237.ประสบการณ์ ของ คุณไพฑูรย์ เกษสุขมาโนช
ดวงตาเห็นธรรมแล้วลงมือปฏิบัติ ย่อมซาบซึ้งในรสพระธรรม ฉันใดก็ฉันนั้น มนุษย์ที่รู้คุณสมบัติของน้ำมันมะพร้าวที่แท้จริง แล้วนำมาใช้ ย่อมประเสริฐที่สุด ยิ่งกว่าถูกลอตเตอรี่รางวัลที่หนึ่งเสียอีก

      ที่ข้าพเจ้ากล่าวเช่นนี้เพราะเชื่อว่า"อโรคายาปรมาลาภา-ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ ผู้อ่านทุกท่านคงเข้าใจในความหมาย

<h5>  สุขที่สุดของมนุษย์คือ การมีสุขภาพร่างกายและจิตใจที่แข็งแรงสมบูรณ์</h5><h5>  สุขที่สุดของมนุษย์ มิใช่อยู่ที่ความร่ำรวย มีบ้านใหญ่โตมีข้าทาสบริวาร รับใช้ มีเครื่องอำนวยความสะดวกครบครัน</h5><h5> ทุกข์ที่สุดของมนุษย์ คือการมีโรคประจำตัวที่รักษาแล้วไม่มีวันหาย  คือตายทั้งเป็น เช่น โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน  ฯลฯ</h5><h5>   ข้าพเจ้าเป็นอีกคนหนึ่งในจำนวนนั้น ที่ทุกข์ที่สุด คือ เป็นโรคเบาหวาน อันเนื่องมาจากกรรมพันธุ์ และอาหารที่บริโภคเข้าไปทุกวันปัจจุบัน จึงต้องเฝ้าระวังเรื่องอาหารการกิน มีเงินก็กินไม่ได้ อาหารชนิดนั้นก็แสลง ชนิดนี้ก็เพิ่มความหวาน ดูแล้วทรมานความอยาก ของร่างกายไปเสียทุกเรื่อง ยามจนอยากจะกินก็ไม่มีเงินจะซื้อกิน ยามรวยมีเงินซื้อกินก็กินไม่ได้ มันช่างไม่มีความพอดีเลย สำหรับมนุษย์เรา</h5><h5>   แต่..ข้าพเจ้าก็โชคดี ที่มีดวงตาเห็นธรรม รู้คุณสมบัติ และศึกษาน้ำมันมะพร้าวอย่างละเอียด แล้วลงมือปฏิบัติ ดังที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ในกาลามสูตรที่ว่า” ฟังตามกันมา  ก็อย่าได้เชื่อ  ทำกันทุกเมื่อ ก็เชื่อไม่ได้ ตื่นข่าวเป๋ามา อย่าเชื่อไป อย่าไว้ใจแท้แม้ตำรา อย่าเชื่อเพราะเดาเอาเองเล่น”</h5><h5>    และสุดท้าย พระพุทธเจ้าทรงสรุป ให้เชื่อในเหตุผล และต้องทดลอง ด้วยตนเองจึงจะสามารถบอกได้ว่าจริง หรือไม่จริง ดีหรือไม่ดี ข้าพเจ้าพบแล้วว่า น้ำมันมะพร้าวบรรเทาโรคเบาหวานของข้าพเจ้า ให้อยู่ในระดับปรกติ หลังจากบริโภคน้ำมันมะพร้าวมาประมาณ 10 เดือน</h5><h5> โดยข้าพเจ้าปฏิบัติตน ดังนี้</h5><h5> ก่อนกินน้ำมันมะพร้าว</h5><h5>- น้ำตาลในเลือดอยู่ที่ระดับ 220</h5><h5>- คุมเบาหวาน โดยควบคุมอาหารอย่างเดียว ไม่เคยกินยาลดเบาหวานแม้แต่เม็ดเดียว</h5><h5>- ปริมาณน้ำตาลในเลือดขึ้นๆลงๆ ไม่คงที่</h5><h5>- ตรวจเช็คเลือดอยู่ประจำ ด้วยเครื่องวัดน้ำตาลในเลือด ชนิดเจาะเลือดปลายนิ้วมือ เดือนละไม่น้อยกว่า 15 ครั้ง </h5><h5>-  บันทึกการกินยาทุกมื้อ ว่ากินอาหารประเภทใดบ้าง อะไรเพิ่มน้ำตาล อะไรลดน้ำตาล</h5><h5> </h5><h5>สรุปผล</h5><h5>- คุมอาหารมาก ร่างกายอ่อนเพลีย</h5><h5>- น้ำตาลในเลือด ขึ้นๆลงๆไม่คงที่</h5><h5>- ต้องตายด้วยโรคเบาหวาน และโรคแทรกซ้อน เป็นแน่แท้เสียแล้ว</h5><h5> </h5><h5>หลังกินน้ำมันมะพร้าว</h5><h5>-  บริโภคน้ำมันมะพร้าว วันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหาร มื้อละ 1 ช้อนโต๊ะ</h5><h5>-กินน้ำมันมะพร้าว2-3 วันแรก ถ่ายท้องแต่รู้แล้วว่า น้ำมันมะพร้าวเป็นอาหารที่เรียกว่า Punetional Food คือ ปรับสมดุลภายในร่างกายความสมบูรณ์ ของร่างกายจะเกิดขึ้นได้ ร่างกายต้องมีดุลยภาพ </h5><h5>-  ที่ร่างกายอ่อนเพลีย  ค่อยๆดีขึ้น </h5><h5>- ยังคงควบคุมอาหาร แต่ไม่ค่อยเน้นเท่าก่อนกินน้ำมันมะพร้าว กินขนมหวาน ผลไม้หวานๆบ้าง เพื่อพิสูจน์น้ำมันมะพร้าว</h5><h5>- เช็คน้ำตาลตลอด ด้วยเครื่องเจาะเลือดวัดน้ำตาลปลายนิ้วมือและไปเช็คกับแล็ปใหญ่ อาทิย์ละ1-2 ครั้ง</h5><h5>- เบาหวานค่อยๆเริ่มลดลง แต่ระดับน้ำตาลก็ยังแกว่งอยู่ คือมีขึ้น มีลง ก็เนื่องจากอาหารที่บริโภคเข้าไปนั้นแหละ</h5><h5>- เริ่มสังเกตตนเองว่า ปัสสาวะน้อยลงในเวลากลางคืน</h5><h5>-  หลีกเลี่ยง บริโภคน้ำมันไม่อิ่มตัวทุกชนิด (RBD) แต่มีบ้างส่วนใหญ่จะ บริโภคน้ำมันมะพร้าวในการปรุงอาหาร</h5><h5>-  รับประทานผักดิบ ผักสด และบริโภค อาหารที่มีส่วนประกอบของกะทิเป็นหลัก เช่น ห่อหมก แกงเขียวหวานไก่ แกงกะทิ ฯลฯข้าวหลาม ก็ต้องกินปากกระบอกก่อนขนมหวานก็ต้องใส่กะทิเยอะๆ</h5><h5>-  ตรวจเลือด น้ำตาลอยู่ที่ 100-105-110-111</h5><h5>-ทดลองกินของหวานเพิ่มขึ้นเรื่อยๆเช่น ขนมหวานๆ ผลไม้ และทุเรียน ปรากฏว่า วัดค่าน้ำตาลค่อนข้างคงที่ แกว่งน้อยที่สุดแต่ไม่เกิน 120</h5><h5> </h5><h5>ดีใจเป็นที่สุด สุขใจเสียยิ่งนัก</h5><h5>    ไม่ต้องทนทุกข์ทรมานต่อไปกับโรคเบาหวานอีกแล้ว บูชาและไหว้ความเป็นมหัศจรรย์ ของน้ำมันมะพร้าว ที่โบร่ำโบราณให้ความสำคัญมาตลอด คนมีบุญเท่านั้นที่คิดได้ คนมีกรรมเท่านั้นที่คิดว่า น้ำมันมะพร้าวและกะทิให้โทษ….สาธุ สาธุ</h5><h5>   </h5><h5> ( ขอบคุณ  คำกล่าวของ…คุณไพฑูรย์ เกษสุขมาโนช ผู้แทนชมรมอนุรักษ์และพัฒนาน้ำมันมะพร้าวแห่งประเทศไทย จังหวัดระยอง  โทร.081-9823176 ที่หายจากโรคเบาหวานแล้ว ) </h5><h5>    อุทิศตนช่วยเผยแพร่น้ำมันมะพร้าว ก่อนที่กานดา จะนำคำกล่าวลงในบล็อก คุณไพฑูรย์โทรศัพท์มาคุยด้วยค่ะ จึงขออนุญาต เผยแพร่ ในgotoknow  ซึ่งคำกล่าวทั้งหมดของคุณไพฑูรย์ นี้เขียนลงในหนังสือ กัลปพฤกษ์ สำหรับสมาชิกของชมรมฯ เดือน กรกฏาคม 2553  **</h5><h5> </h5>

            

       

 1.  วิธีทำน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นและอื่นๆ  

http://gotoknow.org/blog/kandanalike/300409

 

 2.  ประโยชน์ของน้ำมันมะพร้าว ต่อผู้ป่วยเบาหวาน 

http://gotoknow.org/blog/kandanalike/303829

 

3.     น้ำมันมะพร้าว ช่วยแก้โรคเบาหวาน

http://gotoknow.org/blog/kandanalike/300222

  

  4.  ผัดมะระ  ต้านเบาหวาน

http://gotoknow.org/blog/kandanalike/301301

 

 5. พืชผักที่หาง่ายเพื่อนำมาทำอาหารลดน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวาน

 ที่ได้รับการทดลองจากหลายประเทศแล้ว 35 ชนิด

    http://gotoknow.org/blog/kanda02/318983

 

6. สมุนไพร 150 ชนิดและวิธีใช้เพื่อลดน้ำตาลในเลือดผู้ป่วยเบาหวาน

      http://gotoknow.org/blog/kanda02/401397

         

         

                     

 

* การสำรวจประชากรโลก มีผู้ป่วยโรคเบาหวาน 200 กว่าล้านคน

* ประเทศ สหรัฐอเมริกา เป็นโรคเบาหวาน ถึงร้อยละ7%

    หรือประมาณ 20 กว่าล้านคน 

*  กระทรวงสาธาณสุข สำรวจ คนไทย

    เป็นโรคเบาหวาน ประมาณ 3-4 ล้านคน

 

*ข้อมูล การสำรวจ โดย   ผศ.นพ.ณรงค์ชัย   ยิ่งศักดิ์มงคล 

  บทความ The Diabetie  Foot 

 ด้วยความปราราถนาดี  กานดา แสนมณี