ดวงตาเห็นธรรมแล้วลงมือปฏิบัติ ย่อมซาบซึ้งในรสพระธรรม ฉันใดก็ฉันนั้น มนุษย์ที่รู้คุณสมบัติของน้ำมันมะพร้าวที่แท้จริง แล้วนำมาใช้ ย่อมประเสริฐที่สุด ยิ่งกว่าถูกลอตเตอรี่รางวัลที่หนึ่งเสียอีก
ที่ข้าพเจ้ากล่าวเช่นนี้เพราะเชื่อว่า"อโรคายาปรมาลาภา-ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ ผู้อ่านทุกท่านคงเข้าใจในความหมาย
<h5> สุขที่สุดของมนุษย์คือ การมีสุขภาพร่างกายและจิตใจที่แข็งแรงสมบูรณ์</h5><h5> สุขที่สุดของมนุษย์ มิใช่อยู่ที่ความร่ำรวย มีบ้านใหญ่โตมีข้าทาสบริวาร รับใช้ มีเครื่องอำนวยความสะดวกครบครัน</h5><h5> ทุกข์ที่สุดของมนุษย์ คือการมีโรคประจำตัวที่รักษาแล้วไม่มีวันหาย คือตายทั้งเป็น เช่น โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน ฯลฯ</h5><h5> ข้าพเจ้าเป็นอีกคนหนึ่งในจำนวนนั้น ที่ทุกข์ที่สุด คือ เป็นโรคเบาหวาน อันเนื่องมาจากกรรมพันธุ์ และอาหารที่บริโภคเข้าไปทุกวันปัจจุบัน จึงต้องเฝ้าระวังเรื่องอาหารการกิน มีเงินก็กินไม่ได้ อาหารชนิดนั้นก็แสลง ชนิดนี้ก็เพิ่มความหวาน ดูแล้วทรมานความอยาก ของร่างกายไปเสียทุกเรื่อง ยามจนอยากจะกินก็ไม่มีเงินจะซื้อกิน ยามรวยมีเงินซื้อกินก็กินไม่ได้ มันช่างไม่มีความพอดีเลย สำหรับมนุษย์เรา</h5><h5> แต่..ข้าพเจ้าก็โชคดี ที่มีดวงตาเห็นธรรม รู้คุณสมบัติ และศึกษาน้ำมันมะพร้าวอย่างละเอียด แล้วลงมือปฏิบัติ ดังที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ในกาลามสูตรที่ว่า” ฟังตามกันมา ก็อย่าได้เชื่อ ทำกันทุกเมื่อ ก็เชื่อไม่ได้ ตื่นข่าวเป๋ามา อย่าเชื่อไป อย่าไว้ใจแท้แม้ตำรา อย่าเชื่อเพราะเดาเอาเองเล่น”</h5><h5> และสุดท้าย พระพุทธเจ้าทรงสรุป ให้เชื่อในเหตุผล และต้องทดลอง ด้วยตนเองจึงจะสามารถบอกได้ว่าจริง หรือไม่จริง ดีหรือไม่ดี ข้าพเจ้าพบแล้วว่า น้ำมันมะพร้าวบรรเทาโรคเบาหวานของข้าพเจ้า ให้อยู่ในระดับปรกติ หลังจากบริโภคน้ำมันมะพร้าวมาประมาณ 10 เดือน</h5><h5> โดยข้าพเจ้าปฏิบัติตน ดังนี้</h5><h5> ก่อนกินน้ำมันมะพร้าว</h5><h5>- น้ำตาลในเลือดอยู่ที่ระดับ 220</h5><h5>- คุมเบาหวาน โดยควบคุมอาหารอย่างเดียว ไม่เคยกินยาลดเบาหวานแม้แต่เม็ดเดียว</h5><h5>- ปริมาณน้ำตาลในเลือดขึ้นๆลงๆ ไม่คงที่</h5><h5>- ตรวจเช็คเลือดอยู่ประจำ ด้วยเครื่องวัดน้ำตาลในเลือด ชนิดเจาะเลือดปลายนิ้วมือ เดือนละไม่น้อยกว่า 15 ครั้ง </h5><h5>- บันทึกการกินยาทุกมื้อ ว่ากินอาหารประเภทใดบ้าง อะไรเพิ่มน้ำตาล อะไรลดน้ำตาล</h5><h5> </h5><h5>สรุปผล</h5><h5>- คุมอาหารมาก ร่างกายอ่อนเพลีย</h5><h5>- น้ำตาลในเลือด ขึ้นๆลงๆไม่คงที่</h5><h5>- ต้องตายด้วยโรคเบาหวาน และโรคแทรกซ้อน เป็นแน่แท้เสียแล้ว</h5><h5> </h5><h5>หลังกินน้ำมันมะพร้าว</h5><h5>- บริโภคน้ำมันมะพร้าว วันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหาร มื้อละ 1 ช้อนโต๊ะ</h5><h5>-กินน้ำมันมะพร้าว2-3 วันแรก ถ่ายท้องแต่รู้แล้วว่า น้ำมันมะพร้าวเป็นอาหารที่เรียกว่า Punetional Food คือ ปรับสมดุลภายในร่างกายความสมบูรณ์ ของร่างกายจะเกิดขึ้นได้ ร่างกายต้องมีดุลยภาพ </h5><h5>- ที่ร่างกายอ่อนเพลีย ค่อยๆดีขึ้น </h5><h5>- ยังคงควบคุมอาหาร แต่ไม่ค่อยเน้นเท่าก่อนกินน้ำมันมะพร้าว กินขนมหวาน ผลไม้หวานๆบ้าง เพื่อพิสูจน์น้ำมันมะพร้าว</h5><h5>- เช็คน้ำตาลตลอด ด้วยเครื่องเจาะเลือดวัดน้ำตาลปลายนิ้วมือและไปเช็คกับแล็ปใหญ่ อาทิย์ละ1-2 ครั้ง</h5><h5>- เบาหวานค่อยๆเริ่มลดลง แต่ระดับน้ำตาลก็ยังแกว่งอยู่ คือมีขึ้น มีลง ก็เนื่องจากอาหารที่บริโภคเข้าไปนั้นแหละ</h5><h5>- เริ่มสังเกตตนเองว่า ปัสสาวะน้อยลงในเวลากลางคืน</h5><h5>- หลีกเลี่ยง บริโภคน้ำมันไม่อิ่มตัวทุกชนิด (RBD) แต่มีบ้างส่วนใหญ่จะ บริโภคน้ำมันมะพร้าวในการปรุงอาหาร</h5><h5>- รับประทานผักดิบ ผักสด และบริโภค อาหารที่มีส่วนประกอบของกะทิเป็นหลัก เช่น ห่อหมก แกงเขียวหวานไก่ แกงกะทิ ฯลฯข้าวหลาม ก็ต้องกินปากกระบอกก่อนขนมหวานก็ต้องใส่กะทิเยอะๆ</h5><h5>- ตรวจเลือด น้ำตาลอยู่ที่ 100-105-110-111</h5><h5>-ทดลองกินของหวานเพิ่มขึ้นเรื่อยๆเช่น ขนมหวานๆ ผลไม้ และทุเรียน ปรากฏว่า วัดค่าน้ำตาลค่อนข้างคงที่ แกว่งน้อยที่สุดแต่ไม่เกิน 120</h5><h5> </h5><h5>ดีใจเป็นที่สุด สุขใจเสียยิ่งนัก</h5><h5> ไม่ต้องทนทุกข์ทรมานต่อไปกับโรคเบาหวานอีกแล้ว บูชาและไหว้ความเป็นมหัศจรรย์ ของน้ำมันมะพร้าว ที่โบร่ำโบราณให้ความสำคัญมาตลอด คนมีบุญเท่านั้นที่คิดได้ คนมีกรรมเท่านั้นที่คิดว่า น้ำมันมะพร้าวและกะทิให้โทษ….สาธุ สาธุ</h5><h5> </h5><h5> ( ขอบคุณ คำกล่าวของ…คุณไพฑูรย์ เกษสุขมาโนช ผู้แทนชมรมอนุรักษ์และพัฒนาน้ำมันมะพร้าวแห่งประเทศไทย จังหวัดระยอง โทร.081-9823176 ที่หายจากโรคเบาหวานแล้ว ) </h5><h5> อุทิศตนช่วยเผยแพร่น้ำมันมะพร้าว ก่อนที่กานดา จะนำคำกล่าวลงในบล็อก คุณไพฑูรย์โทรศัพท์มาคุยด้วยค่ะ จึงขออนุญาต เผยแพร่ ในgotoknow ซึ่งคำกล่าวทั้งหมดของคุณไพฑูรย์ นี้เขียนลงในหนังสือ กัลปพฤกษ์ สำหรับสมาชิกของชมรมฯ เดือน กรกฏาคม 2553 **</h5><h5> </h5>
1. วิธีทำน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นและอื่นๆ
http://gotoknow.org/blog/kandanalike/300409
2. ประโยชน์ของน้ำมันมะพร้าว ต่อผู้ป่วยเบาหวาน
http://gotoknow.org/blog/kandanalike/303829
3. น้ำมันมะพร้าว ช่วยแก้โรคเบาหวาน
http://gotoknow.org/blog/kandanalike/300222
4. ผัดมะระ ต้านเบาหวาน
http://gotoknow.org/blog/kandanalike/301301
5.
พืชผักที่หาง่ายเพื่อนำมาทำอาหารลดน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวาน
ที่ได้รับการทดลองจากหลายประเทศแล้ว 35 ชนิด
http://gotoknow.org/blog/kanda02/318983
6. สมุนไพร 150 ชนิดและวิธีใช้เพื่อลดน้ำตาลในเลือดผู้ป่วยเบาหวาน
http://gotoknow.org/blog/kanda02/401397
* การสำรวจประชากรโลก มีผู้ป่วยโรคเบาหวาน 200 กว่าล้านคน
* ประเทศ สหรัฐอเมริกา เป็นโรคเบาหวาน ถึงร้อยละ7%
หรือประมาณ 20 กว่าล้านคน
* กระทรวงสาธาณสุข สำรวจ คนไทย
เป็นโรคเบาหวาน ประมาณ 3-4 ล้านคน
*ข้อมูล การสำรวจ โดย ผศ.นพ.ณรงค์ชัย ยิ่งศักดิ์มงคล
บทความ The Diabetie Foot
ด้วยความปราราถนาดี กานดา แสนมณี


สวัสดีค่ะพี่ดา..สาระน่ารู้เรื่องน้ำมันมะพร้าวแสนมหัศจรรย์ค่ะ..น่าสนใจมากๆที่ใช้ได้กับคนป่วยโรคเบาหวาน..พี่ดาสบายดีนะคะ ช่วงนี้บ้านเราฝนตกทำให้เย็นสบายแต่ก็ชื้นแฉะนิดหน่อย อิอิ..
สวัสดีค่ะพี่กานดา
ขอบคุณมากมายสำหรับประโยชน์ของน้ำมันมะพร้าว น้องขออนุญาตนำไปเผยแพร่ต่อได้มั๊ยคะ เพราะตอนนี้คนไข้เบาหวานที่บรบือมีสองพันกว่ารายค่ะ
สวัสดีค่ะพี่กานดา
ขอบคุณสาระดีๆที่นำมาฝากค่ะ ผู้ป่วยเบาหวานมีทางเลือกให้คุมน้ำตาลได้มากขึ้น
สวัสดีวันอาทิตย์ค่ะคุณครูตูม
ค่ะฝนตกอากาศดีสำหรับพี่ดานะเพราะ ชอบฝนตกค่ะ เด็กๆนักเรียนทำน้ำมันมะพร้าวบ้างหรือยังค่ะ เตรียมไว้หน้าหนาวไม่ต้องซื้อครีมทาผิว ดีต่อทุกวัยตั้งแต่ทารก ถึง วัยชรา ธรรมชาติไม่มีสารเคมี ดีต่อผิวมากๆค่ะฯลฯ
สวัสดีค่ะคุณยาย
ยินดีมากค่ะ ช่วยกันบอกกล่าวนะคะ เพราะช่วยให้ดีขึ้นทั้ง 2 ชนิดของโรคเบาหวานค่ะ ทั่วโลกเป็น 3 ล้านกว่าคนแล้วนะคะ คนไทยเด็กไทยที่เลี้ยงดูเพราะความรักให้กินไม่อั้นนั้นเป็นโทษ ที่ตอนหลังมาทุกข์ใจภายหลังที่ลูกหลานเป็นเบาหวานและโรคอ้วนแล้ว หมดค่ายา หาหมอบ่อย ทุกข์ใจ กินอาหารจำกัดฯขอบคุณและดีใจค่ะที่นำไปช่วยบอกกล่าวต่อเพื่อสุขภาพดีขึ้น ดีต่อโรคอื่นๆด้วยนะคะ
สวัสดีค่ะคุณถาวร
ค่ะผู้ป่วยมีทางเลือกมากขึ้น การเป็นโรคเบาหวานสิ่งที่ทรมานและทุกข์ใจไม่น้อยกับการที่ไม่ได้กินอาหารที่ชอบที่เคยทาน นะคะ หากไม่ระวัง...เผลอก็มีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคกลุ่มที่จะแทรกซ้อนขึ้นมามากมาย
สวัสดีค่ะพี่ดาตามมาอ่านเพิ่มค่ะ ขอบคุณที่ส่งข่าวคุณมาตายีมา ชม.นะคะ น้องส่งเมลให้พี่ดานะคะ
สวัสดีค่ะคุณครูตูม
ค่ะไว้พี่ดา ติดต่อได้อย่างไรจะรีบ ติดต่อให้ทราบ นะคะ เรื่องนักเรียนจะทำโครงงาน เรื่องน้ำมันมะพร้าว นำข้อมูลไปได้เลยค่ะสงสัยอะไรถามได้ค่ะ ยินดีมาก เพราะช่วงแรกๆมีนักศึกษาปริญญาโท ก็นำไปวิจัย และสอนนักเรียนค่ะ
-ขอบคุณ คุณดามากเลยนะคะ ที่ได้ถ่ายทอดประสบการณ์ของน้ำมันมะพร้าว สุจะพยายามมาอ่านและเก็บข้อมูล การทำน้ำมันมะพร้าวมาใช้บริโภค ชดเชยน้ำมันอย่างอื่น และสามารถบริโภคแล้ว เป็นสมุนไพร ลดค่าน้ำตาลได้ด้วย -3--น่าสนใจนะคะ ขอบคุณมากๆๆเลย ทางบ้านสุ คนเบาหวานมากเลยคะ สังเกตได้จากทุกวันพุธ จะเป็นวันคนโรคเบาหวานคะ จะเห็นผู้สูงอายุ มาเข้าคิว เช็คเบาหวานจำนวนมาก สาเหตุ คงเป็นเพราะ ทานข้าวเหนียว เพราะเป็นอาชีพชาวนาส่วนมาก คิดว่า ข้าวเหนียวคงมีน้ำตาล
-แต่ก็มีปัญหาเรื่อง มะพร้าว สดๆๆ ไปหาซื้อที่ตลาด ที่ปลูกกัน ไม่ค่อยเห็นมาก คนที่ปลูกก็ไม่เห็นความสำคัญ ของน้ำมันมะพร้าว เพราะขาดการเผยแพร่
-และคนเป็นโรคเบาหวาน ที่จะต้องตัดแผล ตัดผิว ในส่วนที่จะลุกลาม เปื่อย น่าสงสารนะคะ คงต้องหมั่นสังเกตตนเองแล้วหละคะ
-และรู้สึกว่า ที่เขาขายกัน เป็นน้ำมันมะพร้าว มาแทนน้ำมันหมู น้ำมันปาลม์ ที่บ้านสุก็มีขายแล้วนะคะ สุก็นำน้ำมันมะพร้าว มาทอดอาหารอยู่คะ
-ลิ้ง ที่แนะนำไว้ ว่างๆๆ จะเข้ามาอ่านย้อนรอยนะคะ เป็นประโยชน์ต่อสังคมมากคะ ขอบคุณมากนะคะ คุณดา รู้ไหมคุณดาใจดีจังเลย แค่นี้ก็รู้ซึ้งแล้วคะ
-และยังรู้ซึ้ง ว่าต้นมะพร้าวนี้ให้ประโยชน์ได้หลายสถานคะ ภาพสวยมอบให้คะ
ขอบคุณพี่ค่ะ
สำหรับข้อมูลที่ได้พิสูจน์ด้วยตนเองจนประจักษ์
จะนำไปเผยแพร่เพื่อเป็นประโยชน์ต่อไปค่ะ
(^___ู^)
สวัสดีค่ะพี่ดา..มาถึงบ้านแล้วค่ะรีบเปิดหนังสืออ่านทันที..และมีความซาบซึ้งใจ..ในที่มาของการทำน้ำมันมะพร้าวและเขียนหนังสือ..นับว่าน้องมีบุญที่ได้อ่านเรื่องการรู้บุญคุณบุพการี..ระลึกถึงผู้มีพระคุณให้ชีวิตเรามา..ต้องขอกราบขอบพระคุณพี่ดาที่ได้มอบหนังสือและบทสวดมนต์ที่แสนประทับใจมาให้คงใกล้ถึงเวลาที่น้องต้องมีเวลาศึกษาเรียนรู้นั่งสวดมนต์เข้ามาแล้วค่ะ..พี่ดาคงจะถึงบ้านโดยสวัสดิภาพนะคะ...ขอบคุณสำหรับการได้พบกันกับครูมาตายี คุณ..เขม..ใช่ป่ะพี่..นึกได้ลืมบอกชื่อแฟนว่า อ้ายปริญญา..ขอฝากน้องบ่าวอีกคนนะคะคุณพี่..
พี่ดาจ๋า ยิ่งอ่านบันทึกเรื่องน้ำมันมะพร้าวของพี่ดา แล้วย้อนไปอ่าน อีกหลายบันทึก ทำให้อยากกินน้ำมันมะพร้าว เพื่อสุขภาพของตัวเองบ้าง... แต่จะให้ทำใช้เอง คงไม่ได้และไม่สำเร็จด้วยค่ะ คุณแม่ก็คงไม่มีเวลาเหมือนกัน เพราะท่าน เป็นประธาน อสม. ต้องออกเยี่ยมผู้ป่วยแทบทุกวัน ช่วงนี้ก็ออกเก็บปัสาวะ เพื่อเช็ดนิ่วค่ะ...
ที่อุตรดิตถ์มีขายที่ไหนหนูก็ไม่ทราบ เคยเห็นเฉพาะตอนที่เข้าจัดงานเกษตรแฟร์ มีผลิตภัณฑ์ OTOP ของแต่ละจังหวัดนำมาจัดนิทรรศการและจำหน่าย แต่หนูก็ไม่เคยมีเวลาไปเดินในงานกับเขาเลยค่ะ
เมื่อกี้ครูตูม ไปส่งข่าวว่าไปพบปะสังสรรค์ชาว G2K ครูกระแต ดีใจด้วยมากๆ ที่ได้เจอกัน พี่ดาอย่าลืมนำภาพประทับใจมาให้ชมนะคะ
คิดถึงพี่ดาเสมอค่ะ
สวัสดียามเช้าค่ะคุณสุ
ค่ะเมืองไทยมีคนเป็นเบาหวาน 3 ล้านกว่าคนค่ะ คุณหมอบอก คนไทยจะมีโรค มากขึ้นๆ ตลอดเวลา แน่นอน เราเพราะอาหารการกินสมบูรณ์ ไม่สบายก่อนแล้วถึงมาคุมอาหารกันเป็นส่วนใหญ่ แล้วไม่ค่อยหายเพราะคุมอาหารไม่ค่อยได้ หมอและพยาบาล ก็ทำงานหนักกันต่อไป.... ตลอดไป.... ต้นมะพร้าวจะอิจฉา 2 คนไหมค่ะนั่น ขอบคุณค่ะ
สวัสดียามเช้าค่ะคุณครูตูม
หนังสือพี่ดาสั้นๆและเข้าใจง่าย ขอบคุณมากค่ะที่ชอบ บอก..อ้ายปริญญานะคะ ปฏิบัติที่พี่ดาบอกเรื่องสุขภาพให้มากๆ ระวังไขมันทรานส์ ระวังอาหารที่เป็นสาเหตุให้เกิดโรค ฯ พี่ดาไปเดินไนท์บาซาร์ต่อจ๊ะ คุณเขม กลับมานอนเพราะยังไม่หายดีกับการเป็นหวัด ดีใจนะคะที่เราได้คุยได้พบกันอีก พี่ดาชอบจัง...ตรงที่ทั้งคุณครูตูมและคุณครูกระแต ทำหน้า...เพิ่ม..น่ารักดี เป็นน้องๆที่น่ารักดี ธรรมชาติของผู้หญิงดีค่ะ
สวัสดียามเช้าค่ะคุณครูใจดี
มีน้ำมันที่หลานหรือใครซื้อให้ขวดหนึ่งไม่ใช่หรือ หมดแล้วหรือค่ะ จริงๆแล้วการทำง่ายกว่าการทำอาหาร นะคะ ตั้งวางไว้เฉยๆ เป็นน้ำมันแล้วกรองเท่านั้น ใช่เฉพาะส่วนที่สกีดเย็นจากตั้งวาง แล้วกรองก็ได้ ใส่ตู้เย็นในขอวดปากกว้าง ทำเป็นก้อนไว้ กินเป็นก้อน ทุกเช้าก่อนไปทำงาน แข็งแรงทั้งในช่องปากและภายใน ไม่สบายนิดไม่สบายหน่อย ใส่ปาก 1 ก้อนหายหมดโรคไม่มาเกิด เช่น จาม ไอ หวัด แพ้ ปวดท้อง ตุ่มคัน มด-ยุง กัด เจ็บคอ ฯ หากมีอาการเริ่มแรก ใส่ไป 1 ช้อนหรือ 1 ก้อน เจ้า "กรดลอริก" ปราบเรียบ เรื่องจริงประสบการณ์ ตัวพี่ดาเอง ของธรรมชาติที่เป็นยาสามัญประจำบ้านอย่างดี กินดักก่อนเกิดโรคง่ายๆที่กล่าวได้เลย นำหัวกะทิ ตั้งวางไว้เช้าหรือเย็น พอเย็นหรือเช้า กลับจากทำงานหรือตื่นนอน ก็กรองได้แล้ว สดใหม่ทำเองมีคุณภาพเยี่ยม ไม่ต้องมีเวลามากก็ทำได้ ลองสักครั้งนะคะ
สวัสดียามเช้าค่ะคุณคนไม่มีราก
ค่ะ นำไปเผยแพร่ต่อ พี่ดาขอบคุณมากนะคะ เราช่วยกันเพื่อสุขภาพที่ ถูกต้องนะคะ...."ขอเพียง อย่ามอง น้ำมันมะพร้าวผิด อย่ามองเป็นผู้ร้าย ".... เป็นไขมันอิ่มตัวที่มาจาก "พืช "ไม่ใช่ "สัตว์ "จึงไม่มีคอเลสเตอรอล ปลอดภัยค่ะ การเติมออกซิเจนและไฮโตรเจน ในน้ำมันพืช บางชนิดทั่วไป เพื่อทำให้เกิดผลดีต่ออาหารอยู่นาน ฯ คือสิ่งที่ทำให้เกิดโทษ กับร่างกาย เมื่อไหร่กันนะ ที่จะมีหน่วยงาน ชี้แจงอย่างละเอียดให้ประชาชนทั่วประเทศ เข้าใจอย่างแท้จริงเสียที่ ปล่อยให้เป็นโรค กันมากๆขึ้นทุกวัน จนหมอไม่มีเวลาว่าง......ผู้ป่วยๆต้องมาคุมอาหารหลังจากป่วยเสมอๆกันอย่างนี้ต่อไปหรือไร......
พี่ดาเจ๊า เช้านี้ที่เวียงพิงค์ เป็นจั๋งได๋ ทางนี้อากาศเป็นใจ มาฝากลมห่มฟ้า ส่งความคิดถึงไปนะคะ
ตอนแรกจะมาถามพี่กานดาว่า น้ำมันมะพร้าวช่วยทำให้เกิดการผ่อนคลายได้บ้างไหม ฮ่าๆๆๆ แต่ไม่กล้า กลัวพี่กานดาบอกให้ผมไปรักษาสุขภาพจิตก่อน นึกถึงพี่กานดา และ พี่ร่วมวง ฮ่าๆๆ เสมอครับ
สวัสดีค่ะคุณpoo
เช้านี้แดดแรงแต่เช้า ท้องฟ้าสดใส กลางวันนี้คงจะร้อนมากๆแน่ค่ะ พี่ดาสบายดี มีความสุขดีเมื่อวานได้คุณครูกระแตและคุณครูตูมค่ะ ไปเดินแอ่วไนท์บาซาร์ ค่ะไม่ได้ไปหลายปีเลย ก็เหมือนเดิมค่ะ แม่ค้าพ่อค้า นักขนาดเจ๊า..ทางเดินแคบในบางช่วง ชาวเขาชาวดอยลงมานัก ขยันมาก ไม่ว่าจะขายของที่เขาทำมาหรือร้านอาหารรถเข็นตามตลาดโต้รุ่ง คนที่มาจากดอย ชาวเขามีมากๆค่ะ ทั้งเป็นลูกจ้างและเป็นเจ้าของ อย่างชัดเจนมากๆ หากมาแอ่วเจีงใหม่ มาให้ตรงเสาร์อาทิตย์ จะได้เดิน ถนนคนเดิน ม่วนแต๊ๆเจ๊า... เป็นเสน่ห์ของเจียงใหม่ ที่เดียว
สวัสดีค่ะอ.สามารถ
น้ำมันมะพร้าวช่วยผ่อนคลายได้ซิ เพราะใช้แล้วสุขภาพดี ร่างกายก็แข็งแรงทุกระบบ ร่างกายก็ไม่เครียด แล้วหากสุขภาพแข็งแรง ผ่อนคลายได้เช่นกัน เป็นสิ่ง " มหัศจรรย์ " ที่เหมือน น้ำนมแม่ของเราทุกคน ไงค่ะ ที่มีเพียงสิ่งเดียวในโลก ที่เป็นธรรมชาติ 100% ที่เราทำได้เอง ใช้เองได้ด้วย