สวัสดีลูกศิษย์และชาว blog ทุกท่าน
วันที่ 30 มิถุนายน 2553 ผมได้รับเกียรติจากสำนักงานศาลยุติธรรม ให้บรรยายให้กับผู้บริหารศาลอุทธรณ์และศาลอุทธรณ์ภาค ในหัวข้อ “ทักษะการบริหารยุคใหม่”
โดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้
- เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้มีโอกาสพัฒนาด้านการบริหาร ซึ่งจะส่งผลให้สามารถพัฒนาการบริหารงานศาลอุทธรณ์และศาลอุทธรณ์ภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- เพื่อให้สามารถนำความรู้ ความเข้าใจ รวมทั้งทัศนคติในการปฏิบัติหน้าที่ที่ถูกต้องไปปฏิบัติงานในตำแหน่งผู้บริหารได้อย่างเหมาะสม และบรรลุเป้าประสงค์ตามยุทธศาสตร์ศาลยุติธรรมาลอุทธรณ์ภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้มีโอกาสพัฒนาด้านการบริหารณ์ ของผู้บริหารกษะการบริหารยุคใหม่
เพื่อเป็นช่องทางในการแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ ของผู้บริหารศาลอุทธรณ์และศาลอุทธรณ์ภาค และชาว Blog ทุกท่าน ผมจึงขอใช้ Blog นี้ในการแลกเปลี่ยนความรู้ต่อไป
จีระ หงส์ลดารมภ์
ภาพบรรยากาศการเรียนรู้
สรุปทักษะการบริหารยุคใหม่
เรื่องทักษะในการบริหารยุคใหม่ ผมขอเสนอ หลักการ 2 แนว คือ
แนวที่ 1 คือ แนวที่มีการสำรวจวรรณกรรมอย่างต่อเนื่องมาประมาณ 50 ปี ซึ่งปัจจุบันจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลง และท่านทั้งหลายในที่นี้ก็คงจะสามารถใช้วิจารณญาณในการนำมาปรับใช้ได้
หลักการบริหารในแนวนี้ มี 5 เรื่องใหญ่ คือ
1) To Plan
2) To Organize
3) To Command
4) To Coordinate
5) To Control
ซึ่งในปัจจุบันผมขอเสนอว่าข้อ 3 กับข้อ 5 อาจจะยังจำเป็น แต่ว่าจะต้องลดลง ซึ่งจากประสบการณ์ที่ผมเคยมีโอกาสได้นั่งอยู่ในกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมเห็นว่า “ยากที่สุด” เพราะเกี่ยวข้องกับการบริหารการเปลี่ยนแปลงไปสู่ “Flexible”
มีหลักการบริหารแล้วก็จะต้องเน้น..
1. ความยุติธรรมและความเสมอภาค
2. การมีความคิดริเริ่ม
3. การเน้น Quality ซึ่งเรียกว่า “P-D-C-A” Plan Do Check Act
4. วินัย
5. ทิศทาง (Direction)
6. แรงจูงใจ
แนวที่ 2 คือ ทักษะในการบริหารยุคใหม่ ในมุมมองของผม คือ ทฤษฎีเรื่อง Competencies ซึ่งประกอบด้วย 5 เรื่อง คือ
1. Functional Competency
2. Organizational Competency
3. Leadership Competency
4. Entrepreneurial Competency
5. Macro and Global Competency
ซึ่งทักษะของตุลาการมี Functional Competency มาก แต่อาจจะยังขาดอีก 4 เรื่องซึ่งมีความสำคัญ
สรุปว่าในอนาคตผู้บริหารของตุลาการนอกจากจะมีความสามารถในการทำงานตามหน้าที่แล้ว ยังจะต้องมีความสามารถในการจัดองค์กร+ มีความเป็นผู้นำ+มีมุมมองแบบผู้ประกอบการและที่สำคัญที่สุดคือต้องมีโลกทัศน์ที่กว้างด้วย
สำหรับการมีโลกทัศน์ที่กว้างนั้นมีความจำเป็นมหาศาล เพราะงานในปัจจุบันของตุลาการเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ยาเสพติด การค้ามนุษย์ การโจรกรรมโดยใช้เทคโนโลยี ฯลฯ
ยกตัวอย่างแนวความคิดของผมในการบริหาร “คน” (HRM) เป็น Case ซึ่งท่านตุลาการนำไปปรับใช้ได้
ข้อสังเกต 3 ข้อ
เรื่องคน
ปัจเจกบุคคล
ความหลากหลายของคน (Diversity)
ทุนมนุษย์
ทักษะ ทัศนคติ ความรู้
ความสุขและความพอใจ
(Passion) ในการทำงาน
เป้าหมายในการทำงาน
8K, 5K มีหรือยัง
องค์กร
นโยบายของรัฐ
Vision ขององค์กร
สร้าง Competency เพิ่ม
กฎ ระเบียบ
วัฒนธรรมองค์กร
Learning Culture
องค์กรต้อง Lean & Mean
แรงจูงใจ
คุณธรรมจริยธรรม
Core Value
การทำงานร่วมกัน
รางวัลที่ได้รับ
และความเป็นเลิศ
ความสุขของพนักงาน
ความพอใจของลูกค้า
ROI ต่อทรัพย์สิน
Productivity ที่เพิ่ม
คุณภาพที่ดี
ยั่งยืน/สมดุล
ความสมดุลของชีวิต
งาน/ครอบครัว
CSR
จิตสาธารณะ
การจะทำงานสำเร็จได้..
ต้องมีตัวละคร 3 กลุ่ม
CEO หรือ ผู้นำ
Smart HR
Non-HR
ทรัพยากรมนุษย์ต้องเชื่อมโยงกับเป้าหมายขององค์กร
HRD
• HRD ก็มีเรื่อง Macro + Globalization ซึ่งเป็นระดับกว้าง
• HRD ระดับองค์กร คือ พัฒนาคน
ระดับสากลกับโลกาภิวัตน์
โลกาภิวัตน์ ต้องศึกษาผลกระทบต่อ HR ในระดับองค์กร
ทฤษฎีของผมมี HR Architecture เป็น Macro
HRM
คือ บริหารคนในองค์กร
หรือ เรียกว่า People Management
ทฤษฎีทุน 8 ประการ เพื่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
อยากให้ตุลาการเป็นคนหาความรู้อยู่ตลอดเวลา
5 K’s
• Emotional Capital ทุนทางอารมณ์
• Creativity Capital ทุนทางความคิดสร้างสรรค์
• Innovation Capital ทุนทางนวัตกรรม
• Cultural Capital ทุนทางวัฒนธรรม
• Knowledge Capital ทุนทางความรู้
มีความคิดเชิงสร้างสรรค์เอาความรู้ใหม่ๆไปทำ
เรื่องการสร้างทุนมนุษย์ คุณหญิงทิพาวดีขอเพิ่มเติมดังนี้
8 H
• Heritage
• Home ความสำเร็จของมนุษย์ส่วนหนึ่งมากจากครอบครัว
• Hand ความสำเร็จของมนุษย์มาจากการทำ
• Head การใช้ปัญญา
• Heart ใช้จิตใจ การบริหารคนด้วยจิตใจ
• Happiness ความสุขในการทำงาน
• Harmony ต้องการความสามัคคี
• Health มีสุขภาพที่ดี
แนวคิดครบวงจร HR in Practice
ก็คือ มอง Concept ให้ครบ คือ ทฤษฎี 3 วงกลมของดร.จีระ
Context
จะเอา IT มาใช้
- ระบบองค์กรที่คล่องตัว
- process ของงาน
- การนำ data และ knowledge
มาสร้างมูลค่าเพิ่ม
Competencies
มองดูคุณภาพจาก gap analysis ว่ามี skills และ competencies อะไรและขาดอะไร แล้วพยายามลดช่องว่าง
Competencies ที่ผมได้เกริ่นไว้ในตอนต้น ประกอบด้วย 5 เรื่องที่สำคัญ ประกอบด้วย
1. Functional Competency
คือ ความรู้ที่เราต้องเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำงาน เช่น วิศวกร ต้องฝึกเรื่องช่าง บัญชีก็ต้องฝึกเรื่องบัญชี
2.Organizational Competency เน้นเรื่องความรู้ที่มีประโยชน์ให้องค์กร มีการศึกษาเรื่อง Reengineering, Six Sigma, การปรับองค์กร, TQM, วัฒนธรรมองค์กร, การทำงานเป็นทีม, การสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้
3.Leadership Competency
เน้นเรื่อง People Skill
เน้นเรื่อง Vision
เน้นเรื่องการสร้าง Trust
4. Entrepreneurial Competency
• มีความคิดริเริ่ม
• มีความคิดในเชิงผู้บริหาร
• เผชิญหน้ากับความล้มเหลว
• บริหารความเสี่ยง
5. Macro and Global Competency
• รู้ทันเหตุการณ์ว่าอะไรกำลังดำเนินอยู่ทั้งในระดับประเทศ และระดับโลก
• แสวงหาโอกาส และหลีกเลี่ยงความเสี่ยง
ผมว่าคนไทยยังไม่มี...
การแสวงหาความรู้ (Learning Culture )
เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้
ภาวะผู้นำ
การมองโลกทัศน์ที่กว้างและกำหนดวิสัยทัศน์ที่ดี
Innovation
การบริหารเวลา (Time Management)
Creativity
การแสวงหาความรู้ (Learning Culture )
เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้
ภาวะผู้นำ
การมองโลกทัศน์ที่กว้างและกำหนดวิสัยทัศน์ที่ดี
Innovation
การบริหารเวลา (Time Management)
Creativity
MOTIVATION
- โครงสร้างเงินเดือน
- การมีส่วนร่วม
- การทำงานที่ท้าทาย
- การทำงานเป็นทีม
- การให้รางวัลพิเศษ
- การไปเพิ่มพูนความรู้
- ค่าตอบแทนที่เป็นไปได้ เช่น โบนัส
- วัฒนธรรมองค์กร
- การประเมินผลอย่างโปร่งใส
- ความเป็นธรรม
นอกจากทฤษฎี 3 วงกลมแล้ว เพิ่มขอเติมประเด็นที่อาจจะสะท้อนวัฒนธรรมองค์กรของคนไทย ที่จะมองข้างในของมนุษย์มากกว่าข้างนอกที่ใช้ได้ผลในหลายวงการ คือ ทฤษฎี HRDS
• Happiness
• Respect
• Dignity
• Sustainability
จากการวิเคราะห์ของผู้เชี่ยวชาญหลายท่าน นอกจากแรงจูงใจที่ผมได้กล่าวถึงในเบื้องต้นแล้ว ผมคิดว่ายังมีประเด็นที่มีประโยชน์ต่อการทำงานของตุลาการดังต่อไปนี้
1. การสร้างโอกาสให้แก่บุคคลลากรและเจ้าหน้าที่ได้เรียนต่อและมีโอกาสใหม่ ๆ ในความก้าวหน้า
2. หันมาดูตัวเราเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Style การบริหารของเรา เช่น
– คงเส้นคงวา/เปิดโอกาสให้มีส่วนร่วม หรือ
– เผด็จการ
3. ให้งานที่ทำไม่น่าเบื่อ ใช้ทฤษฎี P+M คือ มี Purpose และ Meaning
4. พยายามกระจายอำนาจ
5. มองเพื่อนร่วมงานหรือลูกน้องแบบ “Whole Person”
6. สร้างความสมดุลของงาน/ครอบครัว
7. พยายามให้นโยบายในการสนับสนุนการทำงาน เช่น IT หรือการจัดให้ไปศึกษาดูงาน
8. สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ดึงเอาความเป็นเลิศของทุกคนออกมา
9. ให้มีความมั่นคงในการทำงาน
สรุป บริหาร ต้องทำ 3 อย่าง
Why? – ความสำคัญ?
How? – มีวิธีการอย่างไร
Execution? – จะทำให้สำเร็จได้อย่างไร
ศาลต้องมีทีมwork การเอาชนะอุปสรรค มีเยอะ และสามารถทำได้ พยายามกระตุ้นให้ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกัน
Workshop
กลุ่มที่ 1
ภาวะผู้นำ
ความเชื่อและศรัทธาเรื่องคน ก็จะมีการพัฒนาคนในองค์กรตลอดมา
วัฒนธรรมองค์
• ต้องเชื่อมั่นในบุคคลในองค์เพื่อเป็นการทำงานร่วมกันอย่างมีความสุข
• สร้างความรักในองค์กรเพื่อปกกันการสมองไหน เพราะเป็นอุปสรรคในการตัดสินคดี
การบริหารงาน
• ต้องเป็นแบบให้ทุกคนทุกฝ่ายมีส่วนร่วม และเป็นไปตามเป้าหมายเดียวกัน
• การประเมินผลแบบโปร่งใส
• ส่งเสริมความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน
• การสร้างแรงจูงใจและสวัสดิการเพื่อสร้างให้คนมีความผูกพันกับองค์กร
กลุ่มที่ 2
• การเพิ่มประสิทธิภาพในศาลอุทธรณ์ โดยการจัดให้คนในองค์กรได้ร่วมกันหา Core value ในองค์กร
• หล่อหลอมผู้พิพากษา เจ้าหน้าที่ในศาล โดยเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีอาวุโสน้อยได้ร่วมแสดงความคิดเห็นด้วย เพราะทัศนคติในองค์กรเป็นการถืออาวุโสจึงอยากให้ผู้อาวุโสเปิดโอกาสให้ผู้น้อยด้วย องค์กรจะได้รับความคิดใหม่ๆ เพื่อมาปรับใช้ในองค์กรได้
• มีวิธีการบริหารงานโดยการจัดหมวดหมู่ประเภทต่างๆ ตามความเชี่ยวชาญและรวดเร็ว
• เพิ่มความรู้ในงานเพื่อปรับให้เข้ากับยุคใหม่
• ในงานที่ทำต้องดูว่ามีอุปสรรคหรือไม่ ถ้ามีอุปสรรคต้องร่วมหาทางแก้ไข
• ต้องกำหนดเนื้องาน เป้าหมาย คุณภาพ เพื่อให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
• ต้องประเมินที่ตัวบุลากรด้วย อาจจะเป็นแบ 360 องศา
กลุ่มที่ 3
• ต้องทำให้ธุรการกับตุลาการทำงานตามประเภทคดีตามความชำนาญ และจำแนกตามประเภทคดี ธุรการต้องมีความรู้เรื่องคดีด้วย
• ต้องสนับสนุนเรื่อง IT เพื่อความรวดเร็วในการทำงาน
• ประเมินความโปร่งใสเป็นธรรม
• ประเมินร่วมกันในผลงานและตัวบุคลากร
• มีความสุขในการทำงานร่วมกัน เพื่อความสามัคคีร่วมกัน
• ต้องสร้างแรงจูงใจเพื่อให้เป้าหมายเป็นไปได้
ร่วมกันเดินเพื่อความภูมิใจที่ได้ทำงานสมแก่ข้าราชการที่รับใช้ประชาชนผู้เสียภาษี
เรื่อง วัฒนธรรมองค์กร
พยายายลดเรื่องอาวุโสของตุลาการให้นอ้ยลงเรื่องๆ โดยเปิดโอกาสให้ผู้มีอาวุโสน้อยกว่าแสดงความคิดเห็นได้อย่างเสรีและไม่เกรงกลัว
ได้ความรู้เรื่องการผูดมัดคนให้มีจิตใจที่จะทำงานให้องค์กรอย่างเต็มใจ มีคุณภาพและมีความสุข โดยการให้ความรักความผูกพัน สวัสดิการความเป็นธรรมและอื่นๆ
ความเชื่อและศรัทธาในเรื่องศักยภาพของบุคลากรในองค์กรทุกระดับเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในการบริหารองค์กร
ให้เกียรติแก่ผู้ร่วมงานทุกคนโดยเสมอหน้ากันเพื่อผลสำเร็จในงานที่และสร้างบรรยากาศที่ดีในการทำงาน
ภาวะผู้นำของศาลอุทธรณ์ และศาลอุทรธรณ์ภาคที่ควรจะเป็น
ที่ได้เกี่ยวกับการบริหารคน
เห็นความำคัญและยอมรับ ผู้น้อยและประชาชนผู้มาติดต่อราชการศาลว่า เป็นกำลังสำคัฯในการสร้างสรรค์บริหารงานคดีให้ได้ปริมาณและคุณภาพเพื่อไปสู่สังคมที่สงบเรียบร้อย
ได้ทราบคุณค่าและความสำคัญของทรัพยากรมนุษย์ วิธีการที่จะให้ขวัญกำลังใจแก่คนที่ร่วมงานโดยมิได้มุ่งหมายแต่เรื่องให้เงินและการดูแลให้ขวัญกำลังใจนี้ ไม่ใช่เฉพาะคนนั้น แต่ไปถึงบุคคลในครอบครัวเขาด้วย
ความรู้จากการรักษาแนวทางเดิมที่มีส่วนดีและเพิ่มวิธีการใหม่ๆจากการเรียนรู้รอบด้าน
ไม่ควรนำเรื่องเงินเดือนและผลประโยชน์มาเป็นเป้าหมายของการเป็นตุลาการ ควรเน้นเรื่องคุณธรรมและจริยธรรมเท่านั้น
สนใจเรื่องการเพิ่มมูลค่าของคนโดยเฉพาะการสร้างโอกาสในการพัฒนาตนเอง เพื่อมุ่งสู่การทำงานเป็นทีม
การบริหารบุคคล ทฤษฎี HRDS
Happiness
Respect
dignity
Sustainability
น่าจะเป็นทฤษฎีที่ทำให้เกิดผลในทางปฏิบัติได้เป็นอย่างดี
ผมขอเสริมประเด็นที่เราได้นำเสนอ ทักษะการบริหารผู้บริหารระดับสูง ประธานศาลอุทธรณ์และศาลอุทธรณ์ภาค แผนกคดีในศาลอุทธรณ์ การนำเสนอในวันดังกล่าว ผมกับท่านประธานไม่ค่อยได้ทฤษฎี 4L’s มากนัก เป็นการพูดฝ่ายเดียวในช่วงแรกทำให้ไม่เกิดอารมณ์ให้ท่านได้คิด
แต่พอได้เปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็น และ Workshop ประมาณ 30 นาที ผมได้เข้าไปใกล้ชิดกับท่าน ทำให้ผมได้เน้นความรู้และทำให้ได้เห็นว่า
ครั้งนี้เป็นหลักสูตรแรกที่ได้ทำ ที่จะทำให้แต่ละท่านมีความรู้มากๆ แต่ขาดวิธีการเรียน
ถ้าในการทำงาน ต้องเริ่มจากให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมและได้รับฟังก่อน แทนที่จะได้แต่นั่งฟังอย่างเดียว