ผมไม่ได้ไปกราบหลวงพ่อพร  ภิรมย์ ที่วัดรัตนชัย(วัดจีน)นานแล้ว  เมื่อตอนทราบข่าวว่าท่านอาพาธรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลสงฆ์ตั้งใจว่าจะไปเยี่ยมก็มีภารกิจไปต่างจังหวัดหลายวัน  แต่ยังไงผมยังรำลึกถึงท่านเสมอ
    พอดีวันนี้ได้ค้นหาเพลงของท่าน ก็ได้พบบทสรุป ปริญญานิพนธ์ของเอื้อมพร รักษาวงศ์(2545) บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ก็ดีใจ เลยเก็บสาระโดยย่อมาฝากกันครับ

   ปริญญานิพนธ์เล่มนี้มีจุดมุ่งหมายในการศึกษา คือ
    1. ศึกษาชีวประวัติของพร ภิรมย์
    2. ศึกษาบทเพลงของพร ภิรมย์ บทเพลงที่ทาการวิจัย มี 6 บทเพลง จาแนกแบ่งออกเป็นเพลงลูกทุ่ง 4 เพลง 1.เพลงบัวตูมบัวบาน 2. เพลงน้าตาลาไทร 3. เพลงกระท่อมทองกวาว 4. เพลงจาใจจาก เพลงแหล่ 2 เพลง คือ 1. เพลงดาวลูกไก่ท่อน 1 ท่อน 2 2. เพลงวังแม่ลูกอ่อน ท่อน 1 ท่อน 2

    จากการศึกษาวิจัยของเอื้อมพร รักษาวงศ์ พบว่า พร ภิรมย์ ชื่อจริง คือ นายบุญสม มีสมวงษ์ มีพี่น้องร่วมบิดามารดา เดียวกัน 11 คน นายพร ภิรมย์ เป็นลูกคนแรก และได้สมรสกับนางระเบียบ ภาคนาม มีบุตรชายด้วยกัน 1 คน คือ นายรังสรรค์ มีสมวงษ์ พร ภิรมย์มีความสามารถหลายด้านทั้งด้านการร้องเพลงและการประพันธ์เพลง ดูได้จากผลงานต่างๆ ที่ได้รับรางวัลพระราชทานแผ่นเสียงทองคาปี 2509 คือ เพลงบัวตูมบัวบาน ซึ่งเป็นบทประพันธ์เพลงลูกทุ่งซึ่งแต่งและขับร้องเองโดยพร ภิรมย์ และเพลงดาวลูกไก่ ซึ่งเป็นเพลงแหล่ประเภทราชนิเกลิงก็ได้รับรางวัลพระราชทานแผ่นเสียงทองคำเช่นกัน ปัจจุบันได้อุปสมบทเป็นภิกษุอยู่ที่วัดรัตนชัย(วัดจีน)จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

    ก่อนท่านจะอุปสมบทเข้าสู่ร่มกาสาวะภัทร ท่านได้ประพันธ์บทเพลงแนวต่างๆไว้ดังนี้

บทประพันธ์เพลงลูกทุ่งของพร ภิรมย์

1. มีฟอร์มเพลงทั้งแบบท่อนเดียว และ แบบทวิบท

2. ส่วนคำร้องมีการใช้คำประพันธ์ประเภทกลอนตลาด

3. ในด้านทำนองมีทำนองหลัก และมีการนำทำนองหลักไปวาริเอชั่นพัฒนาเป็น แนวทำนองใหม่

บทประพันธ์เพลงแหล่ของพร ภิรมย์

1. เป็นบทเพลงที่มีการร้องเพียงครั้งเดียว เป็นการด้นสด

2. ส่วนบทร้องมีลักษณะ สำนวนภาษาที่สละสลวย ในเพลงดาวลูกไก่เป็นคำประพันธ์ประเภทราชนิเกลิง(กลอนหัวเดียว) มีการส่งสัมผัสที่คำสดท้ายของทุกบท (ส่งสัมผัสที่บาทที่ 4 ของทุกบทและบททำนองเข้าลักษณะใช้ทำนองเดิม แต่มีการเปลี่ยนบทร้องไปเรื่อย ๆ