ตามบุคคลตัวอย่าง เช่น ศาสดามหาวีระ พระพุทธเจ้า เป็นอาทินั้นแล.

ภูมิปัญญาอินเดียก่อนยุคศาสนาพราหมณ์-ฮินดู

     คนอินเดียโดยมากชอบศึกษาเรียนรู้ เพราะชีวิตกับการแสวงหาความรู้นั้นแยกกันไม่ได้ เขาจริงมีทางเลือกว่าจะแสงหาปัญญาอย่างใดลัทธิใด

        บรรดาเจ้าลัทธิของอินเดียโบราณต่างพยายามเสนอมุมมองของตนค้นหาคำตอบเป้าหมายสูงสุดในการดำเนินชีวิต  และจุดรวมแห่งคำตอบก็มาลงที่รอยเท้าช้างว่าเป็นความรู้แจ้งสัจธรรม

        มุมคิดภาพรวมของคนอินเดียคือ...การมีชีวิตอยู่เพื่อค้นหาปัญญา ไม่ใช่การหากินเพื่ออยู่...เพราะคนมีปัญญารู้แจ้งสัจธรรมแล้วจึงรู้แจ้งตนเอง  รู้แจ้งแทงทะลุทั้งโลกนี้และเหนือโลกเป็นปัญญาของคนที่รู้ทั่วถึงธรรม

        เจ้าลัทธิทั้งหลายในอินเดียมักมีมุมคิดว่าโลกนี้เป็นเพียงศาลาที่พักรอรถโดยสารชั่วคราวเท่านั้นไม่ใช่ที่อยู่อันถาวรของชีวิตมนุษย์  การเกิดมาเป็นคนเราควรใส่ใจแสวงหาความรู้สร้างปัญญาเพื่อให้รู้แจ้งตนโดยเร็ว เพื่อจะได้ไม่ต้องหวนกลับมาเกิดในโลกนี้อีก

        จากการสัมผัสวิถีชีวิตคนอินเดียทั้งที่ได้เข้าไปอยู่อาศัยในเมืองพาราณสีประมาณ 3 ปี ของผู้เขียนนี้ได้เห็นความสนใจใฝ่รู้ของคนอินเดียและการใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายแต่มีจิตใจแสวงหาปัญญาอย่างยอดยิ่ง 

การศึกษาอะไรใช้ชีวิตทุ่มสุดตัวมีความเชื่อแบบสุด ๆ อย่างสาธุฮินดูหรือนักบวชในนิกายต่าง ๆ ทุ่มสุดตัวในความเชื่อของเขาที่จะก้าวไปสู่จุดสูงสุดแห้งการค้นคว้าทางปัญญาเพื่อรู้

        แนวคิดทางภูมิปัญญาเหล่านี้ทำให้คนอินเดิยส่วนมากรักสันโดษชอบแสวงหาความสันติมีความเป็นอยู่ตามธรรมชาติ  รักความเที่ยงธรรม  เคารพในอำนาจเหนือตัวตนของตนเอง มีความสนใจใฝ่รู้ในการแสวงหาสิ่งเร้นลับของชีวิต 

 แม้แต่ในยุคปัจจุบันนี้บรรดาฤาษียังคงค้นหาสัจธรรมอยู่ตามเทือกเขาหิมาลัยหรือตามป่าตามขุนเขาเพื่อค้นหาทางชีวิต  ตามบุคคลตัวอย่าง เช่น ศาสดามหาวีระ  พระพุทธเจ้า เป็นอาทินั้นแล.