่วมมือในอนาคตได้ดังนี้     

Kunming Institute of Botany, Chinese Academy of Sciences610, Longquan Rd., Heilongtan, Kunming, Yunnan, P.R.China 650204

ผู้บริหารและนักวิจัยที่เข้าพบ (วันที่ 8 พฤษภาคม  พ.ศ. 2549)- Professor Dr. Ji-Kai LIU, Deputy Director, Kunming Institute of Botany, Chinese Academy of Sciences(โทรศัพท์ (86) 871-5216327  โทรสาร (86) 871-5223094  e-amil : [email protected] หรือ  [email protected])- Professor Dr. LONG Chun-Lin, Chief Scientist, Kunming Institute of Botany, Chinese Academy of Sciences และ General Designer, China Southwest Genebank Facilities for Wild Species(โทรศัพท์ (86) 871-522-3233  โทรสาร (86) 871-521-6201  e-mail : [email protected]) Kunming Institute of Botany มีพันธกิจหลักจากรัฐบาลของประเทศจีนคือการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากพืชในบริเวณ South West China อย่างยั่งยืน เนื่องด้วยในมณฑลยูนานมีชนิดของพันธุ์พืชถึง 65% ของประเทศจีนโดยสถาบันนี้ได้รับการจัดตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1957 ภายใต้ Chinese Academy of Sciences โดยมุ่งการค้นคว้าวิจัยหาสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพจากพืชสมุนไพรท้องถิ่นที่มีความหลากหลายทางชีวภาพอย่างมาก ประกอบกับการนำความรู้ด้าน การใช้ประโยชน์จากพืชสมุนไพรโดยชนเผ่าพื้นเมือง ซึ่งในยูนนานมีชนเผ่าต่าง ๆ รวมถึง 25 ชนเผ่า เพื่อการพัฒนายาสมุนไพรและรักษาโรค ตลอดจนจนการใช้ประโยชน์ด้านเกษตรกรรมซึ่งไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม ความเชี่ยวชาญของนักวิจัยจึงมีอยู่หลายสาขา เช่น ด้านพฤกษศาสตร์ จุลชีววิทยา เคมี ชีวเคมี และด้านสารสนเทศ ทำให้มีบุคลากรในสถาบันในระดับปริญญาเอก และบุคลากรด้านเทคนิค รวมทั้งนักศึกษาระดับปริญญาโท และเอก รวมทั้งนักวิจัยหลังปริญญาเอก รวมแล้วกว่า 300 คน จึงทำให้สถาบันแห่งนี้ เป็นหนึ่งในสถาบันวิจัยด้านพันธุ์พืชและการค้นคว้าหาสารออกฤทธิ์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศจีน  จุดแข็ง (ยิ่งมองยิ่งหนาว)1)   สถาบันแห่งนี้ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลจีนโดยลงทุนด้าน infrastructure เช่น อาคารที่ทันสมัย เครื่องมือวิทยาศาสตร์ครบทุกสาขาที่ได้กล่าวมาแล้ว เช่น เครื่องมือสำหรับการวิเคราะห์ที่ทันสมัย NMR spectrometer 400 MHz และ 500 MHz, computer modeling  มีการลงทุนทำ germ plasm bank  ซึ่งรัฐบาลจีนลงทุนสร้างตึกมูลค่า 148 ล้านหยวนกับเครื่องมือเฉพาะที่เกี่ยวข้องมีมูลค่า 70 ล้านหยวน  ในส่วนของการทดสอบฤทธิ์ทางชีวภาพ มีเครื่องมือและวิธีการ assay สารสกัดจากพืชกว่า 30 assays เฉพาะวิธีทดสอบกับเซลล์มะเร็งมีประมาณ 15 ชนิด  และยังมีวิธีทดสอบกับ HIV เชื้อราและ moss อีกด้วย จึงเห็นได้ชัดว่าทำไมการวิจัยของสถาบันแห่งนี้จึงพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว2)   มีความร่วมมือในการทดสอบ bioassay ร่วมกับสถาบันภายนอก บริษัทเอกชนและสถาบันอื่น ๆ ทั่วทั้งประเทศจีน 3)   ด้านบุคลากรมีทั้งปริมาณและคุณภาพสูง  ผู้บริหารเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล เช่น Prof.Dr. Ji-Kai-Liu, Deputy Director ของสถาบันมีผลงานตีพิมพ์ใน Chemical Rev (Impact Factor = 20.233) โดยเป็น single author นอกจากนั้นยังมีผลงานตีพิมพ์ใน J. Org. Chem. (Impact Factor = 3.462) สำหรับ Prof. Dr. Long Chun-Lin เป็นผู้บริหารและนักวิจัยที่สำเร็จการศึกษาในประเทศจีนและผ่านการทำวิจัยระดับ post doc จากต่างประเทศ โดยได้รับทุน Humboldt  และมีความสามารถทางภาษาอังกฤษดีมาก4)   หลักสูตรบัณฑิตศึกษา มีปริญญาเอกมากกว่า 100 คน  ปริญญาโท 154 คน  มีการจัดการเรียนการสอนที่เป็นอิสระและอนุมัติให้ปริญญาได้ มีนักวิจัยอาวุโส 65 คน Academic Staff 3 คน  และมีบุคลากรจำนวนมากจึงสามารถผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพ5)   มีการจัดการแบบครบวงจร เช่น มี herbarium ที่ดี  มีงานวิจัยที่เข้มข้นและสามารถประยุกต์ได้  มีงานวิจัยตั้งแต่ระดับพื้นฐานจนสามารถผลิตสารตัวยาที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ มีการผลิต 26 new drugs เช่น SH capsule ที่เป็น anti-HIV ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขของประเทศไทย6)   เงินทุนวิจัยที่ใช้ในการวิจัยได้จากหลากหลายหน่วยงาน เช่น NSF China, Chinese Academy of Science, Provincial Scientific Fund, Ministry of Science and Technology 7)   มีความร่วมมือกับเอกชน  (industrial linkage) กับบริษัทยาทั้งในและต่างประเทศ เช่น ปัจจุบันมี 26 new drugs ที่อยู่ระหว่างการพัฒนา และมี patents จำนวนมาก ปัจจุบัน KIB ได้ร่วมมือกับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขของไทย ทำการพัฒนาสมุนไพร 5 ชนิด ซึ่งรวมถึงสมุนไพรไทยด้วย เป็นสมุนไพรสำหรับการรักษาผู้ป่วยที่ติดเชื้อเอดส์ โดยเริ่มโครงการตั้งแต่ ปี 2542 จนในปัจจุบันนี้ ได้มีสมุนไพร SH นี้ออกมาจำหน่ายแล้ว8)   การสื่อสารใช้ภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดี จุดอ่อน1)   ชื่อของสถาบันไม่สื่อถึง activity ที่แท้จริง  การทำงานจัดว่าเป็น multidisciplinary และครบวงจรแต่ไม่สื่อกับชื่อ Kunming Institute of Botany2)   งานวิจัยบางเรื่องยังไม่ลงลึก งานวิจัยยังขาดการทำงานบางเรื่องที่ยังไม่มีเครื่องมือที่ทันสมัย เช่น x-ray crystallography หรือ computer modeling ด้านโปรตีน เป็นต้น  โอกาสความร่วมมือในอนาคต1)   เป็นโอกาสให้นักวิจัยไทยจำนวนมากที่มีประสบการณ์สูงทางด้าน x-ray crystallography, NMR spectroscopy ของโปรตีน, molecular modeling อีกทั้งการทดสอบฤทธิ์ทางชีวภาพ bioassay ด้านอื่น ๆ ที่นักวิจัยไทยมีความเชียวชาญ มาสร้างความร่วมมือในเรื่องที่ Kunming Institute of Botany ยังไม่ได้ทำการวิจัย2)   เปิดโอกาสสร้างความร่วมมือในการทดสอบฤทธิ์ทางชีวภาพของสารที่ประเทศไทยยังไม่มีการทดสอบ3)   มีความยินดีแลกเปลี่ยนนักวิจัยกับไทย ทั้งในระดับนักวิจัยและนักศึกษาระดับปริญญาโทและเอก เพื่อการทำวิจัยระยะสั้น 4)   เป็นแหล่ง herbarium ที่ใหญ่และมีความอุดมสมบูรณ์และดีมาก  อีกทั้งเปิดโอกาสให้นักอนุกรมวิธานที่สนใจสามารถเข้ามาค้นคว้าวิจัยได้           

Southwest Forestry University300,  Bailong Rd., Yunnan, P.R.China  650224

ผู้บริหารและนักวิจัยที่เข้าพบ  (วันที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2549)- Prof.  Liu Hui min, President, Southwest Forestry University(โทรศัพท์ (86) 871-3863057 (O)  โทรสาร (86) 871-3863218  e-mail : [email protected])- Li Maobiao, Acting  Director, Office for International Programs , Southwest Forestry College(โทรศัพท์  (86) 871-3862829  โทรสาร (86) 8713863217  e-mail : [email protected])- Prof. Dr. Wen  Ye, Dean, Faculty of Ecotourism, Southwest  Forestry University(โทรศัพท์ (86) 871-3863832  โทรสาร (86) 871-3863832  e-mail : [email protected] หรือ [email protected])- Qin  Jiali, Southwest  Forestry University(โทรศัพท์ (86) 871-3862111  โทรสาร (86) 871-5637217  e-mail : [email protected])                 Southwest Forestry University  ก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ. 1939 เดิมเคยเป็นโรงเรียนป่าไม้ เมื่อปี ค.ศ. 1978 ได้รับการสถาปนาเป็นมหาวิทยาลัยเต็มรูปแบบที่เป็นอิสระจากกรมป่าไม้  แต่ยังเน้นการให้การศึกษาและพัฒนาบุคลากรทางด้านป่าไม้และเกษตรเป็นหลัก  มีการพัฒนาต่อเนื่องจนขณะนี้มี 13 คณะวิชารวมทั้งคณะวิชาทางวิศวกรรมที่มีการผลิตวิศวกรแต่เป็นวิศวกรด้านป่าไม้  แต่จากนโยบายของรัฐบาลจีนทำให้มหาวิทยาลัยเปลี่ยนบทบาทมาสนับสนุนการทำป่าไม้อย่างยั่งยืนและ ecotourism เพื่อป้องกันการตัดไม้ทำลายป่า จุดแข็ง1)   เป็นการพัฒนาที่มี relevance ที่เหมาะสมกับบริบทและบทบาทของสังคมยูนานโดยเฉพาะการพัฒนาชนบท2)   มี staff ประมาณ 1,000 คน นักศึกษา ปริญญาเอกประมาณ 20 คน  ปริญญาโท 700 คน  ปริญญาตรี 10,000 คน3)   มีความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แล้วในหลาย ๆ ด้าน4)   มี teaching museum และ herbarium ที่ดีต่อการเรียนการสอน5)   เน้นเทคโนโลยีทางการเกษตรที่เกี่ยวข้องกับชนกลุ่มน้อย การทำเกษตรบนที่ราบสูง  Organic Agriculture การศึกษาสมุนไพร มอส  Rhizobium plant chemistry6)   ภูมิทัศน์ของมหาวิทยาลัยเหมาะสมกับการเป็นมหาวิทยาลัยป่าไม้และมีภูมิสถาปัตย์ที่สวยงาม7)   มีการศึกษาวิจัยเรื่องไผ่มากกว่า 500 ชนิด (ขอข้อมูลเพิ่มเติมจากอาจารย์สินธ์)  จุดอ่อน1)   staff ที่ได้เข้าพบสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษไม่ดีนัก2)   การเรียนการสอนบางสาขายังเพิ่มเริ่มต้นและมีภาระการสอนปริญญาตรีมาก  มีนักศึกษาปริญญาเอกเพียง 20 คนทำให้งานวิจัยทางด้านพื้นฐานยังไม่ค่อยมีมากนัก3)   งบประมาณไม่มาก (ได้รับจากรัฐบาลประมาณครึ่งหนึ่ง) โอกาสความร่วมมือในอนาคต1)   เปิดโอกาสให้นักวิจัยพื้นฐานของประเทศไทยมาสร้างความร่วมมือ2)   สามารถเชื่อมโยงกับนักวิจัยทางด้าน organic agriculture และ ecotourism 

Tibet Traditional Medicine Hospital, 7 of Heping Road, Shangri-La, Yunnan, P.R.China  674400

ผู้บริหารที่เข้าพบ (วันที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2549)- Li  Yilong, Director, The Communist Youth League of Diqing Tibetan Autonomous Prefecture, China(โทรศัพท์  (86) 887-8222433  โทรสาร (86) 887-8222433  e-mail : YL062@Yahoo.com.cn)  Tibet Traditional Medicine Hospital เป็นโรงพยาบาลที่มีการใช้ยาสมุนไพรในการรักษาคนไข้ตามหลักการของแพทย์แผนทิเบต  ทั้งนี้ เนื่องจากสภาวะภูมิประเทศของทิเบตเป็นภูเขาสูง (ประมาณ 3000 เมตร สูงกว่าระดับน้ำทะเล)จึงทำให้ชนผ่ามักมีโรคที่ต้องได้รับการรักษาที่แตกต่างจากชนเผ่าอื่น เช่น โรคเกี่ยวกับกระดูกและข้อ โรคอัมพฤกษ์และอัมพาต เป็นต้น  จุดแข็ง1)   รัฐบาลจีนเห็นความสำคัญเกี่ยวกับภูมิปัญญาของชนกลุ่มน้อยและส่งเสริมให้นำภูมิปัญญาท้องถิ่นทางการแพทย์มาใช้  อีกทั้งสนับสนุนให้สร้างโรงพยาบาลแพทย์พื้นบ้านเพื่อเป็นทางเลือกของประชาชนที่จะมาใช้บริการโดยมีนโยบายในภาครัฐสนับสนุนอย่างชัดเจน2)   การแพทย์แผนทิเบตได้รับอิทธิพลและการพัฒนามาจากพุทธศาสนา เป็นระยะเวลานานกว่า 3000 ปี และมีการบันทึกความรู้อย่างต่อเนื่องอย่างเป็นระบบมาก ซึ่งเป็นภูมิปัญญาดั้งเดิม เช่น เรื่องการตั้งครรภ์และการพัฒนาของตัวอ่อนตลอดจนการรักษาพยาบาลด้านอื่น ๆ 3)   การแพทย์แผนทิเบต มีการสอนและถ่ายทอดความรู้โดยภาษาทิเบต ผู้ที่จะเรียนรู้จึงต้องเป็นชนชาวพื้นเมืองหรือผู้ที่เข้าใจภาษาทิเบตอย่างดี จุดอ่อน1)   ยังไม่มีการผสมผสานการแพทย์พื้นบ้านกับการแพทย์แผนปัจจุบัน  ไม่มีการหาองค์ความรู้พื้นฐานมาอธิบายการออกฤทธิ์ของสมุนไพรที่ใช้2)   ทิเบตยังล้าหลังเรื่องการผสมผสานการแพทย์แผนทิเบตกับการแพทย์แผนปัจจุบัน  ยังคงเป็นการรักษาแบบโบราณโดยการใช้สมุนไพรเสียเป็นส่วนใหญ่3)   การสื่อสารต้องผ่านล่ามเท่านั้น ทำให้การแลกเปลี่ยนความรู้ยังมีข้อจำกัดอยู่มาก โอกาสความร่วมมือในอนาคต1)   การเป็นแพทย์ต้องมีความรู้เกี่ยวกับภาษาทิเบต  น่าจะชักชวนนักวิจัยทางทิเบตมาทำวิจัยในเมืองไทยเพื่อสร้างนักวิจัยที่มีแนวคิดนิยมประเทศไทย  ซึ่งการให้ทุนนักวิจัยต่างชาติจะทำให้นักวิจัยเหล่านั้นได้รับค่านิยม ธรรมเนียมประเพณีของประเทศไทยตลอดจนนำเอาสมุนไพรทิเบตบางอย่างมาศึกษาในประเทศไทย       

Yunnan University of Traditional Chinese Medicine (YUTCM)201 Shuangqiao Road, Kunming , Yunnan, P.R. China  650200

ผู้บริหารที่เข้าพบ  (วันที่ 11 พฤษภาคม  พ.ศ. 2549)- Prof. Qian Zi-GANG, Dean, Faculty of Chinese pharmacy Yunnan University of Traditional Chinese Medicine(โทรศัพท์ (86) 871-6212605  โทรสาร  (86) 871-6212608  e-mail [email protected])- Associate Prof. LI Ming, President Office Foreign Affairs Office, Yunnan University of Traditional Chinese Medicine(โทรศัพท์ (86) 871-7150925 (0) 5729470(H)  โทรสาร (86) 871-7150983  e-mail : [email protected])Yunnan University of Traditional Chinese Medicine  เป็นโรงพยาลบาลที่ใช้การแพทย์แผนจีนแต่มีความเด่นในการผสมผสานวิธีการรักษาแบบ modern medicine กับ ethanomedicine โดยเฉพาะ Traditional chinese medicine (TCM) ได้เป็นอย่างดี จุดแข็ง1)   การพัฒนาโรงเรียนแพทย์เปลี่ยนมาใช้วิธีแบบผสมผสาน (combined curriculum) ระหว่างแพทย์แผนปัจจุบันและแพทย์แผนจีน แต่หลักสูตรในระดับปริญญาเอก (PhD course) ต้องร่วมกับมหาวิทยาลัยอื่น ๆ แต่ก็เป็นทางด้าน TCM เช่น internal medicine บนฐาน TCM, surgery ที่ใช้เทคนิคการฝังเข็มที่เป็น niche ของประเทศจีนอย่างมาก2)   มีการพัฒนาองค์ความรู้และพัฒนาเป็นตำราของตัวเอง และมีตำราแพทย์แผนจีนจำนวนมาก3)   มีความร่วมมือกับต่างประเทศ โดยมีแพทย์จาก<


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 38099
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 4
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (4)

           ผมทำงานวิจัยและพัฒนาที่แม่ฮ่องสอนครับ ตอนที่เป็นนักศึกษาปริญญาโทได้มีโอกาสศึกษา ภูมิปัญญาของ กลุ่มชาติพันธุ์ลีซู และในกระบวนการวิจัยส่วนหนึ่ง ก็ได้เรียนรู้สมุนไพร ที่มีคุณค่าของชนเผ่ามากมาย(คาดไม่ถึง)

            และต่อมาก็ได้ทำงานศึกษา วิจัย ในกลุ่มจีนยูนนาน ที่แม่ฮ่องสอน ก็พบเจอสิ่งดีๆสมุนไพรเพื่อรักษา บำบัดอาการของโรคเช่นเดียวกัน

             พูดถึง กลุ่มชาติพันธุ์ ลีซู (ลีซอ) ก็เป็นส่วนหนึ่งของจีน ประเพณีและวัฒนาธรรมคล้ายคลึงกันมาก ส่วนจีนยูนนาน(จีนฮ่อ) ก็อพยพมาจากจีน ผมเข้าใจว่าภูมิปัญญา และองค์ความรู้เรื่องสมุนไพร ก็เป็นส่วนหนึ่งของจีน ...

              จากการศึกษา วิจัย เราพบองค์ความรู้ที่มีคุณค่าเหล่านี้มากมาย และสมุนไพรเหล่านี้อยู่ในป่าเขาบ้านเรานี่เองครับ...

              น่าจะมีการพัฒนาและศึกษาในวงกว้างมากขึ้น เพื่อต่อยอดความรู้ และประโยชน์ในทางลิขสิทธิ์ ตลอดจนมองในเรื่องของเศรษฐกิจ การแพทย์ทางเลือกที่อยู่ในความสนใจของผู้คน

ตอนนี้กำลังสนใจเรื่องภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างมาก หลังจากที่ได้ไปอ่าบความของอาจารย์จักรกฤษณ์ ควรพจน์ แล้วก็มาเจอบล็อกของอาจารย์ ขอบคุณมากค่ะที่นำเสนอความรู้ให้ได้เข้ามาเก็บเกี่ยว จะรอติดตามอ่านงานต่อๆไปนะคะ

ช่วยบอกหน่อยได้ไหมค่ะว่า

ก่อนจะเข้าสู่การวิจัยในคน ต้องมีข้อมูลอะไรบ้าง เช่น

-Pharmacokinetic ของ สารสำคํญออกฤทธิ์,

-การกระจายตัว การดูดซึม

-ผลข้างเคียงต่างๆ

-การทดสอบความเป็นพิษ

-การทดลองในสัตว์

-การทดสอบก่อนหน้า หรือ เคยมีคนอื่นศึกษามาก่อนหรือไม่

อยากทราบข้อมูล...ไม่ทราบว่าจะศึกษาข้อมูลจากไหนได้บ้างค่ะ

ช่วยหน่อยนะคะ...ต้องการด่วนมากๆๆ

สวัสดีค่ะ

วันนี้ดีใจมากที่ได้เข้ามาเจอและอ่านบทความดีๆๆ

ของอาจารย์ค่ะ ตอนนี้ดิฉันก็กำลังศึกษาทางด้านสมุนไพรอยู่

ดิฉันเรียนคณะเภสัชสมุนไพรจีน ที่มหาลัยแพทย์จีนปักกิ่งค่ะ

ในปี2553ก็สำเร็จการศึกษาแล้วหล่ะค่ะ และจะดีใจเป็นอย่างมาก

ถ้าได้นำความรู้ที่มีไปพัฒนาสมุนไพรไทยของเราให้มึความก้าวหน้า

และเป็นที่นิยม และเป็นประโยชน์สูงสุดต่อคนไทยทุกคนค่ะ