ในระหว่างที่ผมอธิบายหลักของ KM ให้กับทีมแกนนำนักจัดการความรู้ของ 12 โรงเรียน และ 3 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ในพื้นที่ภาคอีสาน ซึ่งจัดขึ้นที่โรงแรมราชพฤกษ์ แกรนด์ โฮเทล จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน ที่ผ่านมานี้ ....มีผู้ฟังท่านหนึ่งได้ถามผมว่า "หลัก KM นั้นสอดคล้อง หรือแตกต่างจากหลักอริยสัจสี่?"

        ผมได้ตอบไปว่า  .....การตอบนี้เป็นการสะท้อนความคิดของผมในเรื่องดังกล่าว ไม่ขอยืนยันว่าถูกหรือผิด เป็นการถ่ายทอดความคิดให้ออกมาเป็นเสียงผ่านภาษา (วาจา)  . . . ผมว่า ....ถ้าเป็นหลักอริยสัจสี่จะต้องเริ่มจากการพิจารณาทุกข์ มองทุกข์ให้ทะลุจนเห็นถึงสาเหตุแห่งทุกข์ (สมุทัย) เมื่อเห็นได้ทะลุปรุโปร่งถึงสาเหตุแห่งทุกข์แล้ว ก็จะเข้าใจสภาวะที่ไร้ทุกข์ (นิโรธ) และเกิดความกระจ่างในเรื่องเส้นทาง (มรรค) ที่จะไปสู่นิโรธนั้น

        . . . แต่สำหรับ KM แล้ว เรามักจะเริ่มกันที่นิโรธ เป็นการเริ่มต้นตรงภาพที่พึงปรารถนา เราอาจจะเรียกว่า "วิสัยทัศน์" ซึ่งก็คือส่วน "หัวปลา"  แล้วใช้การแลกเปลี่ยนเรียนรู้เป็นหนทาง (มรรค) ที่นำไปสู่การแก้ปัญหา พัฒนางาน หรือสร้างสรรค์นวัตกรรมให้เกิดขึ้น จุดสำคัญของ KM จึงอยู่ที่การกระทำ (Action) ถ้าไม่มี Action ปัญหาก็จะไม่ได้รับการแก้ไข งานก็จะไม่ได้รับการพัฒนา และสิ่งใหม่ๆ ก็จะไม่เกิดขึ้น

        ดังนั้นเป้าหมายที่แท้จริงของ KM จึงอยู่ที่งาน อยู่ที่การกระทำ เพื่อให้เป็นไปตามภาพที่พึงปรารถนา เรียกได้ว่าเริ่มต้นกันที่นิโรธ และอาศัยความสำเร็จเป็นมรรค โดยที่ไม่ได้มุ่งเน้นที่ตัวปัญหา (ทุกข์) และสาเหตุแห่งปัญหา (สมุทัย) . . .นี่คือคำอธิบายของผมในวันนั้นซึ่งอาจจะผิดไปก็ได้ครับ!