ดังได้บันทึกแล้วเมื่อวาน (click) ว่าผมไป "สอน" เรื่องนี้แก่ นศ.ปริญญาเอกของ ม.ทักษิณ  เมื่อวันที่ 4 ก.ค.49

         ที่จริงไมได้ไป "สอน" แต่ไป "แลกเปลี่ยนเรียนรู้" และ "อำนวยความสะดวก" ในการเรียนของกลุ่ม นศ. (ซึ่งมี 5 คนกับ 1 รูป)  ผมไม่เชื่อว่า นศ.ปริญญาเอกควรยึดถือการสอนเป็นสรณะ   แต่ควรยึดถึอการเรียนเป็นสรณะ

         ผมไม่รู้จริงในศาสตร์ด้านมนุษยศาสตร์   เป็น "นักเรียนชรา" ที่สนใจเรียนรู้เท่านั้น   แต่คงจะเข้าตา "อาจารย์ใหญ่" คือ ศ. สุธิวงศ์  พงศ์ไพบูลย์   ท่านจึงชวนผมร่วมทีมอาจารย์ด้วย   ด้วยความรักและเคารพท่าน   ผมจึงปฏิเสธไม่ลง   และอีกใจหนึ่งก็หวังไปเรียนรู้จากท่านด้วย

          ผมไม่ได้ตั้งใจไปเป็นอาจารย์   แต่ตั้งใจไปเป็นศิษย์

ผมมองยุทธศาสตร์การจัดการงานวัฒนธรรมดังนี้
      (1) จัดการให้เป็นส่วนหนึ่งของปัจจุบัน   เชื่อมโยงกับวิถีชีวิตของผู้คนในปัจจุบันให้เข้าถึงคนอย่างทั่วถึง  ทุกกลุ่มอายุ  ทุกกลุ่มอาชีพ  ทุกถิ่นอาศัย  
      (2) จัดการให้เป็นส่วนหนึ่งของระบบการเรียนรู้ของประเทศ   ทั้งที่เป็นระบบการศึกษาอย่างเป็นทางการ   และระบบการเรียนรู้ที่อยู่ในวิถีชีวิต   ระบบนี้เรียกอีกชื่อหนึ่งว่าระบบการจัดการความรู้
      (3) จัดการให้เป็นระบบสร้างความรู้ผ่านการปฏิบัติ  ผ่านวิถีชีวิต  ผ่านการวิจัย  ให้ทั้งนักวิชาการและทุกคนในสังคมมีส่วนในการสร้างความรู้เชิงวัฒนธรรม
      (4) จัดการให้เข้าไปในโรงงาน  สถานประกอบการ  โรงเรียน  โรงพยาบาล  ลานบ้านลานเมือง  ถนนคนเดิน  รถไฟ  รถประจำทาง  รถใต้ดิน  รถลอยฟ้า  คือให้เข้าไปในวิถีชีวิตของผู้คน
      (5) จัดการให้ปูทางสู่อนาคต  สู่การสร้างสังคมที่มีสมดุล  มีสมดุลอยู่ท่ามกลางความแตกต่างหลากหลาย   สร้างสังคมที่ผู้คนมีจิตใจอ่อนโยน  เห็นคุณค่าของตนเองและของเพื่อนร่วมสังคม  ร่วมโลก

         นี่คือ "ภาพฝัน" (Dream)

         นักศึกษาต้องช่วยกันฝันต่อแล้วช่วยกันคิดว่ามียุทธศาสตร์และวิธีการทำฝันให้เป็นจริงได้อย่างไร

วิจารณ์  พานิช
 4 ก.ค.49
บนเครื่องบินไป "สอน" วิชานี้