ข้าพเจ้ารู้สึกดีใจขึ้นมาทันที วันนี้ไม่ถูกตี

        วันนี้เป็นวันแรกของเดือนสิงหาคมเป็นเดือนที่ดูปฏิทินแล้วมีวันอะไรๆ อยู่หลายวันมาก เริ่มแรกคือวันนี้ เป็นวันสตรีไทย ซึ่งมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับวันที่ ๑๒ อันเป็นวันแม่ จึงขอรำลึกถึงแม่สักนิด

        จำได้ว่า ตอนเด็กๆ เป็นคนที่ซุ่มซ่ามด้วย และมักทำถ้วยชามแก้วน้ำแตกบ่อยๆ โดนตีก็หลายครั้ง แต่ก็ยังเป็นเหมือนเดิม วันหนึ่ง ดื่มน้ำแล้ววางแก้วไว้กับพื้น เล่นต่อ  ไปๆ มาๆ ด้วยอิริยาบถไหนไม่ทราบได้ เตะแก้วน้ำแตก แม่ก็บอกว่า “เห็นไหม กินแล้วไม่เก็บ วางไปทั่ว มันเสียหายง่าย เดินไม่ระวังก็ไปสะดุด ไปเตะ ข้าวของเสียหาย ตนเองเจ็บ ทีหลังต้องจำว่าเราเอามาจากตรงไหน ใช้เสร็จแล้วต้องเอาไปเก็บที่เดิม สิ่งของเป็นระเบียบ หายก็รู้ ดูก็งามตา และสบายใจ” แม่เทศนาซะยึดยาว

        อีกวันหนึ่งจำได้ว่า ทำจานร่วง แม่ก็บ่น “มันเป็นอะไร มือไม้ไม่มีลายมือกับเขาหรือไร หยิบถืออะไรไม่ค่อยได้เป็นต้องร่วงหล่นเสียหายตลอด มานี่เลย มา ๆ” แม่พูดเน้นเสียงเหมือนอารมณ์ไม่ดี

        ด้วยความกลัวถูกตี และก็ไม่กล้าหนี ได้แต่ยืนนิ่งบีบน้ำตา

        “ไม่ต้องมาทำสำออย” แม่เดินเข้ามาหาพร้อมกับยื่นจานให้อีกใบ

        “ยืนถือจานอยู่ตรงนี่แหละ ห้ามไปไหนล่ะ ดูสิว่ามันจะร่วงอีกไหม๊” แม่พูดเสียงกึ่งดุๆ   ข้าพเจ้ายืนถือจานพร้อมกับสะอึกสะอื้นเบาๆ ด้วยความกลัว

        ถืออยู่สักพักรู้สึกมันเมื่อย อยากจะวาง แต่ก็กลัวถูกตี จำต้องทน ๆ 

        อีกพักหนึ่งแม่ก็บอกว่า “เห็นไหม๊ ลูกก็ถือโดยไม่ให้มันร่วงหล่นได้ เวลาหยิบอะไร ถืออะไรทำให้มันดีๆ แล้วของมันจะไม่เสียหาย” แม่สอนต่ออีกหน่อย

        สุดท้ายแม่ก็สั่ง “เอาไปเก็บที่ชั้นวางนะลูก”

        ข้าพเจ้ารู้สึกดีใจขึ้นมาทันที วันนี้ไม่ถูกตี