ผมกลายเป็นที่ปรึกษาเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ให้กับ อ.แกะ โดยบังเอิญ ท่านอยากจะทำความรู้จัก อ.แกะมากขึ้นอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่

http://gotoknow.org/blog/rongkham/333474
http://gotoknow.org/blog/somdejmas/335633
http://gotoknow.org/blog/somdejmas/336334

บันทึกนี้เป็นบทความในความฝันของ อ.แกะ ที่เป็นจริง ที่ผมภูมิใจเสนอครับ

...............................................................................................................               

               ในบทความนี้ผมอยากนำเสนอบางส่วนของแนวคิดที่ได้เดินตามรอยพ่อหลวง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช พระองค์ได้เล็งเห็นแนวทางอยู่รอด ความจำเป็นพื้นฐานของการดำเนินชีวิตของเกษตรกรไทย คือแนวเศรษฐกิจพอเพียง และการดำเนินชีวิตที่พอเพียง พระองค์ทรงเป็นต้นแบบที่ดีที่สุดหาที่เปรียบไม่ได้ พระอัจฉริยภาพในด้านต่าง ๆ ล้วนทรงถ่ายทอดสู่พสกนิกรของพระองค์ท่าน ข้าพเจ้าขอน้อมรับและจะพยายามดำเนินรอยตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงของพระองค์ท่าน ซึ่งพระองค์ทรงทำให้ประจักษ์แก่มวลมนุษยชาติมาโดยตลอด     ผมอาจารย์แกะนะครับ ผมเองมีพ่อหลายคน พ่อคนแรกที่ตัวผมเทอดทูนใว้เหนือสิ่งอื่นใดคือ “พ่อหลวง” พ่อผู้มีแต่ให้ ให้ลูก ๆ มาโดยตลอด ผมรักและจงรักภักดีต่อพระองค์ท่าน หาสิ่งอื่นใดมาเปรียบมิได้ พ่อคนที่สองคือ “พระเทพสารเมธี” เจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ พ่อคนนี้เป็นผู้ที่ให้การศึกษาให้ความรัก อบรมสั่งสอนแก่ผมมาโดยตลอด ส่วนพ่อคนที่สามคือ “พ่อสมนึก ภูเด่นแดน” พ่อคนนี้เป็นผู้ให้กำเนิด เลี้ยงดู ให้ความรัก ให้การศึกษา ต่อตัวผมและลูก ๆ ของพ่อทุกคน

                จากความยากจนของเกษตรกรไทย ความแห้งแล้ง ความขาดแคลนหลาย ๆ ด้านทำให้ชาวบ้านหลาย ๆ ครอบครัวประสบปัญหา เช่น การดำเนินชีวิตที่ผิดพลาดจากการหลง หลงไปว่าความสุขคือการได้มีเงินทองมากมาย มีรถยนต์ราคาแพง  มีบ้านหลังโต มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมากมาย เครื่องมือสื่อสารราคาแพง ชาวบ้านหลายครอยครัวที่ผมเองรู้จักก็มีความหลงประมาณนี้ หลายครอบครัวขาดการประมาณตน ใช้จ่ายเกินตัว เป็นเหยื่อของนายทุน ทำให้ชีวิตครอบครัวล้มเหลว ถูกยึดบ้าน ยึดรถ ต้องขายที่นา ที่ทำกินที่บรรพบุรุษอุตส่าห์ถนอมสร้างมา ด้วยเหตุนี้ข้าพเจ้า จึงได้เกิดแรงบันดาลใจที่จะสร้างแนวคิดใหม่แก่ชาวบ้าน เริ่มจากครอบครัวของข้าพเจ้าเอง ที่จะทำให้เป็นแบบอย่างในการใช้ชีวิตแบบพอเพียง ให้เพื่อนบ้านใกล้เคียงได้เห็นและเข้าใจ จากนั้นก็จะมีการถ่ายทอดความรู้ แบ่งปันในส่วนที่จะให้ต่อกันได้ ให้เขาได้ลุกขึ้นมา และเดินไปพร้อม ๆ กัน

                เมื่อประมาณกลางเดือนที่ผ่านมา(พฤษภาคม) ข้าพเจ้าได้กลับประเทศไทยโดยบังเอิญ เดิมทีตัวผมเองกำลังศึกษาต่อ ณ ประเทศเยอรมันนี เมื่อประมาณกลางเดือนที่แล้ว ได้เกิดเหตุไม่คาดคิด พี่สาวของภรรยาของผมได้จากพวกเราไปอย่างกระทันหัน ทำให้ข้าพเจ้าและครอบครัวต้องเดินทางกลับประเทศไทยด่วน หลังจากเสร็จจากงานของพี่สาว  ผมก็ยังมีเวลาเหลือพอที่จะสานต่อในการทำไร่นาสวนผสม เพื่อเป็นแนวทางดำเนินชีวิตที่คิดว่าถูกต้องและพอเพียง เพื่อให้เป็นประโยชน์และเป็นแบบอย่างให้แก่เพื่อนบ้านใกล้เคียง รวมถึงผู้ที่สนใจ 

                วัตถุประสงค์อีกอย่างคืออยากทำให้ชาวบ้านเห็นว่าเนื้อที่เพียง 1 ไร่ 3 งาน ก็สามารถทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้ หากเรามีการวางแผนที่ดี สัตว์พืชในสวนสามารถเป็นอาหารประจำวันได้ สร้างรายได้ตลอดทั้งปี อาจจะไม่มากแต่ก็อยู่ได้หากเรารู้จักประหยัด ไม่ฟุ้งเฟ้อ เกินตัว

 

                พื้นที่สวนขนาด 1 ไร่ 3 งาน อยู่ห่างจากหมู่บ้านประมาณ 500 เมตร เดิมทีเป็นป่ารกร้างมามากกว่าสิบปี ขาดการเหลียวแล เมื่อปลายที่แล้ว (2552) ผมเองได้ซื้อจากเพื่อนบ้านในราคาไม่แพงนัก จากนั้นพวกเราก็ช่วยกันบูรณาการใหม่จากป่ารกร้าง มีแม้กระทั่งงูเหลือมขนาดใหญ่หลายตัวมาอาศัยอยู่ จนกระทั่งแปลงพื้นที่มาเป็นพื้นที่สวน ที่ท่านได้เห็นในภาพ พื้นที่ถูกจัดสรรค์ ดังนี้

  1. ขุดบ่อขนาดกลาง 1 บ่อ (ปล่อยปลานิลหมัน 4,000 ตัว)

  2. ทำคอกวัว 5 คอก คอกหมู 2 คอก คอกเป็ด 1 คอก

  3. ปลูกไผ่เลี้ยง 100 ต้น

  4. ปลูกผัก 1 งาน ครึ่ง (บัวบก ผักชีฝรั่ง ผักบุ้ง ชะเลือด ผักเซี่ยน….)

  5. ทำบ่อเลี้ยงกบ 1 บ่อ

  6. ปลูกผัก ผลไม้ ทุกชนิดที่ชอบทาน อย่างละ 5-10 ต้น

  7. เจาะน้ำบาดาลเพื่อบริโภคและเลี้ยงสัตว์

  8. สร้างที่พักชั่วคราว 1 หลัง

                กิจกรรมที่เอื้อประโยชน์แก่กันภายในสวน

  1. ทำหนอนขี้หมูเพื่อเป็นอาหารกบ และปลา

  2. ทำน้ำหมักชีวภาพจากเศษผักผลไม้ เศษอาหาร

  3. ปลูกถั่วพุ่ม ฟัก ระหว่างแนวไผ่เลี้ยง

  4. ทำคอกอาหารปลาในบ่อปลาจากฟางข้าวและมูลวัว

  5. มูลวัวที่ได้ นำมาตากแห้ง เป็นปุ๋ยสำหรับพืชทุกชนิดในสวน ที่เหลือใว้ใส่ในนาข้าว

........................................................................................................................

ผมคือพ่อพันธุ์ประจำฟาร์มนะครับ

ยินดีต้อนรับทุกท่านแวะมาเยี่ยมชมได้ที่ สวนพ่อใหญ่นาย (พ่อ อ.แกะ) 118/1 บ้านอุ่มเม่า ตำบลอุ่มเม่า อำเภอยางตลาด จังหวัด กาฬสินธุ์

 

ภาพกิจกรรมบางส่วนที่ผมและครอบครัวได้ร่วมกันทำ

 

พี่จ่อย เธอคือผู้จัดการฟาร์มครับ เธอมีความสามารถหลายอย่างครับ

 

  

แม่คำหม่าย พ่อสมนึก เขาคือกำลังสำคัญ และไม่เคยยอมแพ้อุปสรรคใด ๆ

 

อ. แกะ อยู่แนวหลังครับให้ความรู้ แนวคิด ให้คำปรึกษาทั่วไป

 

   

พี่อบ กำลังสำคัญที่สุดของฟาร์ม น้องก้อย ความหวังสำคัญของครอบครัว น้องภูมิ เจ้าของฟาร์มตัวจริง แต่ตอนนนี้ไม่สนใจอะไรทั้งนั้นปลาช่อนเผาเกลือ ส้มตำ อร่อยที่สุดครับ

 

  

แม่คำหม่ายกับวัวที่แกรัก เอาใจใส่ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่าลูก ๆ ของแก แกกินหมากเป็นงานอดิเรก ฉนั้นแกจึงมีสวนพลูรอบบ้าน แกบอกว่าแกได้ขายพลูทุกวัน วันละ 30 -50 บาท และแกก็ชอบส้มตำเป็นที่สุดจะสังเกตุเห็นว่ารอบ ๆ คอกวัวจะเต็มไปด้วยต้นมะละกอพันธุ์ดีที่แกคอยดูแลอย่างดี ตอนนี้กำลังออกลูกเล็ก ๆ อีกไม่นานคงเก็บมาทำส้มตำได้….แซ่บแน่ ๆ เลยครับ

  

 

 

  

 

สัตว์เลี้ยงประจำฟาร์ม

นะครับ

  

 

 

สมาชิกใหม่ครับ

 

ต้มยำ วิถีชาวบ้าน

แบบดั้งเดิม

 

  

ยามอาทิตย์อัสดงก็สวยไม่แพ้เขาค้อ เขาใหญ่นะครับ

พวกเราหวังให้ท่านมาเยี่ยมชมนะครับและขอบคุณทุกท่านที่ติดตามนะครับ

 .............................................................................................................................

ส่วนท่านที่ต้องการหนังสือของพี่กานดา ผมไม่ทายแล้ว ท่านอีเมล์ที่อยู่ท่านมาที่อีเมล์ผม รับได้อีกจำนวน 7 ท่านครับ

Bookkanda5  

โฉมหน้าหนังสือและโฉมหน้าสวยๆของผู้เขียนครับ

อ่านเรื่องลิงค์ไปที่นี่ได้ครับ

http://gotoknow.org/blog/somdejmas/371532